ผมยังใช้ชีวิตเยี่ยงคนเดินทาง  วันที่ 15-16  สัญจรไปฝังตัวที่เทือกเขาภูพาน  17-19  ไปเยือนสัตหีบและพัทยา  ถัดจากนั้น 23-27 ก็ท่องเล่นลัดเลาะขึ้นสายเหนือ  เฉกเช่นกันตอนนี้  ก็กำลังกลับลงมาตุภูมิ เพื่อทะยานไปยังสกลนคร เพื่อทำหน้าที่ดูแลนิสิต และเป็นวิทยากร

 

ชีวิต คือ การเดินทางโดยแท้  และชีวิต ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เติบโตจากการเดินทาง  เพราะอย่างน้อยที่สุด การเดินทาง ก็ทำให้เราได้ค้นพบในสิ่งที่ต่างไปจากจุดที่เราเป็นอยู่

 

ผมยังไม่มีเวลาได้นั่งนิ่งเพื่อเขียนบันทึกในหลายๆ เรื่อง  ทั้งที่ในแต่ละวัน มีเรื่องพบพานและควรค่าต่อการเขียนบันทึกเป็นที่สุด  กระนั้น ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่า  ทำไม หรือเพราะอะไร  ถึงยังเขียนออกมาไม่ได้...

 

แต่ก็พยายามที่จะเขียนเป็นกลอน หรือลำนำสั้นๆ ไว้บ้าง  เพื่อเตือนใจจำว่า ห้วงนั้นมีเรื่องใดวูบไหวเข้ามาในหัวใจบ้าง  พร้อมๆ กับการขบคิดที่จะทำหนังสือเล่มใหม่ให้แล้วเสร็จสักเล่มสองเล่ม  จากนั้นจะได้ชีวิตอย่างที่ควรจะต้องใช้  หลังจากโหยหา และพร่ำถึงมาอย่างชวนเบื่อ..

 


 

นี่คือลำนำสั้นๆ ที่เขียนขึ้น หรือนึกได้ในขณะขับรถ เพื่อรอวันนำมาปรับแต่งและขยายยาวขึ้นอีกสักเล็กน้อย

 

ชีวิตเปลี่ยนผ่าน
ฤดูกาลเปลี่ยนใหม่
เส้นทางยังอีกยาวไกล
หัวใจยังต้องเบิกบาน

...

หากเราไม่อาจพบเจอกัน
คงไม่สำคัญ สักเท่าไหร่
เพราะนับจากนี้ไป
ความทรงจำจะเป็นไปอย่างนิรันดร์

...

เธออยู่ที่นั่น-ฉันอยู่ที่นี่
ต่างคนต่างมากมีวิถีฝัน
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งมีเหมือนกัน
คือ “คืนและวัน” ที่ผ่านมา

...

ฉันอยู่ที่นี่-เธออยู่ที่นั่น
เธออยู่ทุ่งฝันใกล้หุบเขา
ฉันอยู่เมืองหม่น คนมืดเมา
หลากคน,หลากเรื่องเล่าเกินเข้าใจ
เธองดงามท่ามวิถีที่เป็นอยู่
เธอหยัดสู้ หยั่งรู้ได้
หนักเบา ร้อนเย็น ค่อยเป็นไป
ฉันเชื่อ,เธอเรียนรู้ได้-ใช่ไหมเธอ

...

ณ ที่ตรงนั้น
ยังคงเงียบงัน อยู่อีกหรือไม่
เธอยังมีความหวัง พลังใจ
หรือสิ้นไร้แรงใจในชีวิต

...

หัวใจมีปีกปรารถนา
เช่นนั้นจึงกล้าฟันฝ่าสู่ฝั่งฝัน
แผ่นฟ้ากว้างใหญ่เกินจำนรรจ์
แต่ใช่กว้างใหญ่เกินใจฉัน ใจเธอ..

...

28 พฤษภาคม..
พิษณุโลก...