ทำอย่างไรโรงเรียนจึงจะดีมีคุณภาพ

25

                                                                 โรงเรียนดีมีคุณภาพ

                                                       

          การศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2542  เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม    โดยการถ่ายทอดความรู้    การฝึกอบรม   การสืบสานทางวัฒนธรรม   การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ  การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากสภาพแวดล้อม  สังคม  การเรียนรู้  และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง   และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช   2544   มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  เป็นคนดีมีปัญญา  มีความสุข  และมีความเป็นไทย  มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพโรงเรียนจึงจัดได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาบุคคลให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีศักยภาพที่จะแข่งขันในเวทีโลกได้  ดังนั้นจึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาโรงเรียนไปสู่การเป็น  “โรงเรียนดีมีคุณภาพ”  เพื่อให้เป็นที่รวมของความมีคุณภาพในทุกส่วนที่โรงเรียนพึงมีพึงเป็น

           การจัดการศึกษาของโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นโรงเรียนที่หนึ่งในโลกนั้น (โกวิท  ประวาลพฤกษ์, 2548)  ต้องยึดหลักตอบสนองความต้องการและความสนใจของเด็กเป็นสำคัญที่สุดโรงเรียนจากหลายประเทศมีการจัดการเรียนการสอนที่สนองความต้องการและความสนใจของเด็กได้อย่างจริง   เมื่อถึงเวลาเรียนครูและนักเรียนจะตกลงกันว่าใครจะทำอะไร  เด็กแต่ละคนจะเสนอสิ่งที่คนอยากทำ  เด็กสนใจเรื่องเดียวกันก็ให้อยู่กลุ่มเดียวกัน  โดยโรงเรียนมีอุปกรณ์ให้พร้อม  เด็กทุกคนจะได้

ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่ตนสนใจ  หากเด็กเบื่อหน่ายในการทำกิจกรรมนั้นก็ไม่บังคับ  เมื่อสนใจใหม่อยากรวมกิจกรรมใหม่ก็ทำได้   แต่ครูจะต้องมีวิธีที่จะหันเหความสนใจของเด็กให้กลับมาอย่างละมุนละม่อมหักหาญน้ำใจหรือไม่ใช่การสั่ง  นอกจากนี้  เฟอร์กัสบอร์เดวิช  (254๘)  ได้กล่าวถึงโรงเรียนดีเลิศไว้ว่า  การจัดการเรียนการสอนจะไม่ทำกิจกรรมเดียวกันในเวลาเดิม  และจะใช้เวลามากน้อยแต่ละวันต่างกันในแต่ละวัน  นักเรียนทุกคนจะทำแผนการเรียนของตนเองสำหรับทั้งปี  นักเรียนแต่ละคนจะตั้งเป้าหมายการเรียนที่เหมาะสมกับตนเอง  โดยมีพ่อแม่   และครูช่วยคิด  เด็กจึงมีแรงจูงใจในการเรียนที่สูงอยู่ตลอดเวลา  สำหรับแนวทางสำหรับผู้ปรกครองในการหาโรงเรียนดีๆให้กับบุตรหลานของตนเอง  Joan  Herman  และคณะ  (254๘)  กล่าวว่า  ประชาชนมีความต้องการโรงเรียนที่จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพสำหรับเด็ก  และมีระบบการบริหารที่ตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก  มีหลักสูตรที่ทันสมัย  มีการพัฒนาเทคนิค  และวิธีการสอนของครู

                อย่างไรก็ตาม  พนม  พงษ์ไพรบูลย์  (254๘)  กล่าวว่า  โรงเรียนที่มีชื่อเสียงตามทัศนคติของคนโดยทั่วไป  คือ  ความเด่น  ความมีชื่อเสียงของโรงเรียนซึ่งอาจเป็นตัวบ่งบอกความมีคุณภาพของโรงเรียน  แต่โรงเรียนที่ไม่เด่นไม่ดังไม่ใช่ว่าไม่มีคุณภาพ  และแต่อาจมีคุณภาพไม่แพ้โรงเรียนเด่นโรงเรียนดังก็เป็นไปได้  การพัฒนาให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนดีมีคุณภาพต้องมีการพัฒนาความเข้มแข็งของผู้นำและบุคลากรการบริหารจัดการ  ตลอดการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน  เป็นปัจจัยที่นำไปสู่โรงเรียนที่ดี

ทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพ  โดยผ่านกระบวนการจัดการทางด้านวิชาการ  การเรียนรู้  และกิจกรรมต่างๆ  ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนตามมาตรฐานและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์

                การศึกษากรณีตัวอย่างโรงเรียนดีมีคุณภาพในระดับมัธยมศึกษาขนาดกลางมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำเนินกิจกรรมของโรงเรียนดีมีคุณภาพในระดับมัธยมศึกษาขนาดกลางในด้านปัจจัย  กระบวนการและผลผลิต  จากโรงเรียนที่เข้าเกณฑ์โรงเรียนดีมีคุณภาพ  คือโรงเรียนที่ผ่านการประเมินของ สมศ.  ในระดับดี  หรือเป็นโรงเรียนที่ได้รับเป็นโรงเรียนพระราชทาน  จำนวน  4  โรงเรียนเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา  จำนวน  4  คน  ครู  จำนวน  3๘  คน  นักเรียนจำนวน  65  คน  และชุมชนจำนวน  24  คน  ระหว่างวันที่  2๙  มิถุนายน  ถึง  2๐  กรกฎาคม  254๘  จากการศึกษาพบว่า

  1.  ปัจจัยที่นำไปสู่โรงเรียนที่ดีทำผู้เรียนมีคุณภาพ  ประกอบด้วยผู้นำและบุคลากรมีความเข้มแข็ง  การบริหารจัดการ  และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน  ดังนี้

    1.1  ผู้นำและบุคลากรมีความเข้มแข็ง  ประกอบด้วย  การนำองค์กร  การพัฒนาบุคลากร 

และการดูแลคุณธรรมจริยธรรมครู

        1)   การนำองค์กร  ผู้บริหารโรงเรียนดีมีคุณภาพเป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำ  และมีความสามารถ

ในการบริหารจัดการ  มีคุณธรรมจริยธรรม  เป็นแบบอย่างที่ดี  มีความเป็นประชาธิปไตย  และการบริหารงานแบมีส่วนร่วม

        2)  การพัฒนาบุคลากร  สถานศึกษาได้ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรทุกคนได้เข้าร่วมการ

ประชุมอบรม  สัมมนาทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน  เพื่อพัฒนาเสริมสร้างความรู้ด้านการเรียนการสอน  การบริหารจัดการ  หลักสูตร  ตลอดจนการทำงานเป็นทีม

        3)  การดูแลคุณธรรมจริยธรรมครู  โรงเรียนได้เสริมสร้างระเบียบวินัย  โดยใช้กลยุทธ์การ

เสริมสร้างวินัยการมาทำงาน  ให้ทุกคนยอมรับในกติการ่วมกัน  ส่งเสริมให้ครูปฏิบัติตนตามหลักศาสนามีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพครู  มีความเอื้ออาทรปฏิบัติต่อนักเรียนด้วยความเมตตา  ความเข้าใจ  และเอาใจใส่ผู้เรียนทุกคนอย่างสม่ำเสมอ

    1.2  การบริหารจัดการ  พบว่า ผู้บริหารมีการบริหารงานแบบกระจายอำนาจ  เน้นให้ทุกคนมี

ส่วนร่วมในการวางแผน  ร่วมคิด  ร่วมทำ  สร้างให้ครูเกิดศรัทธา  โดยทำตัวเป็นแบบอย่างแกครู  ให้ขวัญและกำลังใจ  สำหรับยุทธศาสตร์ในการวางแผนดำเนินงานมีการกำหนดทิศทางการทำงานโดยทุกงานต้องชัดเจน  ทิศทางการดำเนินงานมุ่งไปที่  “เด็ก”  มีการกำหนดปฏิทินการปฏิบัติงานของกลุ่มโดยวางแผนเป็นเดือน  สัปดาห์  และวัน มีการนิเทศ  ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง  มีระบบข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนที่ถูกต้อง  ครอบคลุมกิจกรรมของโรงเรียนและตรงกับความต้องการใช้งาน  และมีการใช้อาคารสถานที่อย่างเป็นระบบ

1.3    การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน  พบว่า  ผู้ปกครองและชุมชนมีความสัมพันธ์

และให้ความร่วมมือกับโรงเรียน  คือ  ร่วมเป็นคณะกรรมการของโรงเรียนและภาคีเครือข่ายโรงเรียน

เชิญผู้ปกครองและชุมชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษา   พัฒนาการศึกษาให้ข้อมูลพัฒนาโรงเรียน  และให้คำแนะนำปรึกษาและผู้บริหารและครูสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนโดยการส่งคณะครูและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมที่ชุมชนเป็นผู้จัด    นอกจากนี้ผู้ปกครองและชุมชนได้เข้ามาช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของนักเรียน   เป็นวิทยากร/ภูมิปัญญา   เป็นแหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนสนับสนุนงบประมาณ   และวัสดุอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอน

          2.     การจัดการทางด้านวิชาการที่เป็นกระบวนการนำไปสู่โรงเรียนดีที่ทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพ  ได้แก่หลักสูตร  สถานศึกษา  การจัดการเรียนรู้  ระบบสารสนเทศ และระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

                2.1     หลักสูตรสถานศึกษา   โรงเรียนต้องสร้างหลักสูตรของตนเอง  โดยมีหลักสูตรแกนกลางเป็นกรอบทิศทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา  มีมาตรฐานการเรียนรู้เป็นข้อกำหนดคุณภาของผู้เรียน  และการบริหารจัดการเน้นการมีส่วนร่วมของฝ่ายบริหาร  ครู  บุคลากร  และชุมชน  เพื่อให้สนองความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น    ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจัดทำหลักสูตรแบบมีส่วนร่วม  โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและผู้แทนของชุมชนเข้ามาร่วมวางแผนและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา

                2.2     การเรียนรู้   โรงเรียนมีระบบการเรียนรู้คือมีการวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  วิเคราะห์ผู้เรียน  ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้   และการประเมินผลการเรียนรู้แต่ละหน่วย    มีการผลิตและพัฒนานวัตกรรม  พัฒนาแหล่งเรียนรู้  การจัดการเรียนรู้  นิเทศติดตาม/แลกเปลี่ยนเรียนรู้  ประเมินผลการเรียนรู้   การพัฒนาการจัดการเรียนรู้   การวิจัยพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง   และบันทึกสรุปผลรายงาน   ในการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระต่าง ๆ  มีกระบวนการและวิธีการที่หลากหลายโดยผู้สอนต้องคำนึงถึงพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญา    วิธีการเรียนรู้   ความสนใจ  และความสามารถของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง    ในแต่ละช่วงชั้นมีวิธีการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง  เรียนรู้ร่วมกัน    เรียนรู้จากธรรมชาติ   เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง   เรียนรู้แบบบูรณาการ เรียนรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ  รวมทั้งภูมิปัญญาชาวบ้านที่ช่วยในการถ่ายทอดประสบการณ์ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามสื่อที่นักเรียนสนใจ  มีการวัดผลประเมินผลตามสภาพจริง   และใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้

                 2.3      ระบบสานสนเทศ   โรงเรียนมีและใช้ระบบสารสนเทศในด้านการบริหารจัดการและด้านการเรียนรู้   เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องและชุมชนได้รับรู้เกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานและข่าวสารต่าง ๆ ของโรงเรียน  ข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนมีความสำคัญที่น่าจะนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน  ดังนั้นหากโรงเรียนมีระบบข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับนักเรียน  ครู  และผู้บริหาร  ตลอดจนผลการดำเนินงานของโรงเรียนครบถ้วนถูกต้อง   เป็นปัจจุบัน   ตรงกับความต้องการ   และสามารถ

นำไปใช้ทันต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องแล้ว  จะเป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ  และการวางแผนบริหารงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น   

                 2.4          ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  โรงเรียนมีกระบวนการดำเนินงาน  คือการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล  การคัดกรองนักเรียน  การส่งเสริมนักเรียน  การป้องกันและช่วยเหลือนักเรียน  และการส่งต่อ  การจัดกิจกรรมดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นการประสานสัมพันธ์กับผู้ปกครองและนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ  โดยกระบวนการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีขั้นตอน  พร้อมด้วยวิธีการเครื่องมือการทำงานที่ชัดเจน   โดยมีครูประจำชั้นเป็นบุคลากรหลัก   ในการดำเนินการมีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับครูที่เกี่ยวข้องหรือบุคลากรภายนอก  รวมทั้งการสนับสนุนส่งเสริมจากโรงเรียน

          3.     คุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผลผลิตของการจักการศึกษาคุณภาพของผู้เรียนด้านความรู้ความสามารถทางวิชาการ   พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและมีคะแนนเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มสาระเพิ่มขึ้น   นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์  คิดสังเคราะห์ เรียนรู้ด้วยตนเอง   และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้    สำหรับความรู้ความสามารถในการแข่งขัน  

พบว่า   นักเรียนบางคนมีความสามารถและผลการเรียนดีเด่น   สามารถสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนในการแข่งขันต่าง ๆ ได้  ซึ่งสอดคล้องกับจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เน้นให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์  ใฝ่รู้ใฝ่เรียน  รักการอ่าน  รักการเรียน  และรักการค้นคว้า  มีความรู้อันเป็นสากลรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง   และความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ   มีทักษะและศักยภาพในการจัดการ  การสื่อสาร  และการใช้เทคโนโลยี   ปรับวิธีการคิด  วิธีการทำงานได้เหมาะสมกับสถานการณ์  สำหรับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน  พบว่า  โรงเรียนมีการจัดกิจกรรมให้นักเรียนมีความประพฤติที่แสดงออกอย่างเหมาะสมกับวัย  มีคุณธรรมจริยธรรม   มีระเบียบวินัยดี  มีความรับผิดชอบ   มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี   มีความอดทน  เสียสละเพื่อส่วนรวม  สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้  มีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  มีทักษะในการทำงาน     มีสุนทรียภาพด้านศิลปะ   ดนตรี  และกีฬาปฏิบัติตนตามหลักเบื้องตนของศาสนา  ตระหลักในคุณค่าของภูมิปัญญาไทยและนำภูมิปัญญาไทย มาประยุกต์ใช้  รู้คุณค่า  มีจิตสำนึก  และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ   มีสุขภาพแข็งแรง  และจิตใจแจ่มใส

           สรุปว่า    โรงเรียนดีมีคุณภาพควรเป็นโรงเรียนที่ได้พัฒนาตนเองให้มีคุณภาพตามมาตรฐานด้วยกระบวนการที่หลากหลายตามบริบท   ทรัพยากรและศักยภาพที่โรงเรียนมีอยู่ โดยการจะพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนดีมีคุณภาพต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  ทั้งผู้บริหาร  ครูผู้สอน  กรรมการสถานศึกษา  ผู้นำชุมชน  ผู้ปกครอง  ประชาชน  และหน่วยงานองค์กรในท้องถิ่น  โรงเรียนควรมีการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของโรงเรียนให้ชัดเจนและดำเนินงานตามทิศทางที่โรงเรียนกำหนดไว้   ซึ่งมุ่งไปที่นักเรียน  คือสอนให้เป็นคนดีมีปัญญา  มีศิล สมาธิ  และมองภาพให้เกิดในอนาคตร่วมกัน  กำหนดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน  นอกจากนี้การพัฒนาบุคลากรยังเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน  เพราะบุคลากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งครูเป็นคนสำคัญที่จะสร้างกลไกต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นที่จะส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียน   โดยต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จะจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายของหลักสูตรที่ได้กำหนดไว้และในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญครูต้องเป็นผู้ที่มีความรู้  อดทน  เข้าใจนักเรียนเป็นผู้ให้ข้อมูลและสนับสนุนหลังจากการทำกิจกรรมตามที่นักเรียนสนใจ