อาชีพจับปูอลาสก้านั้น ถือเป้นอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อที่ชีวิตสูงมาก

 

 

ในเมื่อครั้งก่อนนั้น ผมได้เขียนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ

หมูดำ ไปแล้วนะครับ

วันนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ ราชาแห่งปู

สุดยอดของปู หรือปูที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

นั่นก็คือ"ปูอลาสก้า" ครับ

 

-------------------------------

 

ขึ้นชื่อว่าปูอลาสก้าแล้ว มันก็ต้องอาศัยอยู่ที่อลาสก้าจริงมั๊ยครับ

ปูอลาสก้าที่โตเต็มที่แล้วจะมีขนาดที่ใหญ่มาก

 

 

ดูจากในรูปแล้วนี่ ตัวโตกว่าแมวซะอีกครับ

ส่วนรสชาติของปูอลาสก้านั้น ที่ผมเคยกินจะเป็นแบบแช่แข็ง

คือเนื้อมันจะเย็นๆ ชืดๆน่ะครับ เทียบกับปูทะเลบ้านเราแล้ว

ผมบอกได้เลยว่าปูทะเลบ้านเราอร่อยกว่าเห็นๆ ฮ่าๆ

โดยส่วนมากในประเทศไทย หากินกันค่อนข้างจะยากนิดนึงครับ

ส่วนปูอลาสก้าที่โฆษณาในร้านบุฟเฟ่ญี่ปุ่นชื่อดัของเมืองไทย

อันนั้นมันไม่ใช่ปูอลาสก้าสดจริงๆนะครับ มันคือปูอัดอลาสก้า

หลายๆคนเข้าใจผิดนึกว่านั่นคือปูอลาสก้าของแท้ ไม่ใช่นะครับ

เค้าบอกว่าอาชีพจับปูอลาสก้านั้นเป็นอาชีพที่ทำรายได้ ได้สูงมาก

แต่ก็อาจจะแลกมาด้วยชีวิตในทุกๆวินาที ซึ่งฝรั่งเค้าเรียก

อาชีพของคนจับปูอลาสก้านี้ว่า Deadliest Catch 

เพราะอะไรนะเหรอครับ นั่นก็เพราะว่า

สถานที่ ที่ไปจับปูอลาสก้าก็คือ อลาสก้า ครับ

เนื่องจากเป็นที่ ที่หนาวเย็นมาก อุณภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส

คลื่นลมกรรโชกแรงตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่ออกเดินทางไปจับปูอลาสก้านั้นเสี่ยงตายได้ทุกวินาที และในทุกๆปี ก็จะมีผู้เสียชีวิตในเทศกาลจับปูอลาสก้าครับ

สาเหตุการเสียชีวิตโดยส่วนใหญ่ก็คือพลั้งตกลงไปในทะเล และเกิดสภาวะสูญเสียความ

ร้อนโดยเฉียบพลัน อันเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิตครับ

---------------------------------


ในประเทศไทยนั้น ปูอลาสก้า 1 กก. มีราคาสูงกว่า 3,000 บาท เลยทีเดียว

แล้วปูอลาสก้า 1 ตัวเนี่ยบางตัวหนักมากถึง 20 กิโลกรัมก็มีครับ

สาเหตุที่ ราคาของปูอลาสก้าสูงมาก นั่นก็เป้นเพราะความลำบาก

ในการเดินทางออกไปจับมัน

ถึงแม้รสชาติ ของผูอลาสก้านั้น(ในความเห็นของผม) จะอร่อยสู้กับปูม้า ปูเนื้อ

ของบ้านเราไม่ไ่ด้

แต่คุณค่าของปูอลาสก้านั้นอยู่ที่วิธีการที่หามา มากกว่ารสชาติของมันครับ