ถ้าหากนักวิทยาศาสตร์ นักพฤติกรรมศาสตร์ หรือนักจิตศาสตร์ จักนิยาม limbic ว่าเป็นสมองส่วนเก่าแก่ ซึ่งทำหน้าที่หลัก ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมและอารมณ์ในการดำรงชีวิตของมนุษย์
สมองส่วนเก่าแก่จักเก่าแก่สักเพียงใด...?
ตัวอ่อนของเด็กในท้องเริ่มมีพัฒนาการทางสมองเมื่อผ่านไปกี่สัปดาห์...?
ถ้าหากจะนิยามว่าด้วยเรื่องของสมองซึ่งเป็น "รูปธรรม" มนุษย์คนหนึ่ง ๆ ก็จะมีอายุสมองเก่าแก่เฉลี่ยประมาณ 80 ปี สมองเก่าแก่แค่นี้เพียงพอต่อพัฒนาการของมนุษยชาติแล้วหรือยัง...?
หรือถ้าหากมองทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เรา (มนุษย์ที่เกิดก่อน) ก็จะต้องอัดความรู้ อัดพฤติกรรม อัดสิ่งแวดล้อมเข้าไปในส่วนของสมองดังกล่าวนับตั้งแต่ที่เด็กอยู่ในท้อง ซึ่งปัจจุบันก็ทำกันอยู่... การอ่านหนังสือให้เด็กในท้องฟังก็ดี การเปิดเพลงกล่อม หรือการบริโภคอะไรต่ออะไรที่ใคร ๆ บอกว่า "ดี..."
แต่ทว่าเด็กที่ถูกประคบประหงมด้วยพัฒนาการดี ๆ แบบนี้โตขึ้นมาจะเป็น "คนดี" ได้หรือไม่...?
ทำไมบางคนตอนเด็ก ๆ ดี ตอนวัยรุ่นนิสัยใช้ได้ แต่พอโตมาเป็นผู้ใหญ่กลับ "เลวร้าย"
หรือบางคนกิเลสหนา สันดานหยาบ กลับเปลี่ยนพฤติกรรมจากหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนจากคนร้ายกลายเป็นคนดีได้ในช่วงข้ามคืน...!!!
องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เคยให้หลักการในการเลี้ยงดูลูกโดยแบ่งเป็น 3 ช่วงดังต่อไปนี้
ช่วงที่ 1 ตั้งแต่ในท้องถึงอายุ 8 ปี ต้องเลี้ยงแบบ "ไข่ในหิน" ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม
ช่วงที่ 2 ตั้งแต่อายุ 8-15 ปี ต้องเลี้ยงแบบ "ทาษ" ต้องใจแข็ง ไม่พลาดด้วย "ตามใจ"
ช่วงที่ 3 อายุ 15 ปี เป็นต้นไป พ่อแม่ผู้ปกครองทำหน้าที่เป็น "ที่ปรึกษา (Adviser)" ถอดเขี้ยวเล็บของ "ผู้บังคับบัญชา..."
Brain-Based Learning ก็เปรียบได้กับทฤษฎี Put the right man in the right job on the right time. จะใส่อะไรลงไปกับใครตอนใด ต้องรู้จัก "กาละ" และ "เทศะ..."
คำถามต่อไป ถ้าคนเลยช่วงเวลาหรือวัยนั้นแล้วจะทำอย่างไร...?
น้ำเหงื่อ น้ำตา และน้ำใจ จักช่วยได้ในการเปิดน้ำใส ๆ แห่งดวงจิต...

ความทุกข์นี้เอง เป็นตัวที่จะระเบิด Limbic ได้อย่างดีที่สุด แต่สิ่งที่ระเบิดออกมานั้นจะดีหรือเลว จะลบหรือบวกก็ขึ้นอยู่กับต้นทุนที่เป็น "ดินระเบิด" ที่บุคคลผู้นั้นสะสมมา
บางคนสะสมต้นทุนเลว เมื่อทุกข์ ความรู้และพลังเลว ๆ ก็จะผุดออกมาผลักดันให้ทำ "สิ่งชั่ว ๆ..."
แต่ถ้าใครสั่งสมต้นทุนดี เมื่อทุกข์ ความรู้ที่บ่มเพาะด้วย "ศีล" ปรับเปลี่ยนเป็น "สมาธิ" จะฟูฟ่องออกมาเป็น "ปัญญา"
ปัญญา คือ สิ่งดี ๆ เท่านั้น ปัญญาเลวไม่มี...
เพราะปัญญาที่แท้จริงเกิดขึ้นมาจาก "ศีล" สิ่งเป็นสิ่งดี ศีลเลว ๆ ไม่มี!!!
ดังนั้นใครอยากเลว ไม่ต้องรักษาศีล และหากวันใดที่ทุกข์ พฤติกรรมเลว ๆ ก็จะระเบิดออกมาอย่างสุดที่จะพรรณนา
แต่ถ้าใครอยากดี ต้องรักษาศีล ศีลนี้คือ การคิดดี พูดดี และทำดี สั่งสมไว้เป็นต้นทุนดี ๆ ครั้นเมื่อทุกข์ความดีต่าง ๆ ที่ถูกเก็บไว้ก็จะระเบิดออกมา (Suffering Explosion)

ความทุกข์คือแรงบีบ ความทุกข์คือแรงคั้น ความทุกข์ทั้งหลายจะถูกบ่มเพาะให้เป็น "พลัง" เพื่อชี้นำทางดีและเลว
คนในปัจจุบันชอบ "ร่วมทุกข์" เวลา "ทุกข์" ไม่ยอมร่วม
ชอบสรวลเส เฮฮา เวลาเสียน้ำตา หาหน้า หาก้นไม่เจอ!!!
มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ มีทุกข์เมินหน้าหนี มิมีดีในดวงใจ
การอบรม สัมนา ส่วนใหญ่แล้วเราจะเล่นเกมส์เพื่อเป็น "แบบจำลองความสุข" เมื่อคนมีความสุขร่วมกัน ความเห็นแก่ตัวก็ลดน้อยลง สิ่งนี้ถูกต้อง ไม่ผิด
แต่ลดลงเยอะไหม...? ลดลงในระดับที่ประชุมร่วมกันได้จนเสร็จสิ้นวาระการประชุม กลับบ้าน ก็หายหมด
แต่การทำ "แบบจำลองความทุกข์" นั้น มันกัดกินเข้าไปถึงก้นบึ้งแห่งหัวใจ คนที่ทุกข์ร่วมกัน เสียน้ำเหงื่อ เสียน้ำตาร่วมกัน จะมีน้ำใจและผูกพันธ์กันไปจน "วันตาย"

คนเราในปัจจุบันหลงดี หลงสุข แล้วหยิบฉวยเอาความสุขที่ฉาบทาไปพร่ำเพ้อ ถวิลหา พอไม่ได้หาก็ "ขุ่นเขืองใจ"
คนที่ทุกข์มาก ๆ คนนั้นจะเห็น "ธรรมะ" เพราะชีวิตมีความทุกข์เป็นของ "ธรรมดา" ความสุขต่างหากที่เป็นสิ่ง "ไม่ธรรมดา"
ลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นสิ่งที่ฉาบทาดวงจิตอันประภัสสรไว้อย่างแน่นหนา
ถ้าหากนักจิตศาสตร์นิยาม LIMBIC ว่าเป็นส่วนของสมองที่เก่าแก่ที่สุด ก็ขอเติมว่าเป็น "เก่าแก่ที่สุดในชาตินี้"
แต่สิ่งที่เก่าแก่ที่สุดในชีวิตของมนุษย์นั้นคือ "ดวงจิต" ดวงจิตเดิมที่ "ประภัสสร" แต่เมื่อครั้นได้อัตภาพใด ๆ ในภพ ในชาติใด ๆ ก็ถูกห่อหุ้มด้วย "กิเลส ตัณหา และกามราคะ" หรือเรียกง่าย ๆ ให้ทันสมัยก็คือ LIMBIC
สมองคือหน้ากากของความรู้...
สมองเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชาตินี้ รับรู้ และเสื่อมไปตามอัตภาพนี้
แต่การกระทำ คือ "กรรม" ทั้งหลายถูกเก็บและสั่งสมไว้ใน "ดวงจิต" จิตที่หากยังมีเศษเสี้ยวของ LIMBIC อยู่ก็จะต้องดวงจิตที่ต้อง "เวียน ว่าย ตาย เกิด..."

การรักษาศีล คือ การสละ "ความเห็นแก่ตัว"
ล้างสมอง สร้างพฤติกรรมในชาตินี้ด้วยเทคโนโลยีมากเท่าใด สุดท้ายก็ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดมากเท่านั้น
จงบรรจุ "ศีล" เข้าไปในทุกอณูของหัวสมอง ไม่ว่าใครจะนิยามว่าเป็นสมองส่วนใด จะซ้าย จะขวา จะหน้า จะหลัง จะเก่า จะใหม่ บรรจุ "ศีล" เข้าไปทำลาย กิเลส ตัณหา กามราคะ แล้วชีวิตของเราจะสดใสอย่างแท้จริง...

ขอบพระคุณค่ะอาจารย์