เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2549 ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อรับมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน    จากอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร  (นายทรงศักดิ์         วงศ์ภูมิวัฒน์)   ซึ่งท่านเพิ่งมารับตำแหน่งอธิบดี ณ ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตร โดยผู้เข้าประชุมเป็นผู้บริหารระดับสูง(รองอธิบดีทั้งสามท่าน) ผอ.กอง/สำนัก/เขต)ผอ.กลุ่ม/ฝ่าย 

หลังจากการกล่าวต้อนรับโดยท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรฝ่ายวิชาการ(นายเรวัตย์ ฤทธาภรณ์) แล้ว มีการสรุปงานแต่ละกอง/สำนัก/เขต

อธิบดีกล่าวขอบคุณทุกท่านและกล่าวว่าการทำงานภายในกรมส่งเสริมการเกษตรต้องอาศัยความร่วมมือบุคคลากรทุกท่าน แนวทางการทำงานจะเน้นให้มีการทำงานอย่างมีความสุข ความสุขจะเกิดได้จากการทำงานที่ดี    จะให้ความสำคัญที่บุคคลากรเป็นเรื่องแรก    เป้าหมายของกรมฯเน้นที่ลูกค้ายากจนเป็นอันดับแรก ๆ   และเน้นแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระบบการทำงานจะต้องเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกองค์กร งานของกรมฯขณะนี้เสมือนมีภูเขา 3 ลูก

ภูเขาลูกแรก คือ วิสาหกิจชุมชน ที่มีกฏหมายรองรับชัดเจน ดังนั้นการทำงานเรื่องนี้โครงสร้างจะเปลี่ยนไป นอกจากเรื่องการผลิตแล้ว ยังมีการแปรรูปและการจำหน่ายอีกด้วย

ภูเขาลูกที่สอง คือ อาสาสมัครเกษตรกร

ภูเขาลูกที่สาม คือ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งแต่เดิมจะมีทุกตำบล แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายให้มีทุกหมู่บ้าน จึงขยายงานจาก 7,000 ตำบล  เป็น 70,000 หมู่บ้าน กรมส่งเสริมการเกษตรจะต้องทำหน้าที่เป็นเลขานุการดูแลเรื่องนี้ การดำเนินการให้อาสาสมัครเข้ามาบริหารงาน รวมทั้งคณะกรรมการบริหารศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล รวมประมาณ 1 ล้านคนเศษทั่วประเทศ

     จากภารกิจที่เปลี่ยนไปทำให้บทบาทและโครงสร้างของกรมฯต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย การบริหารงานจะนำวิธีการบริหารงานสมัยใหม่เข้ามาใช้คือ MBO (Management by Objective) และใช้ Balance scorecard) เป็นเครื่องมือในการบริหารงาน การดำเนินงานต้องมองให้ครอบคลุม 4 ด้านคือ ลูกค้า ข้าราชการ นวัตกรรม การเงิน โดยมุ่งให้กรมฯเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

     ท่านได้กล่าวอีกว่า การทำงานสมัยก่อนส่วนใหญ่จะ topdown มาจากเจ้านาย มีการควบคุม กระบวนการทำงานอยู่ที่อธิบดีเป็นหลัก แต่ต่อไป จะเปลี่ยนวิธีการทำงานมีการแยกย่อยตามระบบ มีการประเมินผล เนื่องจากกรมฯมีขนาดใหญ่ เราต้องใช้วิธีนี้ โดยจะปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ไม่ต้องรอ ก.พ.ร. แต่จะทำเพื่อการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อธส. จึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย เน้นการมีส่วนร่วมมากที่สุด จะสร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน เป้าหมายการทำงานคือ

     1.ต้องรู้แจ้งเห็นจริงในงานที่ทำ และทำงานแบบมืออาชีพ

     2.ลดอัตตา ตัวกู ของกู สามารถทำงานรวมกับผู้อื่นได้

     3.ทำงานเพื่อผลประโยชน์เกื้อกูลต่อการดำรงชีวิต เข้าหลักเศรษฐกิจพอเพียง

     หลักการเหล่านี้เป็นหลักการของพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบและคุณธรรมมากมายประกอบการทำงาน สามารถเรียนรู้ได้  อธส. จะปรึกษาหารือ จึงให้ผู้บริหารเปิดมือถือเพื่อการติดต่อและการบริหารงานที่รวดเร็ว งานของกรมฯกว้างมาก หากเรามีระบบการจัดการที่ดีแล้ว จะมีเวลาพักผ่อน อยู่กับครอบครัวได้อย่างมีความสุข การทำงานเป็นระบบ มีการวางแผนจะสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยความเรียบร้อย การทำงานของ อธส.จะให้กองแผนงานไปด้วย การทำงานต้องช่วยกัน โดยการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจร่วมกัน ปรับใหม่ตามงานที่เข้ามาหาเรา   ต่อไปจะได้ปรึกษาหารือร่วมกันต่อไป

     จากการรับฟังนโยบายดังกล่าวแล้ว ดิฉันดีใจมากที่มีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และหวังว่าองค์กรของเราจะได้รับการพัฒนาโดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วม   ผลการพัฒนาจะนำไปสู่ความภาคภูมิใจร่วมกันและได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือ และสนับสนุนเกษตรกรและภาคเกษตรของไทยให้ยั่งยืนสืบไป ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฃองในหลวงของเรา

ธุวนันท์ พานิชโยทัย

3 ก.ค. 2549