สวัสดีครับผู้เข้าอบรมโครงการ MDICP และ ชาว Blog
ผมได้รับเกียรติจากสำนักพัฒนาการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เชิญผมมาให้ความรู้ในเรื่อง ”SMEs/องค์กรแห่งการเรียนรู้” ให้กับผู้เข้าอบรมโครงการ MDICP(Manufacturing Development to Improve Competitiveness Progamme) ในวันที่ 3 มิถุนายน 2553
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ คุณวรินดา ตีรณสาร ที่โทรศัพท์เข้ามาเชิญผมด้วยโดยตรงผมประทับใจมากและผมยังมาทราบภายหลังว่า คุณวรินดา เป็นแฟนรายการวิทยุทางคลื่น 96.5 รายการ Human Talk ของผมด้วย
การบูรณาการความรู้ในครั้งนี้ผมอยากจะเน้นที่ วัฒนธรรมการเรียนรู้ของแต่ละคนก่อน เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ นอกจากนั้นผมจะเน้นบรรยากาศในการเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ มีการบริหารจัดการใหม่ๆ และเพื่อให้ SMEs พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้จึงถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญ ที่ Chira Academy และ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีโอกาสได้ร่วมมือกันพัฒนาผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศในการเรียนรู้
ผมต้องการให้ sme
เป็นองค์กรที่อยู่รอดระยะยาว
โดยเน้นเรื่อง คนหรือทุนมนุษย์
SMEs/องค์การแห่งการเรียนรู้
โดย.. ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ณ ห้องประชุมชั้น 6 โซน A อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
3 มิถุนายน 2553
………………………………………………………………………………………………………….
1) วัตถุประสงค์
2) วิธีการเรียน เน้น..
3)ความสำคัญของ SMEs ในประเทศไทย
ü เป็นแหล่งรองรับแรงงานจำนวนมาก
ü เป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรให้กับระบบ
เศรษฐกิจ และมีการปรับตัวต่อการผันผวนทางเศรษฐกิจ
ได้ดีกว่าธุรกิจขนาดใหญ่
ü เป็นหน่วยผลิตที่สนับสนุนและเชื่อมโยงไปสู่กิจการต่าง ๆ
โดยเฉพาะกิจการขนาดใหญ่ ขนาดกลางและหรือกิจการ
ขนาดย่อมด้วยกันเองในรูปแบบของการผลิตเป็นสินค้า
วัตถุดิบ
ü การเกิดขึ้นของ SMEs ตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ
เท่ากับเป็นการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค
4) ปัจจัยการท้าทายของ SMEs
ü โลกาภิวัตน์ โอกาสและการคุกคาม SMEs จะต้องปรับตัวต่อสู้กับคู่แข่งทั้งในประเทศและนอกประเทศ โดยเฉพาะในจีนและในอาเซียน
ü ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองที่ค่อนข้างรุนแรง..ส่งผลกระทบต่อ SMEs มากมาย
ü คุณภาพของ “ทุนมนุษย์” ใน SMEs เป็นอย่างไร จะสามารถเอาชนะปัญหาต่าง ๆ และสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้หรือไม่?
ü การร่วมมือสร้างเครือข่ายในกลุ่ม SMEs มีมากน้อยเพียงใด และท่านได้ประโยชน์จริงหรือไม่?
ü วันนี้ SMEs มีวัฒนธรรมในการเรียนรู้ และสนใจการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างจริงจังแล้วหรือไม่ เพราะจะเป็นปัจจัยไปสู่การพัฒนาให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
ü เข้าหาแหล่งทุนได้ลำบากกว่า
ü การสร้าง SMEs ให้มีความยั่งยืนในระยะยาว
ü นโยบายรัฐบาลไม่แน่นอน
ü สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่เน้นหลักสูตร สำหรับบริษัทใหญ่และบริษัทข้ามชาติ ขาดการวิจัยให้ SMEs ไทย เป็นเลิศ
5) ยุทธศาสตร์ของ SMEs..เพื่อความอยู่รอดและยั่งยืน
v ต้องมีเรื่อง “เงิน”
v ต้องมีเรื่อง “การตลาด”
v ต้องมีเรื่อง “Logistic”
v ต้องมีเรื่อง “Technology”
v แต่วันนี้เราจะเน้นเรื่อง “คน”
6) ยุทธศาสตร์ “เรื่องคน” ของ SMEs มีหลายเรื่องที่สำคัญ และเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ก็จะเป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้น ในช่วงเช้าผมจะพูดถึงความสำคัญเรื่อง “ทุนมนุษย์”และ “ทรัพยากรมนุษย์” ซึ่งจะเน้น Why – How and Execution เป็นหลัก
จากประสบการณ์ด้าน HR กว่า 30 ปี
ผมได้เรียนรู้ว่า..
6.1) การมองภาพทรัพยากรมนุษย์ต้องมองจาก Macro สู่ Micro”
6.2)หากจะประสบความสำเร็จ ด้านทรัพยากรมนุษย์ต้องอาศัยศรัทธาและความเชื่อ
(ลองอ่านบทที่ 2 เรื่อง “HR พันธุ์แท้”)
6.3) มูลค่าของทรัพยากรมนุษย์นั้นอยู่ที่การลงทุน ดังนั้นในวันนี้เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างหรือพัฒนา “ทุนมนุษย์” ทั้งการมองทุนมนุษย์ของตนเอง องค์กร หรือสังคมและประเทศชาติ
ผมขอเสนอแนวคิด 8 K’s และ 5K’s
6.4) นอกจากการพัฒนา “คน” ให้มี “ทุนมนุษย์” ด้านต่าง ๆ แล้ว หากจะพิจารณาในแง่ของการเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงาน ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สำคัญ ซึ่งผมขอเสนอทฤษฎี 3 วงกลมที่จะเป็นแนวทางในการบริหาร “คน” ให้เกิดประสิทธิภาพได้
6.5) และการบริหาร “คน” และ “องค์กร” จะประสบความสำเร็จและอยู่อย่างยั่งยืนได้ หาก “คนในองค์กรมีวัฒนธรรมในการเรียนรู้ และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้”
และผมหวังว่าวันนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับทุกท่านครับ
LO: Hypothesis
กรณีศึกษา
และวันนี้สำหรับทุกท่าน ถือว่าน่าจะเป็นการจุดประกายให้เราสนใจและเอาจริงเรื่องการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ให้สำเร็จ
ผมคิดว่าองค์กรแห่งการเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างน้อยๆ จะตอบโจทย์ได้ 3-4 เรื่อง
ข้อสังเกต
องค์กรส่วนใหญ่มี Training แต่เราไม่ค่อยจะมี Learning ถ้ามี Training เราไม่ได้ไปสร้าง
– Change
– Value added
– กระจายไม่ทุกกลุ่ม
– ผู้บริหารระดับสูงในอดีตยังไม่ได้ทำอย่างจริงจัง
– และไม่ทำอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น ในวันนี้ จึงขอเสนอ Concepts ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Learning Organizations ทั้งของไทย และต่างประเทศ เพื่อท่านลองวิเคราะห์ดูว่าจะเป็นประโยชน์อย่างไร?
(1) พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นตัวอย่างขององค์กรแห่งการเรียนรู้และเศรษฐกิจพอเพียง
วิธีการคิด 4 แนว ก่อนที่จะเริ่มทำงานใดๆ ให้คิดถึงสิ่งต่อไปนี้
1) ทำอะไร
2) ทำอย่างไร
3) ทำเพื่อใคร
4) ทำแล้วได้อะไร
6 หลักการในการทำงาน
1) คิด Macro ทำ Micro
2) ทำเป็นขั้นเป็นตอน
3) ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
4) ทำอะไรให้นึกถึงภูมิสังคมของที่นั้นๆ
5) การสื่อความ การประสานงาน และการบูรณาการ
(Communication, Coordination, Integration)
6) ทำอะไรต้องมีผู้เป็นเจ้าของ
รู้ – รัก – สามัคคี
(2) ทฤษฎี 4 L’s
(3) กฎของ Peter Senge อยู่ในหนังสือ Rethinking the Future
g Personal Mastery รู้อะไร รู้ให้จริง
g Mental Models มีแบบอย่างทางความคิด
g Shared Vision มีเป้าหมายร่วมกัน
g Team Learning เรียนรู้เป็นทีม ช่วยเหลือกัน
g System Thinking มีระบบการคิด มีเหตุมีผล
(4) Edwards De Beno กล่าวไว้ถึงเรื่อง Lateral Thinking ซึ่งแปลว่า การเป็นผู้เรียนรู้ที่ฉลาดและได้ผล ซึ่งจะต้อง
ถามว่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา ถูก หรือ ผิด
ท้าทายความคิดที่ถูกยอมรับ เช่น ในอดีตมีการถกเถียงว่า โลกแบน หรือ โลกกลม
หาทางออกใหม่ ๆ เช่น พยาบาลหรือหมอรู้ลึกและ แคบ ควรฝึกคิดให้กว้างขึ้น เอาศาสตร์ต่าง ๆ มาใช้
(5) แนวคิดใหม่ของ Grid : Democracy of Ideas and Information
(6) 7 Habits:7 อุปนิสัยของผู้ทรงประสิทธิผลสูงของ Dr.Covey
1 Be proactive
2 Think with the end in mind
3 Put first thing first
4 Think win – win
5 Try to understand and then to be understood
6 Synergy
7 Sharpen the saw
สรุป
เมื่อมีความเข้าใจในทฤษฎีและแนวคิดขององค์กรแห่งการเรียนรู้ แล้วจะทำอย่างไรให้ Awareness เกิดขึ้น อย่างจริงจัง ในวันนี้ ผมคิดว่าเราน่าจะวิเคราะห์
1 ผู้นำเป็นอย่างไร
2 บรรยากาศในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
3 ทำสำเร็จแล้วได้อะไร (Incentives)
4 สร้าง facilities ใหม่ , e-learning และ ห้องสมุด
5 ทำโทษถ้าไม่ดำเนินการ
6 มี learning coach and mentor
7 มีการวัดผล และเครื่องชี้
8 โยงไปสู่ ความสุขและ Blue Ocean
………………………………………………………………………………………………………….
หมายเหตุ รายละเอียดของทฤษฎีต่าง ๆ ของผมติดตามได้ที่ www.chiraacademy.com
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในช่วงเช้า
Volunteer
กลุ่มที่ 1
กลุ่มที่ 2
กลุ่มที่ 3
กลุ่มที่ 4
กลุ่มที่ 5
ดร.จีระ เสริมว่า
กลุ่มที่ 6
กลุ่มที่ 7
กลุ่ม 10
กลุ่มที่ 11
กลุ่มที่ 12
กลุ่ม 13
Workshop 2
ณ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
3 มิ.ย. 53
กลุ่ม 1
ระบบการเรียนรู้มี ISO
ยังไม่มีวัฒนธรรมการเรียนรู้
การแลกเปลี่ยนความรู้มีบ้าง ไม่มีบ้าง
ได้ 5 คะแนน
ต้องมีช่องทางการเรียนรู้ให้ชัดเจน
ต้องมีแรงกระตุ้น อยากเรียนจากข้างใน
สร้างแรงจูงใจ
อุปสรรคคือ
ภาวะผู้นำ ไม่กล้าแสดงออก
ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
ปิดกั้นตนเองทางความคิด คิดว่าตนเองทำงานดีแล้ว คิดว่าไม่ใช่หน้าที่
เสนอโครงการ
สร้าง e-learning ห้องสมุด มุมกาแฟ
Coaching
สร้างแรงจูงใจ
คุณธนพล
ปัญหา เราไม่รู้ว่าเราจะเรียนรู้เรื่องอะไร
วิธีสร้างผลผลิตที่ดีขึ้น เปลี่ยนระบบที่มี ทำ productivity ให้ดีขึ้น ออกมาเป็น LO
เรายังไม่มีผู้นำ เราต้องทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี จะสร้างเป็นวัฒนธรรมได้
กลุ่ม 5
ได้ 5 คะแนน ทุกโรงงานมีพัฒนาบุคลากร แต่ไม่ได้สำรวจว่าเขาต้องการเรียนอะไรเพิ่ม บางที่ไม่มีห้องสมุด อาจมีแต่ไม่เหมาะสม
อุปสรรคคือคนไม่อยากเรียนเพราะไม่รู้ว่าจะได้อะไร
ต้องสร้างแรงจูงใจว่า เรียนแล้วพัฒนาตนและองค์กรได้
เจ้าของกิจการไม่ให้ความสนใจสร้างองค์กรการเรียนรู้ เพราะเปลืองงบประมาณ
พนักงานและผู้บริหารมีทัศนคติที่ผิดๆ
เสนอโครงการ
Walk Rally ช่วยในการเพิ่มพูนความรู้มาก ทำให้แต่ละฝ่ายได้เรียนรู้กัน เข้าใจเป้าหมายองค์กร สร้างความสามัคคี มีการแลกเปลี่ยนความรู้
โครงการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ประสานงานนำเสนอสินค้า ก่อเกิดกลุ่มลูกค้าถาวรมากขึ้น
คุณธนพล
ถ้าสร้างองค์กรการเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องเรียนจากห้องเรียน
ต้องบริหารข้อมูลองค์กรให้เหมาะสม เรียนรู้จากฝ่ายต่างๆ
Strategic partner คือ success solution คิดให้เป็น synergy เลือก partner ให้ดี
กลุ่ม 6
4.25 คะแนน
ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างที่ดี
พยายามให้พนักงานเสนอความคิดเห็นว่า อยากจะเรียนรู้อะไร อาจจะมีชมรมเล็กๆแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
อาจมีการยกย่อง ชมเชย ให้รางวัล
ควรระบุในใบประเมินผลเกี่ยวกับคะแนนการมีส่วนร่วม
อุปสรรค
ผู้บริหารยังไม่เห็นความสำคัญ LO ต้องประกาศในบอร์ดของบริษัทเป็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน
ยังขาดความมั่นใจในตัวเอง
เสนอโครงการ
Happy Workplace สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดี พนักงานจะได้มีความสุข
พัฒนาแบบประเมินผลให้มี LO ด้วย
ดร.จีระ
คนไทยต้องซื้อหนังสือมากขึ้น
ต้องแบ่งปันความรู้และเรียนกันเป็นทีม
ควรใช้ 4L’s
ถ้ามีวิธีการเรียนเปลี่ยนเป็น Learning เน้นพฤติกรรมการเรียนรู้ มีการโต้ตอบกัน
คุณธนพล
Training เป็นวิธีการแบบเก่า ควรทำ learning ในงานที่ทำ
ควรมี Coaching ควบคุมกำกับดูแล สิ่งที่สอนไปทั้งหมด ทำงานยากให้ง่ายลง
ผู้แทนผู้เข้าร่วมสัมมนา
เราต้องรู้ว่าเราต้องปรับตัว ทุกคนมีสิทธิ์เป็นแหล่งกำเนิด ไม่ต้องรอใครสั่ง นำพาองค์กรไปสู่การเปลี่ยนแปลง ต้องมีความอดทน ทำงานร่วมกัน ต้องนำหลักคิดไปประยุกต์ใช้ พวกเราต้องสร้าง role model แล้วนำไปปฏิบัติ
ดร.จีระ
ปัจจุบัน ต้องขับเคลื่อนจากหลักคิดของมนุษย์
คนเก่งต้องปรับตัวเรียนรู้ตลอดชีวิต SMEs ต้องรู้จักปรับตัว มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าที่จะทำ
รู้จักคิดวิเคราะห์ มองอนาคตได้
ต้องเรียนรู้จากความรู้ที่อยู่ในภาษาอื่นๆด้วยเพราะมีการทำวิจัยมากกว่าเรา