วันอัฏฐมีบูชา....วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธไม่คุ้นหู

วันอัฏฐมีบูชา....วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธไม่คุ้นหู

              วันหนึ่งประมาณปี 2549  ได้ไปร่วมฟังการบรรยายธรรมโดยการจัดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  การบรรยายได้กล่าวถึงพุทธประวัติและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา  และได้กล่าวถึงวันอัฏฐมีบูชาแต่ไม่บรรยายถึงรายละเอียดความสำคัญของวันดังกล่าว ในฐานะที่เป็นผู้ฟังด้วยและเป็นคณะกรรมการประเมินผลการจัดการบรรยายธรรมในคราวนั้น พบว่าในข้อเสนอแนะร้อย 90  กว่า  ให้ความคิดไว้ว่าวันอัฏฐมีบูชามีความเป็นมาอย่างไรไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน พระผู้บรรยายควรให้ราละเอียดให้ครบถ้วนด้วย

              เมื่อลองสอบถามโดยตรงเป็นรายบุคคลก็พบว่าหลายคนไม่เคยได้ยินวันสำคัญนี้มาก่อน  ออกจะตกใจเพราะทุกคนเป็นครู   เมื่อกลับไปยังโรงเรียนลองสอบถามครูในวันประชุมประจำเดือนก็ไม่มีใครเคยได้ยินวันสำคัญนี้มาก่อนเช่นกันทั้ง ๆ ที่ครูทั้งหมดร้อยละ 100  เป็นชาวพุทธ   ก็เห็นด้วยกับพวกเราชาวพุทธที่เคยถูกเหน็บแนมว่าเป็นชาวพุทธแค่คำที่ปรากฎในทะเบียนบ้านเท่านั้น....เรายังไม่ได้เป็นชาวพุทธที่แท้จริง  ฟังดูก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยมากทีเดียว

               พอดีวันพรุงนี้เป็นวันวิสาขบูชาซึ่งเป็นวันที่เกี่ยวเนื่องใกล้เคียงกันกับวันอัฏฐมีบูชา  ก็ให้นึกถึงชาวพุทธอีกหลายคนน่าจะได้รับรู้ในวันสำคัญดังกล่าวนี้บ้างในฐานะที่เป็นชาวพุทธ   ใครรู้แล้วก็ไม่เป็นไร  ใครยังไม่รู้ก็ไม่เป็นไรเช่นกัน เพราะวันนี้จะได้รู้เสียทียิ่งคนที่เป็นครูแล้วยิ่งจะต้องรู้มากกว่าคนอื่น ๆ ด้วย ยิ่งจะต้องจดจำไว้น่าไม่เสียหาย

 

ความหมาย
    เนื่องด้วยอัฏฐมีคือวันแรม ๘ ค่ำ แห่งเดือนวิสาขะ (เดือน ๖) เป็นวันที่ถือกันว่าตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เมื่อถึงวันนี้แล้ว พุทธศาสนิกชนบางส่วน ผู้มีความเคารพกล้าในพระพุทธองค์ มักนิยมประกอบพิธีบูชา ณ ปูชนียสถานนั้น ๆ วันนี้จึงเรียกว่า "วันอัฏฐมีบูชา"

ประวัติความเป็นมา

   เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ๘ วัน มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีแห่งกรุงกุสินารา วันนั้นเป็นวันหนึ่งที่ชาวพุทธต้องมีความสังเวชสลดใจ และวิปโยคโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะการสูญเสียแห่งพระพุทธสรีระ เมื่อวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้นเวียนมาบรรจบแต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาแห่งวัดนั้น ๆ ได้พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้น เป็นการเฉพาะภายในวัด เช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เป็นต้น แต่จะปฏิบัติกันมาแต่เมื่อใด ไม่พบหลักฐาน ปัจจุบันนี้ก็ยังถือปฏิบัติกันอยู่

พิธีอัฏฐมีบูชา
    การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้น นิยมทำกันในตอนค่ำและปฏิบัติอย่างเดียวกันกับประกอบพิธีวิสาขบูชา ต่างแต่คำบูชาเท่านั้น


การบำเพ็ญกุศลเนื่องในพิธีวันอัฏฐมีบูชา
การบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันอัฏฐมีบูชานี้ มีไม่กี่แห่งที่จัด เพราะในเมืองไทยมักไม่เป็นที่นิยม แม้สมัยก่อนอาจจะมีงานฉลองในพิธีวันอัฏฐมีบูชาบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ก็เลิกราไปมากแล้ว คงมีไม่กี่วัด เฉพาะในกรุงเทพ ที่ยังจัดพิธีเฉลิมฉลองในวันนี้อยู่ เช่นวัดราชาธิวาส ส่วนการบำเพ็ญกุศลในวันนี้ ก็เหมือนกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอื่นๆ มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และมีการเวียนเทียนในตอนค่ำ บางวัดในบางจังหวัด ยังมีการนิยมบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันอัฎฐมีบูชานี้อยู่บ้าง บางแห่งถึงกับจัดเป็นงานใหญ่ มีการจำลองเหตุการณ์วันถวายพระเพลิงพุทธสรีระ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลด้วย เช่น วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จังหวัดอุตรดิตถ์

         ที่มา......fangdham.com