โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา
ชุดการสอน : สองมือน้อยคอยสร้างสรรค์
นางสาว วินัฎฐา นันตะสุข
รหัสนักศึกษา 52741144 หมู่เรียน ป.52.01
โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของ
วิชา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
คำนำ
โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (ETI 5701) ในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาครั้งนี้เป็นสื่อประเภท
ชุดการสอน : สองมือน้อยคอยสร้างสรรค์ เป็นชุดการสอนที่เน้นในการส่งเสริมและพัฒนาการเด็ก อายุ 4-6 ปี และเป็นชุดการสอนที่ช่วยในการพัฒนาทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา
โครงการนี้เป็นการรวบรวมความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้ในการผลิตสื่อเพื่อการเรียนการสอน เป็นการได้ทดลองผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาในอนาคต ทั้งนี้ก็เพื่อให้โครงการที่เกิดขึ้นได้สร้างประโยชน์ต่อการเรียนการสอนไม่มากก็น้อย
หลักการและเหตุผล
พัฒนาการของมนุษย์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่การปฏิสนธิจนถึงวัยสูงอายุ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา พัฒนาการจึงเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ และการดำรงชีวิตในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการในวัยเด็กซึ่งเป็นวัยที่มีความสำคัญและเป็นพื้นฐานหลักต่อการพัฒนาทั้งทางด้านการเรียน อารมณ์ สังคม และด้านร่างกายในขั้นที่สูงขึ้นไป วัยเด็กตอนต้น (early childhood) หรือวัยก่อนเรียน ซึ่งเป็นช่วงวัยของเด็กที่มีอายุ 2-6 ปี ลักษณะเด่นของเด็กวัยนี้ คือ การเล่น ซึ่งหากเด็กได้รับสื่อทางการพัฒนาที่ดีหรือการเล่นที่ดีจะทำให้เด็กได้รับการพัฒนาที่ถูกต้องและเหมาะสมส่งผลต่อการพัฒนาในขั้นต่อ ๆ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นความสามารถในการประสานการทำงานระหว่างมือกับตา ความทรงจำ ความคิด การแยกแยะสิ่งต่าง ๆ การแก้ปัญหา และความพร้อมด้านวิชาการเพื่อเป็นพื้นฐานทางการศึกษา (สถาบันราชานุกูล กรมสุภาพจิต, 2552 หน้า 16) หากการพัฒนาการทางด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและทางด้านสติปัญญาของเด็กวัยนี้ด้วยการเล่นผ่านสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่การพัฒนาการเขียนหรือการหยิบจับสิ่งของหรือวัตถุต่างๆ ของเด็กในวัยนี้ได้อย่างมีความคล่องแคล่ว และยังเป็นการฝึกให้เด็กได้คิดและรู้จักแยกแยะสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทั้งนี้เพื่อพัฒนาการในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญาของเด็กที่จะนำไปสู่วัยเรียนที่มีความพร้อมในการพัฒนาขั้นต่อไป
วัตถุประสงค์
- เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของวัยเด็กตอนต้นให้สามารถใช้ได้คล่องแคล่วและมีความแม่นยำในการหยิบจับสิ่งของต่างๆ
- เพื่อพัฒนาทักษะความเข้าใจในการแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน
- เพื่อพัฒนาทักษะความเข้าใจในการแยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงต่างกัน
- เพื่อพัฒนาทักษะความเข้าใจในการแยกแยะวัตถุที่มีสีต่างกัน
ขอบเขตของสื่อนวัตกรรมการศึกษา
ขอบเขตด้านเนื้อหา
- พัฒนาการของมนุษย์ทางด้านสติปัญญา ร่างกาย อารมณ์ และสังคม
- ทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมของอิริคสัน
- ทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจท์
- พัฒนาการวัยเด็กต้อนต้น
ขอบเขตด้านประชากร
ประชากร คือ เด็กชั้นอนุบาลอายุประมาณ 4 – 6 ปี (วัยเด็กตอนต้น)
ส่วนประกอบของสื่อนวัตกรรมการศึกษา
ส่วนประกอบภายนอกของชุดการสอน
ส่วนประกอบภายในของชุดการสอน
ส่วนประกอบภายในของชุดการสอนมีทั้งหมด 3 ศูนย์ ภายในกล่องจะมีคู่มือครู และมีชุดการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนบรรจุอยู่ในกล่องของศูนย์ที่ 3 ซึ่งแต่ละศูนย์จะมีส่วนประกอบแตกต่างกันไป ได้แก่
ศูนย์ที่ 1 (การแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน)
ศูนย์ที่ 2 (การแยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน)
ศูนย์ที่ 3 (การแยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน)
ขั้นตอนการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา
ชุดการสอน : สองมือน้อยคอยสร้างสรรค์
กระบวนการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา
1. ขั้นเตรียมการทดลอง
หลังจากที่อาจารย์ได้พิจารณาโครงการที่ได้นำเสนอ ผู้จัดทำโครงการจึงทำการดำเนินการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาตามที่ได้วางแผนตามขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้ ดังนี้
1.1 ผู้จัดทำโครงการทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนในการจัดทำโครงการ รวมถึงศึกษาขอบเขตและเนื้อหาที่เกี่ยวกับสื่อนวัตกรรมการศึกษาในโครงการ จากนั้นทำเขียนโครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา และการนำเสนอโครงการต่ออาจารย์ จากนั้นรอการพิจารณาโครงการฯ จากอาจารย์ผู้สอน
1.2 การเตรียมอุปกรณ์ในการจัดทำสื่อนวัตกรรมการศึกษา โดยการนำวัสดุ อุปกรณ์ที่เตรียมไว้มาผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา ตามโครงการที่วางไว้ ผู้จัดทำได้ผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาเป็นแบบชุดการสอน ประกอบด้วย 3 ศูนย์ และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ดังนี้
ชุดการสอน : ศูนย์ที่ 1
(การแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน)
ศูนย์ที่ 1 เป็นกิจกรรมการเล่นที่จะให้ผู้เรียนหรือเด็กได้ทำการแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะของกล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับสิ่งของหรือวัตถุต่างๆ และเป็นการฝึกทักษะทางสติปัญญาในการแยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน
วัสดุอุปกรณ์
ประกอบไปด้วย แป้นเสียบกระดาษ 2 อัน ห่วงพลาสติกขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จำนวนขนาดละ 12 อัน กระดาษสี กรรไกร กาว เทปกาว กล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ นาฬิกาจับเวลา
วิธีทำ
ในการผลิตศูนย์ที่ 1 เป็นการนำเอากระดาษมาพันกับเหล็กที่อยู่บนแป้นเสียบกระดาษทำเช่นเดียวกันทั้ง 2 อัน จากนั้นนำเอาห่วงพลาสติกทั้งสองขนาดมารวมกันในกล่องพลาสติกใส ในการทำแป้นเสียบสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือความปลอดภัยของอุปกรณ์ โดยเป็นการทำแป้นเสียบ (แกน) ให้มีความโค้งมนเหมาะสำหรับการหยิบจับของเด็กมากที่สุด
วิธีเล่น/การทำกิจกรรม
ศูนย์ที่ 1 ให้ผู้เรียนหยิบห่วงพลาสติกที่มีขนาดแตกต่างกันในกล่องแล้วทำการแยกแยะขนาดของห่วงพลาสติกโดยให้ห่วงพลาสติกขนาดเล็กอยู่ในแกนเดียวกันกับห่วงพลาสติกขนาดเล็กทั้งหมด และให้ห่วงพลาสติกขนาดใหญ่อยู่ในแกนเดียวกันกับห่วงพลาสติกขนาดใหญ่ทั้งหมด
ชุดการสอน : ศูนย์ที่ 2
(การแยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน)
ศูนย์ที่ 2 เป็นกิจกรรมการเล่นที่จะให้ผู้เรียนหรือเด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กในการฝึกใช้นิ้วมือเพื่อการบังคับการหยิบลูกปัดแต่ละรูปทรงลงในกล่องพลาสติกใสขนาดเล็กแต่ละกล่อง และเป็นการฝึกทักษะทางสติปัญญาในการแยกแยะลูกปัดที่มีรูปทรงแตกต่างกัน
วัสดุอุปกรณ์
ประกอบไปด้วย ลูกปัดหลากสีที่มีรูปทรงแตกต่างกัน จำนวน 3 รูปทรง อย่างละ 10 อัน กล่องพลาสติกใสขนาดเล็ก 3 กล่อง กล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ 1 กล่อง นาฬิกาจับเวลา
วิธีทำ
ในการผลิตศูนย์ที่ 2 เป็นการนำเอาลูกปัดหลากสี จำนวน 3 รูปทรง รูปทรงละ 10 อัน นำไปคละกันไว้ในกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ และทำการตกแต่งกล่องพลาสติกใสขนาดเล็ก 3 กล่องทั้งนี้เพื่อเอาไว้ในการแยกแยะรูปทรงแต่ละรูปทรงลงในกล่องพลาสติกใสขนาดเล็กแต่ละกล่อง
วิธีเล่น/การทำกิจกรรม
ศูนย์ที่ 2 ให้ผู้เรียนหยิบลูกปัดที่มีรูปทรงแตกต่างกันในกล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่แล้วทำการแยกแยะรูปทรงของลูกปัด โดยให้ลูกปัดรูปหัวใจ รูปดาว รูปผีเสื้อ ใส่ไว้ในกล่องพลาสติกใสขนาดเล็กรูปทรงละกล่อง ซึ่งในกล่องเดียวกันต้องเป็นลูกปัดรูปทรงเดียวกันทั้งหมด
ชุดการสอน : ศูนย์ที่ 3
(การแยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน)
ศูนย์ที่ 3 เป็นกิจกรรมการเล่นที่จะให้ผู้เรียนหรือเด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กในการฝึกใช้นิ้วมือเพื่อการร้อยลูกปัดแต่ละอันในเชือก และเป็นการฝึกทักษะทางสติปัญญาในการแยกแยะลูกปัดที่มีสีแตกต่างกัน (สีเขียว สีเหลือง สีแดง)
วัสดุอุปกรณ์
ประกอบไปด้วย เชือก 3 เส้น ลูกปัด 3 สี (สีเขียว สีเหลือง สีแดง) สีละ 12 ลูก กล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ เทปกาว/เทปใส กรรไกร นาฬิกาจับเวลา
วิธีทำ
ในการผลิตศูนย์ที่ 3 เป็นการนำเอาลูกปัดทั้งสามสีมารวมกันในกล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ จากนั้นนำเชือกมาวัดขนาดให้เท่าๆ กัน จำนวน 3 เส้น ในแต่ละเส้นมีการผูกปมไว้อีกด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งนำเทปกาวหรือเทปใสมาพันปลายเชือกไว้เพื่อไม่ให้ปลายเชือกหลุดง่าย
วิธีเล่น/การทำกิจกรรม
ศูนย์ที่ 3 ให้ผู้เรียนหยิบลูกปัดที่มีสีแตกต่างกันในกล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่แล้วทำการแยกแยะสีของลูกปัดด้วยการร้อยลงในเชือกแต่ละเส้น โดยการร้อยลูกปัด 1 เส้นต้องเป็นลูกปัดสีเดียวกัน 1 เท่านั้น
การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
(การหยิบโซ่พลาสติก)
การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นกิจกรรมการเล่นที่ทดสอบพัฒนาการทางด้านการปฏิบัติหรือทักษะของเด็กก่อนและหลังการทำกิจกรรมการเล่นในชุดการสอน
วัสดุอุปกรณ์
ประกอบไปด้วย โซ่พลาสติก กล่องพลาสติกใส นาฬิกาจับเวลา
วิธีทำ
นำโซ่พลาสติกจำนวน 80 ชิ้น มารวมกันไว้ในกล่องพลาสติกใส
วิธีเล่น/การทำกิจกรรม
การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนทำการทดสอบเช่นเดียวกัน คือ ในกล่องที่ 1 มีโซ่พลาสติกจำนวน 80 ชิ้น ให้ผู้เรียนหยิบลวดพลาสติกจากกล่องที่หนึ่งไปยังกล่องที่สองในเวลา 1 นาที หากผู้เรียนหยิบได้กี่ชิ้นให้นับและให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. ขั้นดำเนินการทดลอง
หลังจากการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาตามโครงการสำเร็จตามขั้นตอนข้างต้น และได้ทำการดำเนินการทดลอง ดังนี้
2.1 ผู้จัดทำโครงการนำชุดการสอนทั้ง 3 ศูนย์ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบประสิทธิภาพ (IOC) ของชุดการสอน จากนั้นนำคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงชุดการสอนให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
2.2 ผู้จัดทำโครงการได้นำสื่อนวัตกรรมการศึกษาไปทำการทดสอบ (Try Out) กับประชากรอายุประมาณ 4 – 6 ปี (วัยเด็กตอนต้น) จำนวน 3 คน มีการทดสอบก่อนและหลังการเรียนและในระหว่างทำการทดสอบมีการบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนเป็นรายบุคคลและทำการประเมินผลกิจกรรมในแต่ละศูนย์ แล้วนำผลที่ได้จากนักเรียน 3 คน มาหาค่า E1/E2
2.3 หลังจากที่ดำเนินการตามขั้นตอน 2.1 และ 2.2 ผู้จัดทำโครงการจึงได้นำชุดการสอน ทั้ง 3 ศูนย์ ไปทำการเรียนการสอนกับเด็กชั้นอนุบาลอายุประมาณ 4 – 6 ปี (วัยเด็กตอนต้น) เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็กและสติปัญญาต่อไป
3. ขั้นสิ้นสุดการทดลอง
เมื่อได้ดำเนินการตามขั้นการทดลอง ผู้จัดทำโครงการได้ทำการวิเคราะห์และสรุปผลของสื่อนวัตกรรมการศึกษา จากนั้นทำการส่งสื่อนวัตกรรมการศึกษาที่สมบูรณ์ ส่งรายงานกระบวนการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา และทำการนำเสนอโครงการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาที่ผลิตผ่านบันทึกบนบล็อก www.gotoknow.org
วัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา
งบประมาณที่ใช้จริงประมาณ 381 บาท
- กล่องพลาสติกใสขนาดเล็กและขนาดใหญ่
- กล่องกระดาษ
- แป้นเสียบกระดาษ
- ลูกปัดหลากสี
- ห่วงพลาสติกหลากสี
- กระดาษหลากสี
- กรรไกร
- กาว/เทปกาว
- เชือก
การวัดผลและการประเมินผล
1. วิธีการวัดผล
1.1 การสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนในระหว่างการทำกิจกรรมของชุดการสอนแต่ละศูนย์
1.2 การประเมินกิจกรรมในแต่ละศูนย์
1.3 การทดสอบก่อนและหลังเรียน โดยเป็นการทดสอบความคล่องแคล่วของทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การทดสอบก่อนเรียนให้เด็กหยิบโซ่พลาสติกทีละชิ้นในระยะเวลา 1 นาที นับจำนวนโซ่พลาสติกที่ผู้เรียนทำได้และให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นทำการฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญาด้วยชุดการสอนทั้ง 3 ศูนย์ จากนั้นทำการทดสอบหลังเรียนเป็นการดูพัฒนาการของเด็กอีกครั้งด้วยการหยิบโซ่พลาสติกทีละชิ้นในระยะเวลา 1 นาทีเช่นเดียวกับก่อนการทดสอบ นับจำนวนโซ่พลาสติกที่ผู้เรียนทำได้และให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นทำการบันทึกพฤติกรรมและจำนวนชิ้นที่เด็กหยิบได้นำไปเปรียบเทียบเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้
2. เครื่องมือวัด
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรม
2.2 แบบประเมินผลงาน
2.3 แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน
3. เกณฑ์การวัดผลและการประเมินผล
3.1 แบบประเมินกิจกรรม
ศูนย์ที่ 1
เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง
ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน ผิด 3 ครั้งขึ้นไป
ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน ผิด 1-2 ครั้ง
ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีขนาดแตกต่างกัน ถูกทั้งหมด
เกณฑ์การประเมินความคล่องแคล่ว
ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง ใช้เวลามากกว่า 1 นาที 30 วินาที
ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง ใช้เวลาระหว่าง 1 นาที - 1 นาที 30 วินาที
ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง ใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาที
ศูนย์ที่ 2
เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง
ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน ผิด 3 ครั้งขึ้นไป
ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน ผิด 1-2 ครั้ง
ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีรูปทรงแตกต่างกัน ถูกทั้งหมด
เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง
ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง ใช้เวลามากกว่า 2 นาที
ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง ใช้เวลาระหว่าง 1 นาที - 2 นาที
ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง ใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาที
ศูนย์ที่ 3
เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง
ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน ผิด 3 ครั้งขึ้นไป
ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน ผิด 1-2 ครั้ง
ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง แยกแยะวัตถุที่มีสีแตกต่างกัน ถูกทั้งหมด
เกณฑ์การประเมินความถูกต้อง
ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง ใช้เวลามากกว่า 4 นาที
ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง ใช้เวลาระหว่าง 3 นาที – 4 นาที
ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง ใช้เวลาน้อยกว่า 3 นาที
3.2 แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน
เกณฑ์การประเมิน
1 คะแนน หมายถึง การหยิบโซ่พลาสติก 0-20 ชิ้น
2 คะแนน หมายถึง การหยิบโซ่พลาสติก 21-25 ชิ้น
3 คะแนน หมายถึง การหยิบโซ่พลาสติก 26-30 ชิ้น
4 คะแนน หมายถึง การหยิบโซ่พลาสติก 31-35 ชิ้น
5 คะแนน หมายถึง การหยิบโซ่พลาสติก มากกว่า 35 ชิ้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษา
ในระหว่างการผลิตสื่อนวัตกรรมการศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น คือ การทำการทดลอง (Try Out) กับกลุ่มตัวอย่างจำนวนน้อยเกินไป อาจจะทำให้ประสิทธิผลของบทเรียนช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ไม่เต็มศักยภาพ
การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 คน
ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของชุดการสอน เท่ากับ 0.92
การทดลองกับผู้เรียนแบบ 1:1
ค่าสัมประสิทธิภาพของบทเรียนในด้านทักษะปฏิบัติ E1/E2 = 90/86
ค่าดัชนีประสิทธิผลของบทเรียน เท่ากับ .70
แวะมาให้กำลังใจตัวเองคะ (อิอิ)
รายงานการนำเสนอนี้สามารถให้ข้อแนะนำและคำติชมได้นะคะ
ขอบคุณไว้ล่วงหน้าคะ ^_^
สวัสดีค่ะ คุณครูดินสอสี
สื่อการเรียนรู้ที่คุณครูผลิต เหมาะสำหรับการช่วยให้เด็กเกิดพัฒนาการมาก ๆ เลยค่ะ น่ารักมากค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
... ชิมิ ชิมิ
สวัสดีคะ คุณน้ำแข็งใส
ขอบคุณนะคะที่แวะเข้ามาเยี่ยชมและให้กำลังใจ
เป็นกำลังใจให้คุณน้ำแข็งใสในทุกเรื่องเช่นกันคะ
ขอบคุณคะ ^_^
อืมม เก่งครับ ;)
สวัสดีเช่นกันค่ะ คุณครูดินสอสี
สื่อการสอนของคุณครูนั้น นอกจากจะนำไปใช้ได้ตรงกับพัฒนาการของเด็กแล้ว
ยังเป็นตัวอย่างนวัตกรรมดีๆ ที่คุณครูและผู้ที่สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้อีกด้วย
ขอบคุณนะคะ สู้ ๆ ค่ะ
โชคดีค่ะ...
ทำต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ อ้อ ขออนุญาตนำไปเป็นแบบตัวอย่าง นะคะ จะทำให้เด็กดูค่ะ ขอบคุณค่ะ
เป็นอะไรที่ดูเหมือนง่ายแต่ใช้เวลานะคะ...ทำวิจัยต่อยอดไปเลยค่ะ
เป็นนวัตกรรมที่ดีมากค่ะ ขออนุญาตนำไปเป็นแบบตัวอย่าง นะคะ จะทำให้เด็กดูค่ะ ขอบคุณค่ะ.....
หลายปีมาแล้ว จนเจ้าของบันทึกบรรจุเป็นคุณครู สพม. เรียบร้อย
ผลงานก็ยังคงอยู่ ;)...