พี่สุอ่านแล้วก็กลับมาทำความเข้าใจอีก คำว่าสุขภาวะ ตามที่พี่สุเข้าใจ นั่นคือการพัฒนาดูและสุขภาพ ภาวะ ตามสภาพที่จำเป็น ที่ควรต้องระวัง เพราะทุกพื้นที่ ย่อมมีโรค หรือสิ่งบันทอนสุขภาพไม่เท่ากัน ต้องดูแลบริการต่างกัน
ฉะนั้น เมื่อโครงวางแผนงาน ตามสุขภาวะแล้ว ทีมงานที่อยู่ในแต่ละชุมชน ถ้าหาก ตั้งใจดูแล ชาวบ้าน และทำตามคำแนะนำของโคช คือหมอสาธารณะสุข หรือหัวหน้าอนามัย ตามโรคระบาด หรือโรคที่มาตามฤดูกาล ที่พอมองเห็นและมองออก ก็คงจะได้ทีมที่เข้มแข็ง และได้ผลงานที่ดี เพราะใคร ก็ต้องการให้ชุมชนตนเองปลอดจากโรค ระบาด หรือโรคตามฤดูกาล ตามท้องถิ่น ฉะนั้น จะต้องหาคนรักท้องถิ่นตนจริงจัง
- และที่เรียกว่า พวกเวียนว่าย ก็คือเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขของรัฐ ที่มาอบรมตามโครงการ ตามกำหนดเวลา พอเสร็จโครงการแล้ว ก็ละหนีไปเลย ปล่อยให้ อสม. สานต่อ แบบ งูๆปลาๆ ใช่ไหมคะ สบายเขาละซิ ใช่ไหม มี อสม.มาช่วยแบ่งเบาภาระ เหมือนเป็นผู้เล่น ไม่ยอมเป็นโคช
-เห็นด้วยนะคะ ในแต่ละกิจกรรม ถ้ามีผู้นำ ท้องถิ่นนั้นและคัดเลือกได้จากท้องถิ่นนั้น มาก และเข้าใจกันไม่เกี่ยงกัน ชุมชนแถวนั้นคงอยู่ดี กินอิ่มนอนอุ่น ไร้โรคาพยาธิ กันทั่วหน้า
-และต้องฝึกเขามากๆๆ เรื่องฝึกมากๆนั้น ก็น่าเห็นใจ บรรดาพี่น้อง อสม. ก็เป็นเพียงหมออาสา ชาวบ้าน เงินเดือนก็ไม่มี รายได้ก็ได้จากการทำการเกษตร ส่วนมากจะเป็นแม่บ้าน เขาก็รับภาระครอบครัวมากมาย อันจะให้เขาทำบ่อยๆๆ หนะ เขาจะเอาเวลาไหนทำมาหากิน ถ้าจะใช้หนักๆ ตั้งเงินเดือนให้เขาด้วยคะ สวัสดิการด้วย
-และขอชื่นชม กิจกรรมนี้ ที่ทำให้โคช หัวหน้าทีมอนามัย ได้มีข้อคิดที่ทันสมัยขึ้นบ้าง และจงเป็นโคชที่ดี ให้ตลอด เพราะ มีผู้ตามที่เป็น อสม. ตามชุมชน ต่าง พร้อมที่จะลุย และส่วนมาก นอกจะเป็น อสม.แม่บ้าน ที่ความรู้ไม่มาก ก็คงต้องฝึกบ่อยๆๆ ฉีดยาหมาบ้า ฉีดยาคุมหมาแมว โรยทรายอเบทกันยุง และยามเย็น พาชาวบ้านออกกำลัง พ่นยาฆ่ายุง ก็ อสม.ทั้งนั้น ควรจะให้และส่งเสริมความรู้ ส่งเขาเรียน กศน.เพื่อความเชื่อมั่น และศรัทธาของชาวบ้านบ้าง
-เอาเป็นว่าทุกอย่างเห็นด้วยกับคุณอ๊อดคะ แต่เสริมเติม ให้เห็นข้อเท็จจริง
-มองๆๆ อสม.อยู่เหมือนกัน ว่าเขาทำอะไรกันบ้าง เพราะถือว่ามีเกียรติ
-และเห็นด้วย “ทุกคนมีคุณค่า เพียงแต่มีเวลาโอกาสแสดงคุณค่าไม่เท่ากัน”
