ดิฉันเติบโตในครอบครัวชาวสวนยาง ในปี 2529 ได้รับมอบมรดกจากครอบครัวเป็นสวนยางพาราแปลงหนึ่ง เนื้อที่เกือบ 11 ไร่ มียางแก่ที่อยู่ในระยะเกือบสุดท้าย ในขณะนั้นราคายางพารากิโลกรัมละ 15 บาท รายได้จากสวนน้อยนิดเพราะควบคุมดูแลคนงานไม่เป็น ถูกคนงานกรีดยางขโมยน้ำยางทุกวันจนจับได้คาหนังคาเขา จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาปลูกมังคุดและลองกอง ซึ่งขณะนั้นกำลังบูมมาก ลองกองราคา 45-60 บาท/ กิโลกรัม ระยะเวลาในการปลูกมังคุดเพื่อให้ได้ผลผลิตเป็นกอบเป็นกำต้องใช้เวลานาน และเพื่อให้การใช้พื้นที่ได้ประโยชน์สูงสุด ตัดสินใจปลูกกล้วยน้ำว้าในสวนเกือบ 200 ต้น และปลูกมะนาว 200 กิ่ง เป็นการสับหว่างกับพืชหลักคือมังคุดและลองกอง ไม่ถึงปีมะนาวตายเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียวเพราะเราไม่มีความรู้เรื่องมะนาวเลยแต่เราก็ปลูกมะนาว หวังว่าจะรวยเพราะขณะนั้นมะนาวราคาแพงมาก สำหรับกล้วยน้ำว้าได้รับผลผลิตดี เครือใหญ่ แต่ในปีนั้นกล้วยน้ำว้าหวีละ 3 บาท ขาดทุนอีกแล้วค่ะ ตัดสินใจตัดกล้วยไปเลี้ยงนักเรียนทุกวัน วันละหลายห้องเรียน (นักเรียนในรุ่นนั้นยังจำรสชาดที่ครูบังคับให้ทานกล้วยน้ำว้าเพื่อให้ผิวดีได้เกือบทุกคน) จนกล้วยหมดสวนก็ปลูกสะตอสับหว่างกับมังคุดอีก ภายใน 2 ปี สะตอเป็นโรคตายเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็พยายามหาแนวทางในการอยู่รอด....การตัดสินใจครั้งใหญ่ก็มาถึงค่ะ ตัดสินใจปลูกไม้ยืนต้นที่ใช้เนื้อไม้ไว้สร้างบ้าน ประเภทต้นกระท้อนซึ่งโตเร็วมาก ต้นเทียมและไม้จำปาปลูกไว้ริมเขตแดน และเมื่อ 2 ปีที่แล้วตัดสินใจกลับมาปลูกยางพาราสับหว่างมังคุดอีกครั้ง (ยางราคาดี 80-110 บาท/กิโลกรัม) ระยะนี้มังคุดราคาไม่ดีเท่าไหร่ถ้าออกผลตามฤดูกาล แต่ที่สวนดิฉันได้ทำระบบน้ำไว้ ผลผลิตจึงออกนอกฤดูกาลทุกปี ได้รับเงินค่อนข้างดีมา 2-3 ปีแล้ว สวนกำลังสวยงามดี ต้นไม้ที่ปลูกไว้ขายต้นกำลังใหญ่โตสามารถตัดทำบ้านได้แล้ว ใครที่ผ่านไปมามักจะชอบสวนดิฉันมาถามซื้อหลายคน วันนี้ตัดสินใจขายสวนทิ้งไปทั้งๆ ที่เสียดายใจจะขาด เพราะภาวะสุขภาพไม่ดี ไม่มีคนสืบต่อกิจการ (ลูกไม่รับสมบัติชิ้นนี้) คนซื้อผ่านมาเห็นสวนนี้เมื่อปีที่แล้ว เมื่อบอกราคา เขาไม่มีเงินซื้อ ปีนี้เขามาถามอีก ตัดสินใจขายในราคาเกือบ 2 ล้านบาท เพื่อระลึกถึงความผูกพันมายาวนานจึงนำเสนอภาพสวนสมรมให้ท่านได้ชมค่ะ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ..พี่ปริมปรางที่รัก..
สวัสดีค่ะพี่ปริมปราง
แวะมาดูต้นไม้ ใบไม้สีเขียวเย็นตา
แวะมาอ่านประสบการณ์ชีวิต ชื่นชมคนสู้ชีวิตอย่างพี่ค่ะ
ดูแลสุขภาพค่ะ เป็นกำลังใจเสมอ
เพิ่งกลับมาจากการพานักเรียนไปปฏิบัติธรรมที่วัดมะนาวหวานมาเมื่อวาน
คิดถึงเลยมาเยี่ยมสวนด้วยคน สวนร่มเย็นน่าอยู่นะคะ ผลผลิตคงสามารถสร้างรายได้ให้ครูปริมปรางอย่างงดงาม ชอบสวนสมรมมากกว่าสวนยางพาราค่ะ เพราะมีพืชหลายชนิด สิ่งแวดล้อมดี อากาศดี ทำให้เราชาวสวนสุขภาพดี แต่รายได้อาจน้อยกว่าสวนยาง ถ้ามีเงินเพียงพอ สิ่งที่เราต้องการอาจไม่ใช่เงิน
ชื่นชมนะครับ...
สวัสดีค่ะ
คุณ อิงจันทร์ ณ. เรือนปั้นหยา
สวัสดีค่ะ
น้อง จำเนียรวดี
สวัสดีค่ะ
น้อง ถาวร
สวัสดีค่ะ
น้อง ดาวเรือง
อยากจะบอกว่าเสียดายจัง แต่ก็ตกลงขายไปแล้ว ขอให้สบายใจนะครับ ในการตัดสินใจครั้งนี้
สวัสดีค่ะ
น้อง ราชิต สุพร
สวัสดีค่ะ
คุณ เดชา
คิดถึงพี่ปริมปรางเลยมาเยี่ยมค่ะ เพราะไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว
บันทึกนี้เศร้าจังเลยนะคะ อย่าคิดมากไปเลยค่ะ บี๋เป็นกำลังใจให้ค่ะ บี๋เชื่อและเคารพในการตัดสินใจของพี่ที่จะขายสวนนี้ค่ะ ..พี่คงคิดและไตร่ตรองดีแล้วและต้องมีเหตุผล
ทำใจให้สบายนะคะ บี๋เชื่อค่ะว่าคนดีอย่างมีต้องมีอย่างอื่นที่ดีกว่านี้มาทดแทนจิตใจได้ในไม่ช้าค่ะ ^^
เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ <<
สวัสดีค่ะ
น้อง Baby
ครูปริมปรางครับ
ผมอ่านบันทึกนี้แล้ว ..รู้สึกเช่นครูเลย ครับ
สวนคือความผูกพัน ...สวนคือร่องรอย และจิตวิญญาน ที่ได้ซึบซับทุกครั้งที่ใจต้องการ
...
ชีวิตจิตใจของผม...ผูกพัน เพราะเป็นหยาดเหงื่อแรงกายของพ่อและแม่ที่ทุ่มเทไว้ให้
...
แต่ทุก ๆ ทางออก ย่อมมีเหตุผลของมันเสมอครับครู
...
และผมก็เชื่อในการตัดสินใจของครู ครับ
เป็นกำลังใจให้ครูนะครับ
แต่...ครูครับ หากการตัดสินใจใหม่ ที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เราก็น่าจะเลือกได้มิใช่หรือครับ
การผิดคำพูด..หากทำเพื่อประคองลำนำชีวิตของเราบ้าง
ก็สมควรให้อภัยกันได้ ...มิใช่หรือ ครับ
..เป็นกำลังใจให้ครูนะครับ
สวัสดีค่ะ
คุณ แสงแห่งความดี
สวัสดีค่ะ
นายก้ามกุ้ง
สัวสดีคะคุณครู
สวนร่มรื่นดังจังค่ะ น่าเสียดายที่ขายไป แต่เหตุผลของคุณครูก็เป็นเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องทำ เพื่อรักษาชีวิตสามีไว้จากความเจ็บป่วย.... หักดิบเพื่อไม่ให้เขาทำงานอย่างหักโหม.... ครูใจดีเข้าใจดีอย่างลึกซึ้งค่ะ
แม่ของครูใจดี ได้รับมรดกจากคุณตานิดหน่อย เพราะตามีลูก 8 คน แต่แม่เลือกที่จะประกอบอาชีพช่างตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะเป็นผู้หญิงตัวตนเดียว ทำนา ทำสวนเองคงไม่ไหว จึงยึดอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าเลี้ยงลูก 2 คน คือครูใจดีกับน้องชาย
ขายสวน 1 แปลง เพื่อจะได้มีเงินส่งน้องเรียนเตรียมทหารต่อเหล่านายเรือ ต้องใช้เงินเยอะ ส่วนครูใจดีไม่ได้ใช้เงินมาก เพราะเรียนที่บ้าน เรียนจบก็สอบบรรจุได้ แล้วเรียนต่อด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดตัวเอง
ส่วนที่นาแม่ยกให้หลาน ลูกของพี่สาวแม่ ให้หลานเอาไว้ทำมาหากิน เพราะลูกรับราชการคงไม่สามารถไปทำนาได้ เลยยกให้หลานดีกว่า
ชีวิตครูใจดีลำบากมากตั้งแต่เล็กค่ะ แต่เราก้ไม่เคยท้อ
เอ๋อพูดถึงความหลัง ติดลมทุกที
ฝันดีนะคะ