เมื่อโครงการที่ทำไว้เสร็จสมบูรณ์ ถึงคราวต้องออกมาโชว์

โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา 

ชุดการสอน : สองมือน้อยคอยสร้างสรรค์

 

นางสาว วินัฎฐา   นันตะสุข 

รหัสนักศึกษา 52741144  หมู่เรียน ป.52.01 

 

โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของ 

วิชา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา 

ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู 

คณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

  

คำนำ

โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (ETI 5701) ในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาครั้งนี้เป็นสื่อประเภท

ชุดการสอน : สองมือน้อยคอยสร้างสรรค์ เป็นชุดการสอนที่เน้นในการส่งเสริมและพัฒนาการเด็ก อายุ 4-6 ปี และเป็นชุดการสอนที่ช่วยในการพัฒนาทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา

โครงการนี้เป็นการรวบรวมความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้ในการผลิตสื่อเพื่อการเรียนการสอน เป็นการได้ทดลองผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาในอนาคต ทั้งนี้ก็เพื่อให้โครงการที่เกิดขึ้นได้สร้างประโยชน์ต่อการเรียนการสอนไม่มากก็น้อย

 

หลักการและเหตุผล

พัฒนาการของมนุษย์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่การปฏิสนธิจนถึงวัยสูงอายุ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา พัฒนาการจึงเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ และการดำรงชีวิตในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการในวัยเด็กซึ่งเป็นวัยที่มีความสำคัญและเป็นพื้นฐานหลักต่อการพัฒนาทั้งทางด้านการเรียน อารมณ์ สังคม และด้านร่างกายในขั้นที่สูงขึ้นไป   วัยเด็กตอนต้น (early childhood) หรือวัยก่อนเรียน ซึ่งเป็นช่วงวัยของเด็กที่มีอายุ 2-6 ปี ลักษณะเด่นของเด็กวัยนี้ คือ การเล่น ซึ่งหากเด็กได้รับสื่อทางการพัฒนาที่ดีหรือการเล่นที่ดีจะทำให้เด็กได้รับการพัฒนาที่ถูกต้องและเหมาะสมส่งผลต่อการพัฒนาในขั้นต่อ ๆ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นความสามารถในการประสานการทำงานระหว่างมือกับตา ความทรงจำ ความคิด การแยกแยะสิ่งต่าง ๆ การแก้ปัญหา และความพร้อมด้านวิชาการเพื่อเป็นพื้นฐานทางการศึกษา (สถาบันราชานุกูล กรมสุภาพจิต, 2552 หน้า 16) หากการพัฒนาการทางด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและทางด้านสติปัญญาของเด็กวัยนี้ด้วยการเล่นผ่านสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่การพัฒนาการเขียนหรือการหยิบจับสิ่งของหรือวัตถุต่างๆ ของเด็กในวัยนี้ได้อย่างมีความคล่องแคล่ว และยังเป็นการฝึกให้เด็กได้คิดและรู้จักแยกแยะสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทั้งนี้เพื่อพัฒนาการในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญาของเด็กที่จะนำไปสู่วัยเรียนที่มีความพร้อมในการพัฒนาขั้นต่อไป

 

วัตถุประสงค์ 

  1. เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของวัยเด็กตอนต้นให้สามารถใช้ได้คล่องแคล่วและมีความแม่นยำในการหยิบจับสิ่งของต่างๆ
  2. เพื่อพัฒนาทักษะความเข้าใจในการแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน
  3. เพื่อพัฒนาทักษะความเข้าใจในการแยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงต่างกัน
  4. เพื่อพัฒนาทักษะความเข้าใจในการแยกแยะวัตถุที่มีสีต่างกัน

 

ขอบเขตของสื่อนวัตกรรมการศึกษา 

ขอบเขตด้านเนื้อหา

  1. พัฒนาการของมนุษย์ทางด้านสติปัญญา ร่างกาย อารมณ์ และสังคม
  2. ทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมของอิริคสัน
  3. ทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจท์
  4. พัฒนาการวัยเด็กต้อนต้น

ขอบเขตด้านประชากร

ประชากร คือ เด็กชั้นอนุบาลอายุประมาณ 4 – 6 ปี (วัยเด็กตอนต้น)

 

ส่วนประกอบของสื่อนวัตกรรมการศึกษา 

ส่วนประกอบภายนอกของชุดการสอน

 

 

 

 

ส่วนประกอบภายในของชุดการสอน 

ส่วนประกอบภายในของชุดการสอนมีทั้งหมด 3 ศูนย์ ภายในกล่องจะมีคู่มือครู และมีชุดการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนบรรจุอยู่ในกล่องของศูนย์ที่ 3 ซึ่งแต่ละศูนย์จะมีส่วนประกอบแตกต่างกันไป ได้แก่

ศูนย์ที่ 1 (การแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน)

 

 

ศูนย์ที่ 2 (การแยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน)

 

 

ศูนย์ที่ 3 (การแยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน)

 

 

 

 

ขั้นตอนการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา 

ชุดการสอน : สองมือน้อยคอยสร้างสรรค์

 

กระบวนการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา

                1.   ขั้นเตรียมการทดลอง

                      หลังจากที่อาจารย์ได้พิจารณาโครงการที่ได้นำเสนอ ผู้จัดทำโครงการจึงทำการดำเนินการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาตามที่ได้วางแผนตามขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้ ดังนี้

                        1.1  ผู้จัดทำโครงการทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนในการจัดทำโครงการ รวมถึงศึกษาขอบเขตและเนื้อหาที่เกี่ยวกับสื่อนวัตกรรมการศึกษาในโครงการ จากนั้นทำเขียนโครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา และการนำเสนอโครงการต่ออาจารย์ จากนั้นรอการพิจารณาโครงการฯ จากอาจารย์ผู้สอน

                      1.2  การเตรียมอุปกรณ์ในการจัดทำสื่อนวัตกรรมการศึกษา โดยการนำวัสดุ อุปกรณ์ที่เตรียมไว้มาผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา ตามโครงการที่วางไว้ ผู้จัดทำได้ผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาเป็นแบบชุดการสอน ประกอบด้วย 3 ศูนย์ และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ดังนี้

 

ชุดการสอน : ศูนย์ที่ 1

(การแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน)

                ศูนย์ที่ 1 เป็นกิจกรรมการเล่นที่จะให้ผู้เรียนหรือเด็กได้ทำการแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะของกล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับสิ่งของหรือวัตถุต่างๆ และเป็นการฝึกทักษะทางสติปัญญาในการแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน

                วัสดุอุปกรณ์ 

                ประกอบไปด้วย แป้นเสียบกระดาษ 2 อัน ห่วงพลาสติกขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จำนวนขนาดละ 12 อัน กระดาษสี กรรไกร กาว เทปกาว กล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ นาฬิกาจับเวลา

                วิธีทำ  

                ในการผลิตศูนย์ที่ 1 เป็นการนำเอากระดาษมาพันกับเหล็กที่อยู่บนแป้นเสียบกระดาษทำเช่นเดียวกันทั้ง 2 อัน จากนั้นนำเอาห่วงพลาสติกทั้งสองขนาดมารวมกันในกล่องพลาสติกใส ในการทำแป้นเสียบสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือความปลอดภัยของอุปกรณ์ โดยเป็นการทำแป้นเสียบ (แกน) ให้มีความโค้งมนเหมาะสำหรับการหยิบจับของเด็กมากที่สุด    

      

                วิธีเล่น/การทำกิจกรรม

                ศูนย์ที่ 1 ให้ผู้เรียนหยิบห่วงพลาสติกที่มีขนาดแตกต่างกันในกล่องแล้วทำการแยกแยะขนาดของห่วงพลาสติกโดยให้ห่วงพลาสติกขนาดเล็กอยู่ในแกนเดียวกันกับห่วงพลาสติกขนาดเล็กทั้งหมด และให้ห่วงพลาสติกขนาดใหญ่อยู่ในแกนเดียวกันกับห่วงพลาสติกขนาดใหญ่ทั้งหมด 

 

 

ชุดการสอน : ศูนย์ที่ 2

(การแยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน)

                ศูนย์ที่ 2 เป็นกิจกรรมการเล่นที่จะให้ผู้เรียนหรือเด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กในการฝึกใช้นิ้วมือเพื่อการบังคับการหยิบลูกปัดแต่ละรูปทรงลงในกล่องพลาสติกใสขนาดเล็กแต่ละกล่อง และเป็นการฝึกทักษะทางสติปัญญาในการแยกแยะลูกปัดที่มีรูปทรงแตกต่างกัน

                วัสดุอุปกรณ์ 

                ประกอบไปด้วย ลูกปัดหลากสีที่มีรูปทรงแตกต่างกัน จำนวน 3 รูปทรง  อย่างละ 10 อัน กล่องพลาสติกใสขนาดเล็ก 3 กล่อง กล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ 1 กล่อง นาฬิกาจับเวลา

                วิธีทำ  

                ในการผลิตศูนย์ที่ 2 เป็นการนำเอาลูกปัดหลากสี จำนวน 3 รูปทรง รูปทรงละ 10 อัน นำไปคละกันไว้ในกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ และทำการตกแต่งกล่องพลาสติกใสขนาดเล็ก 3 กล่องทั้งนี้เพื่อเอาไว้ในการแยกแยะรูปทรงแต่ละรูปทรงลงในกล่องพลาสติกใสขนาดเล็กแต่ละกล่อง

                วิธีเล่น/การทำกิจกรรม

                ศูนย์ที่ 2 ให้ผู้เรียนหยิบลูกปัดที่มีรูปทรงแตกต่างกันในกล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่แล้วทำการแยกแยะรูปทรงของลูกปัด โดยให้ลูกปัดรูปหัวใจ รูปดาว รูปผีเสื้อ ใส่ไว้ในกล่องพลาสติกใสขนาดเล็กรูปทรงละกล่อง ซึ่งในกล่องเดียวกันต้องเป็นลูกปัดรูปทรงเดียวกันทั้งหมด

 

 

ชุดการสอน : ศูนย์ที่ 3

(การแยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน)

                ศูนย์ที่ 3 เป็นกิจกรรมการเล่นที่จะให้ผู้เรียนหรือเด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กในการฝึกใช้นิ้วมือเพื่อการร้อยลูกปัดแต่ละอันในเชือก และเป็นการฝึกทักษะทางสติปัญญาในการแยกแยะลูกปัดที่มีสีแตกต่างกัน (สีเขียว สีเหลือง สีแดง)

                วัสดุอุปกรณ์ 

                ประกอบไปด้วย เชือก 3 เส้น ลูกปัด 3 สี (สีเขียว สีเหลือง สีแดง) สีละ 12 ลูก กล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ เทปกาว/เทปใส กรรไกร นาฬิกาจับเวลา

                วิธีทำ

                ในการผลิตศูนย์ที่ 3 เป็นการนำเอาลูกปัดทั้งสามสีมารวมกันในกล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ จากนั้นนำเชือกมาวัดขนาดให้เท่าๆ กัน จำนวน 3 เส้น ในแต่ละเส้นมีการผูกปมไว้อีกด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งนำเทปกาวหรือเทปใสมาพันปลายเชือกไว้เพื่อไม่ให้ปลายเชือกหลุดง่าย

                วิธีเล่น/การทำกิจกรรม

                ศูนย์ที่ 3 ให้ผู้เรียนหยิบลูกปัดที่มีสีแตกต่างกันในกล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่แล้วทำการแยกแยะสีของลูกปัดด้วยการร้อยลงในเชือกแต่ละเส้น โดยการร้อยลูกปัด 1 เส้นต้องเป็นลูกปัดสีเดียวกัน 1 เท่านั้น

 

 

การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

(การหยิบโซ่พลาสติก)

                การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นกิจกรรมการเล่นที่ทดสอบพัฒนาการทางด้านการปฏิบัติหรือทักษะของเด็กก่อนและหลังการทำกิจกรรมการเล่นในชุดการสอน

                วัสดุอุปกรณ์ 

                ประกอบไปด้วย โซ่พลาสติก กล่องพลาสติกใส นาฬิกาจับเวลา

                วิธีทำ

                นำโซ่พลาสติกจำนวน 80 ชิ้น มารวมกันไว้ในกล่องพลาสติกใส

                วิธีเล่น/การทำกิจกรรม

                การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนทำการทดสอบเช่นเดียวกัน คือ ในกล่องที่ 1 มีโซ่พลาสติกจำนวน 80 ชิ้น ให้ผู้เรียนหยิบลวดพลาสติกจากกล่องที่หนึ่งไปยังกล่องที่สองในเวลา 1 นาที หากผู้เรียนหยิบได้กี่ชิ้นให้นับและให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด

 

                2.   ขั้นดำเนินการทดลอง

                        หลังจากการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาตามโครงการสำเร็จตามขั้นตอนข้างต้น และได้ทำการดำเนินการทดลอง ดังนี้

                        2.1  ผู้จัดทำโครงการนำชุดการสอนทั้ง 3 ศูนย์ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบประสิทธิภาพ (IOC) ของชุดการสอน จากนั้นนำคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงชุดการสอนให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

                        2.2  ผู้จัดทำโครงการได้นำสื่อนวัตกรรมการศึกษาไปทำการทดสอบ (Try Out) กับประชากรอายุประมาณ 4 – 6 ปี (วัยเด็กตอนต้น) จำนวน 3 คน มีการทดสอบก่อนและหลังการเรียนและในระหว่างทำการทดสอบมีการบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนเป็นรายบุคคลและทำการประเมินผลกิจกรรมในแต่ละศูนย์ แล้วนำผลที่ได้จากนักเรียน 3 คน มาหาค่า E1/E2

                        2.3  หลังจากที่ดำเนินการตามขั้นตอน 2.1 และ 2.2 ผู้จัดทำโครงการจึงได้นำชุดการสอน ทั้ง 3 ศูนย์ ไปทำการเรียนการสอนกับเด็กชั้นอนุบาลอายุประมาณ 4 – 6 ปี (วัยเด็กตอนต้น) เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็กและสติปัญญาต่อไป

 

                3.   ขั้นสิ้นสุดการทดลอง

                      เมื่อได้ดำเนินการตามขั้นการทดลอง ผู้จัดทำโครงการได้ทำการวิเคราะห์และสรุปผลของสื่อนวัตกรรมการศึกษา จากนั้นทำการส่งสื่อนวัตกรรมการศึกษาที่สมบูรณ์ ส่งรายงานกระบวนการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา และทำการนำเสนอโครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาที่ผลิตผ่านบันทึกบนบล็อก www.gotoknow.org

 

วัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา 

                งบประมาณที่ใช้จริงประมาณ  381  บาท

  1. กล่องพลาสติกใสขนาดเล็กและขนาดใหญ่
  2. กล่องกระดาษ
  3. แป้นเสียบกระดาษ
  4. ลูกปัดหลากสี
  5. ห่วงพลาสติกหลากสี
  6. กระดาษหลากสี
  7. กรรไกร
  8. กาว/เทปกาว
  9. เชือก

 

การวัดผลและการประเมินผล

                1.    วิธีการวัดผล

                        1.1  การสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนในระหว่างการทำกิจกรรมของชุดการสอนแต่ละศูนย์

                        1.2    การประเมินกิจกรรมในแต่ละศูนย์

                        1.3    การทดสอบก่อนและหลังเรียน โดยเป็นการทดสอบความคล่องแคล่วของทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การทดสอบก่อนเรียนให้เด็กหยิบโซ่พลาสติกทีละชิ้นในระยะเวลา 1 นาที นับจำนวนโซ่พลาสติกที่ผู้เรียนทำได้และให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นทำการฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญาด้วยชุดการสอนทั้ง 3 ศูนย์ จากนั้นทำการทดสอบหลังเรียนเป็นการดูพัฒนาการของเด็กอีกครั้งด้วยการหยิบโซ่พลาสติกทีละชิ้นในระยะเวลา 1 นาทีเช่นเดียวกับก่อนการทดสอบ นับจำนวนโซ่พลาสติกที่ผู้เรียนทำได้และให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นทำการบันทึกพฤติกรรมและจำนวนชิ้นที่เด็กหยิบได้นำไปเปรียบเทียบเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้

 

                2.    เครื่องมือวัด

                        2.1  แบบสังเกตพฤติกรรม

                        2.2  แบบประเมินผลงาน

                        2.3  แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

              

                3.    เกณฑ์การวัดผลและการประเมินผล

                        3.1  แบบประเมินกิจกรรม

                                ศูนย์ที่ 1

                                เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง

                                ระดับคุณภาพ 1  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน ผิด 3 ครั้งขึ้นไป

                                ระดับคุณภาพ 2  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน ผิด 1-2 ครั้ง

                                ระดับคุณภาพ 3  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน ถูกทั้งหมด

                                เกณฑ์การประเมินความคล่องแคล่ว

                                ระดับคุณภาพ 1  หมายถึง  ใช้เวลามากกว่า 1 นาที 30 วินาที

                                ระดับคุณภาพ 2  หมายถึง  ใช้เวลาระหว่าง 1 นาที - 1 นาที 30 วินาที

                                ระดับคุณภาพ 3  หมายถึง  ใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาที

                         

                                ศูนย์ที่ 2

                                เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง

                                ระดับคุณภาพ 1  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน ผิด 3 ครั้งขึ้นไป

                                ระดับคุณภาพ 2  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน ผิด 1-2 ครั้ง

                                ระดับคุณภาพ 3  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน ถูกทั้งหมด

                                เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง

                                ระดับคุณภาพ 1  หมายถึง  ใช้เวลามากกว่า 2 นาที

                                ระดับคุณภาพ 2  หมายถึง  ใช้เวลาระหว่าง 1 นาที - 2 นาที

                                ระดับคุณภาพ 3  หมายถึง  ใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาที

                               

                                ศูนย์ที่ 3

                                เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง

                                ระดับคุณภาพ 1  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน ผิด 3 ครั้งขึ้นไป

                                ระดับคุณภาพ 2  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน ผิด 1-2 ครั้ง

                                ระดับคุณภาพ 3  หมายถึง  แยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน ถูกทั้งหมด

                                เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง

                                ระดับคุณภาพ 1  หมายถึง  ใช้เวลามากกว่า 4 นาที

                                ระดับคุณภาพ 2  หมายถึง  ใช้เวลาระหว่าง 3 นาที – 4 นาที

                                ระดับคุณภาพ 3  หมายถึง  ใช้เวลาน้อยกว่า 3 นาที

                       

                         3.2  แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน

                                เกณฑ์การประเมิน

                                1 คะแนน              หมายถึง                                การหยิบโซ่พลาสติก     0-20 ชิ้น

                                2 คะแนน              หมายถึง                                การหยิบโซ่พลาสติก     21-25 ชิ้น

                                3 คะแนน              หมายถึง                                การหยิบโซ่พลาสติก     26-30 ชิ้น

                                4 คะแนน              หมายถึง                                การหยิบโซ่พลาสติก     31-35 ชิ้น

                                5 คะแนน              หมายถึง                                การหยิบโซ่พลาสติก     มากกว่า 35 ชิ้น

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา

                ในระหว่างการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น คือ การทำการทดลอง (Try Out) กับกลุ่มตัวอย่างจำนวนน้อยเกินไป อาจจะทำให้ประสิทธิผลของบทเรียนช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ไม่เต็มศักยภาพ

 

การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน

            ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของชุดการสอน เท่ากับ 0.92

 

การทดลองกับผู้เรียนแบบ 1:1

                ค่าสัมประสิทธิภาพของบทเรียนในด้านทักษะปฏิบัติ E1/E2 = 90/86

                ค่าดัชนีประสิทธิผลของบทเรียน เท่ากับ .70