
ทุกครั้งที่เราไปงานศพ หลังจากพระสวดพระอภิธรรมเสร็จแล้ว
เจ้าภาพมักจะนำอาหารประเภทข้าวต้ม
เกี๊ยว กระเพาะปลา
หรือหากเป็นในเมืองก็เปลี่ยนเป็นนมกล่อง กาแฟ
ขนมปัง หรือซาลาเปา แล้วแต่เจ้าภาพจะสะดวก
ผู้ที่ไปร่วมงานส่วนใหญ่มักจะให้ความร่วมมือในการรับประทานอาหารที่เจ้าภาพต้อนรับเป็นอย่างดี แต่บ่อยครั้งเราอาจเคยได้ยินหรือได้พบใครบางคนที่กล่าวว่า "ไม่กินอาหารในงานศพ" หลายคนอาจมีเหตุผลในใจ... ผู้เขียนเคยคิดสงสัยเช่นกันว่าทำไมจึงกินไม่ได้
จนในที่สุดก็ได้คำตอบจากน้องชายคนเล็กที่เล่าให้ฟังว่าเป็นความเชื่อที่บรรดาซินแสได้เตือนไว้ก็คือ
ใครก็ตามที่ดวงชะตาไม่ดี
ห้ามดื่มน้ำหรืออาหารในงานศพเป็นอันขาด
เพราะหากเราดวงตกแล้ว...สิ่งอัปมงคลต่าง ๆ
จะเข้ามาทำร้ายเราได้โดยผ่านทางอาหารและน้ำดื่มที่อยู่ในงาน
ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันตนเองจึงไม่ควรแตะต้องอาหารใด ๆ
ทั้งสิ้นแม้แต่น้ำดื่ม....
ท่านผู้อ่านละคะ?
มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้...
..............................
ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต
แต่ก่อนก็คิดอย่างนี้ วันเกิดตนเองจะไม่ไปร่วมงานศพ
แต่ทุกวันนี้ต้องเข้าร่วมงานศพชาวบ้านเกือบทุกศพ
อาหารก็จัดแบบโต๊ะจีน ไม่เหมือนแต่ก่อนที่จัดให้กินข้างหีบศพ
สวัสดีค่ะ ครูบันเทิงกินแทบทุกครั้งเลยค่ะ
บางครั้งไม่ได้กินเพราะ ไปไม่ทันค่ะ
ไม่ถือค่ะ..ไม่คิดมากค่ะ..
คนของสังคมต้องไปทุกงานค่ะ ถือเป็นเกียรติแก่เจ้าภาพ
ยิ่งอยู่ต่างจังหวัดยิ่งสำคัญมากนะคะ
ออกศพจึงมีเลี้ยงโต๊ะจีนค่ะ
ถ้าเห็นความตั้งอกตั้งใจของเจ้าภาพแล้ว
ก็กินไปเถอะ... ดวงตก คงแก้ไม่ได้
แม้ไม่ได้กินอาหารในงานศพ
สวัสดีค่ะ
ยังไม่หายไปนะคะ เคยดูรายการทาง VIP ก็ได้ยินมาบ้างค่ะ
เชื่อไว้ไม่เสียหายนะคะ...
สวัสดีค่ะ
เคยได้ยินดังที่ว่าเช่นกัน คนเชื้อสายจีนบางทีมีข้อห้ามมากมาย บางปีดูดวงแล้ว ซินแสจะห้ามไม่ให้ไปงานศพเลยทั้งปี... ซึ่งทำได้ยากมากกกกก
ส่วนตัวแล้วแต่ว่าหิวหรือไม่ค่ะ หากหิวก็ทาน หากไม่หิวก็เว้นไป แล้วก็ตั้งใจ ตั้งสติดี ๆ เราไปงานศพเพื่อน้อมนำให้ตระหนักถึงความตาย ให้เกิดมรณานุสติ ไม่น่าจะมีเหตุไม่ดีค่ะ
(^___^)
อาหารกินเป็นยา
และกินเมื่อหิว ดีที่สุดแล้วค่ะ
ปล. ไปงานศพ ถ้าไม่หิวก็ไม่ต้องกิน, แต่ถ้าหิวก็หม่ำไปเถอะ ^_^
เคยได้ยินเหมือนกันค่ะ มีคนเค้าบอกว่าเค้าไม่กินอาหารในงานศพ
อธิบายเหมือนที่คุณธรรมทิพย์บอกในบันทึกเลยค่ะ
แต่เวลากอไปงานศพต่างจังหวัด กอก็กินน่ะค่ะ
เพราะหิว แต่กอไม่เชื่อตามที่เค้าบอก ไม่เชื่อตามที่น้องชายคุณธรรมทิพย์เล่าด้วยค่ะ
แต่กอเชื่อว่า เวลามีงานศพ ไม่น่าจะต้องเลี้ยงข้าวปลาอาหาร อิอิ
ก็ไม่กลัวเพราะถือว่าเป็นงานที่สำคัญกว่างานอื่น ๆ เราควรไปให้กำลังใจเจ้าภาพ
และมีสติดังว่า "ธรรมย่อมคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติธรรมเสมอ" นะคะ
ส่วนเรื่องอาหารในงานศพ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ จริง ๆ แล้วไม่ควรเลี้ยงอาหาร
เพราะเจ้าภาพโศกเศร้าอยู่ ควรฟังพระสวดอภิธรรมเสร็จก็กลับบ้านได้เลย...
บางทีอาจกลายเป็นแบบอย่างในอนาคตที่ดีนะคะ
สวัสดีค่ะ
* ทานทุกครั้งค่ะ ไม่คิดอะไรมาก... เจ้าภาพเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ และก็หิวด้วย เหมือนน้องกอ...
เมื่อเช้าไปวัดมาค่ะ... เอาบุญมาเผื่อค่ะ
ส่งบุญ ส่งความสุข ในวันวิสาขบูชา และวันสันติภาพโลก
ขอให้ประเทศร่มเย็นเป็นสุข คนไทยรักกัน
ค่ำๆ ชวนครอบครัวไปเวียนเทียนกันนะคะ
หากไม่ใครกล้ารับประทานของก็คงจะเหลือและเสียหายนะคะ
สำหรับคนเป็นเบาหวานถ้าอยากกินจริง ๆ เขาบอกว่าให้กินใบมะยมรองพื้น
เอ๊ยรองท้องก่อนกินทุเรียนสักสี่ห้าก้าน (กินแต่ใบไม่ต้องกินก้านนะคะ)
เพราะใบมะยมจะไปดูดซับน้ำตาล เบาหวานก็ไม่ขึ้น แต่อย่ากินมากนะคะ
ไม่รับรองความปลอดภัย ..
ในตัวเมืองนครปฐมมีน้องที่โรงเรียนบอกว่าถ้าไปงานศพแล้วต้องกินให้อิ่ม...แล้วจะรุ่งเรือง...น้องเขาบอกว่าแม่สั่งไว้....