ได้มีโอกาสไปเสริมหนุนทีมวิทยากรกระบวนการของศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านนาป่าแดง
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2553 ผมและอ.สิงห์ป่าสัก ได้มีโอกาสไปเสริมหนุนทีมวิทยากรกระบวนการของศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านนาป่าแดง หมู่1 ต.คุยบ้านโอง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ซึ่งทางศูนย์ปราชญ์ฯเขาจัดอบรมหลักสูตรการพัฒนาวิทยากรแกนนำชาวบ้าน ให้เป็นวิทยากรกระบวนการ ซึ่งแกนนำเครือข่ายเหล่านนี้เมื่อผ่านหลักสูตรนี้ไปแล้ว เมื่อกลับไปในชุมชนของตนเอง ก็จะต้องเป็นแกนนำในการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในแต่ละชุมชนนั่นเอง ในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้เกิดเป็นรูปธรรมในชุมชน
บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ดีมาก โดยมีแกนนำชมชุน ที่เข้าร่วมประมาณ 20 คน ซึ่งทุกคนจะเคยผ่านการฝึกอบรมโดยมีการฝึกปฏิบัติด้านวิชาชีพ เน้นฐานองค์ความรู้ในหลักการแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมุ่งเน้นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ตลอดจนการพัฒนาทางคุณธรรมจริยธรรม ควบคู่กันไป รวมทั้งการรักษาวัฒนาธรรมของชุมชน การแบ่งปัน การเอื้ออาทรต่อกันในชุมชนเป็นต้น
วันนี้เราได้ทำการเสริมหนุน ในการพัฒนาความคิดรวบยอด และยกระดับแกนนำชุมชน ให้เป็นวิทยากรกระบวนการ หรือหากจะเรียกให้ง่ายขึ้น ก็คือฝึกทักษะให้แกนนำเป็นคุณอำนวย พร้อมเป็นคุณลิขิต ไปพร้อมๆกัน พอที่จะสรุปเป็นขั้นตอนดังนี้

ขั้นที่1. การจัดสถานที่ ในช่วงแรกทีมงานได้จัดเก้าอี้นั่งให้เป็นรูปตัวยู เพื่อที่จะสะดวกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ขั้นที่2. การสร้างความคุ้นเคย เมื่อเราไปถึงก็ทักทายกับทีมงานผู้จัด ทักทายผู้เข้ารับการอบรมหรือผู้ที่จะเข้าร่วมในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั่นเอง เพื่อลดการเป็นพิธีการลง ความเป็นกันเองก็จะเกิดขึ้น ความกล้าที่อยากจะแลกเปลี่ยนขึ้นมานั่นเอง
ขั้นที่3. คำถามแรก เราใช้บัตรคำแจกผู้เข้าร่วมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยให้เขาเขียนชื่อ-สกุล ตำแหน่งในชุมชน แล้วบอกความหนักอกหนักใจ ความกังวลต่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองในขณะนี้ จากนั้นเราก็เก็บรวบรวมบัตรคำ และทำการสรุปโดยเร็ว ทำให้เราได้ทราบว่าผู้เข้าร่วมเขามีความกังวลในเรื่องใดบ้าง ซึ่งเราก็จะต้องปรับ หรือละลายพฤติกรรมเขาผู้เข้าร่วมลงให้ได้ เพื่อสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ให้ได้

ขั้นที่4. จากนั้นเราก็ปรับการนั่งใหม่โดยการให้ทุกคนยกเก้าอี้ที่นั่งออกไป โดยใช้เสื่อปูพื้นแล้วก็นั่งล้อมวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน สังเกตดูแล้วบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนก็ดีขึ้นกว่าช่วงแรกมากขึ้น
จุดประสงค์เราต้องการฝึกทักษะให้เขาได้เรียนรู้ว่า สถานที่หรือการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้นไม่จำเป็นต้องนั่งเก้าอี้ตลอดเวลา อาจจะนั่งใต้ร่มไม้ใหญ่ก็ได้ ที่สะดวกต่อการแลกเปลี่ยนและที่สำคัญต้องได้งานและบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนนั่นเอง


ขั้นที่5.จากนั้นเราก็ให้เขาทดลองการสร้างเครื่องมือ Mind Map โดยแต่ละคนฝึกเขียนMind Map ของตนเองลงในกระดาษA4 โดยใช้ตัวเดินเรื่อง ชีวิตของตนเอง เชื่อไหมครับปรากฏว่าแกนนำหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคน เขาเขียนMind Map ของตนเองเป็น จากนั้นเราก็ให้สมาชิกผู้เข้าร่วมทุกคนทำการคัดเลือกMind Map ของผู้ที่เขียนเนื้อหาที่เชื่อมโยงและมีรายละเอียดมากที่สุด ปรากฏว่าได้มา 3 ราย จากนั้น เราก็ให้ทั้ง 3 รายเป็นตัวอย่างลองเล่าเรื่องแล้วนำเสนอตามประเด็น Mind Map ซึ่งเรียกบรรยาการเฮฮาขึ้นมาทีเดียวครับ

ขั้นที่6. ทีมงานเราได้สรุปให้เขาได้เรียนรู้บทบาทของการเป็นวิทยากรกระบวนการ โดยได้เพิ่มเติมหลักการของการเป็นวิทยากรกระบวนการ ประกอบด้วยประเด็นที่สำคัญได้แก่
ก.การออกแบบกระบวนการเป็น
ข.การสร้างทีมงานในการจัดกระบวนการแต่ละครั้ง
ค.การกำหนดประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ง.การฝึกทักษะในการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูลและการจับประเด็นเป็นรวมทั้งการสกัดความรู้จากการสนทนาแลกเปลี่ยนและการเล่าเรื่องเป็น
จ.การคัดเลือกสถานที่และเทคนิคการจัดเวทีแลกเปลี่ยนในแต่ละครั้ง
ฉ.เทคนิคการสร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยน
ช.เทคนิคการประเมินผลตนเองแบบมีส่วนร่วม
ซ.เทคนิคการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้
จากการที่เราลองประเมินด้วยการใช้เทคนิคAAR.ผลปรากฎว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมครั้งเกิดความพอใจที่ได้รับความรู้ในการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการในครั้งนี้ ซึ่งใช้เวลาเพียงครึ่งวัน ผู้เข้าร่วมเวทีครั้งนี้แต่ละท่านก็มีความมั่นใจว่ากลับไปถึงชุมชนแล้วจะสามารถสร้างทีมงานพร้อมที่จะขับเคลื่อนแนวทางตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนได้ต่อไป
เขียวมรกต.
3 มิย.53
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทาย
ห่างหายไปนานมากๆๆ
คิดถึงทุกคน
สวัสดีค่ะ