เวลาของความสุข…..
เขาว่ากันว่าเวลาแห่งความสุขในชีวิตของคนเรานั้นมีน้อยเต็มที คุณเคยสังเกตตัวเองมั๊ยค่ะ..เวลาที่เราทำอะไรที่มีความสุขเวลามันจะผ่านไปเร็วมาก..อย่างเช่นช่วงเวลาที่เราได้อยู่หรือได้คุยกับคนที่เรารักเวลามันหมุนเร็วมาก แต่ถ้าเมื่อไรที่เรากำลังเป็นทุกข์ช่วงเวลานั้นแหล่ะ..มันชังยาวนานเสียเหลือเกินเพราะกว่าจะผ่านไปได้แต่ละวินาทีก็แทบทรมาน เพราะฉนั้นในช่วงที่เรายังมีชีวิตอยู่นั้นก็อย่าเพิ่มความทุกข์ให้ตัวเองอีกเลย ควรจะหาหรือทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เรามีความสุขโดยที่เราไม่ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน เคยมีนักจิตวิทยาทดลองคำนวณเปรียบเทียบการใช้เวลาของคนเราดโดยตั้งสมมุติฐานไว้ว่าถ้าคนเรามีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ปี
- ประมาณ1 ใน3 ของชีวิตคนเราจะใช้ไปกับการนอนหลับ (คืนละ 8 ชม.) เพียงอย่างเดียวก็ใช้เวลาไปทั้งหมดแล้ว 28 ปี
- เรียนหนังสือ อ่านหนังสือ ใช้เวลาทั้งหมดอีก 6 ปี
- ทำงานเลี้ยงชีพทั้งหมดอีก 11 ปี
- นั่งพัก หยุดพัก หาความบันเทิงใจ ดูทีวี ดูภาพยนตร์ ทำกิจกรรมเพื่อคลายเครียดทั้งหมดอีก 8 ปี
- อาบน้ำ แปรงฟัน ถ่ายหนัก ถ่ายเบา แต่งตัวอีก 6 ปี
- รับประทานอาหารวันละ 3 มื้ออีก 6 ปี
- เสียเวลากับการคุยทักทาย โดยไม่จำเป็นอีก 3 ปี
- พิธีกรรมต่างๆ ที่สังคมตั้งไว้ให้เราปฏิบัติตามอีก 1 ปี
รวมทั้งหมดแล้วก็ประมาณ69 ปี จากอายุ 70 ปี เหลือเวลาแห่งอิสระ เสรีภาพ ทำตามใจตนเองอยู่เพียงแค 1 ปี นี่ขนาดเขายังไม่นับเวลาที่อกหักนะ ถ้านับเรื่องนี่เข้าไปอีกหล่ะก็ เราอาจจะไม่เหลือเวลากันเลย ดีไม่ดีคนบางคนอาจจะติดลบอีกก็ได้
ดังนั้นเราทุกคนก็อย่าเพิ่มความทุกข์ให้กับชีวิตตัวเองอีกเลย เวลาที่เหลือเพียง 1 ปี ของพวกเรา จงใช้มันอย่างมีความสุขเถอะ
คุณอุมาพรครับ ตารางเวลาแบบนี้ น่าสนใจ แต่ความจริงแล้ว กิจกรรมมากมายที่กินเวลาไปนั้น จำนวนมากก็มาจากการเลือกของเราเองไม่ใช่หรือ เลือกด้วยความอิสระก็มี ช่วงเวลาการอ่านก็มีเสรีภาพและตามใจตัวเราเองอยู่มากนะครับ เหล่านั้นก็คือความสุขเช่นกัน
ขอบคุณนะคะคุณวัลลภสำหรับข้อคิดเห็น...เพราะดิฉันก็ลืมนึกถึงข้อนี้ไปเหมือนกัน..แต่ดิฉันก็ยังคิดว่าช่วงเวลาที่ป็นที่นักจิตวิทยาทดลองคำนวณเปรียบเทียบให้ดูนั้น น่าจะหมายถึงการใช้วลาในการทำกิจกรรมต่างๆนั้น ทำไปเพราะมันเป็นหน้าที่หรือเป็นกิจวัตรและก็เป็นกลไกลในการดำเนินชีวิตของคนส่วนใหญ่ ยังไม่ใช่กิจกรรมที่เราอยากทำเพื่อตามใจเรา..อย่างเสรี.
คิดได้ละเอียดรอบคอบดีสมแล้วที่เป็นครูคณิตศาสตร์ ณ ห้วงหฤหรรย์แห่งชีวิต ถ้าน้องอุ๊พบคนที่รักอุ๊ และอุ๊รักเขาเช่นกัน โลกใบนี้ก็จะเป็นโลกสีชมพู (Pinky World)