GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ถนอมสมอง

ข่าวดีคือ มีวิธีชะลอความเสื่อม และเพิ่มประสิทธิภาพของสมองได้...

Hiker

สมองคนเรามีระดับการพัฒนาสูงสุดที่อายุเฉลี่ยประมาณ 40-60 ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆ ถดถอยลงไป และจะเห็นความเสื่อมได้ชัดเจนตั้งแต่อายุประมาณ 60-70 ปีขึ้นไป

ยุคนี้คนเรามีโอกาสจะมีอายุยืนขึ้น จึงมีโอกาสพบเห็นคนสูงอายุสมองเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้มีข่าวดีเกี่ยวกับกระบวนการถนอมสมอง... ข่าวดีที่ว่านี้คือ ถ้าเราหมั่นฝึกความคิดเชื่อมโยงองค์ความรู้ต่างๆ เข้าด้วยกัน อาศัยความเข้าใจ และการมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอแล้ว สมองเราจะมีประสิทธิภาพสูงได้นานขึ้นมาก

อาจารย์พอใจ พุกกะคุปต์ ผู้อำนวยการบริษัทเฮย์กรุ๊ป ท่านนำข้อมูลจากนิตยสารไทม์ (Time) มาเขียนเรื่อง “กระบวนการถนอมสมอง” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

อาจารย์ท่านสรุปวิธีถนอมสมองไว้อย่างนี้ครับ...

  1. อาหาร:                                                                                  
    อาจารย์นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์แนะนำว่า อาหารเพื่อสุขภาพสมองน่าจะเป็นปลา โดยเฉพาะปลาที่มีน้ำมันโอเมก้า-3 มากหน่อย โดยเฉพาะปลาทะเล เช่น ซาร์ดีน ค้อด แซลมอน ฯลฯ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์
  2. ออกกำลัง:                                                                              
    การออกกำลังกายที่ดีกับสุขภาพสมองมากเป็นพิเศษได้แก่ การออกกำลังแบบใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ต่อเนื่อง โดยออกกำลังระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ววันละ ½ ชั่วโมง ฯลฯ อย่างน้อย 5 วัน/สัปดาห์ หรือออกกำลังระดับหนัก เช่น วิ่งเหยาะ(จ๊อกกิ้ง) เต้นแอโรบิคครั้งละ 1 ชั่วโมง ฯลฯ อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ฯลฯ
  3. พักผ่อนให้พอ:                                                                         
    นอนวันละ 8 ชั่วโมงให้พอทุกวัน เพื่อลดความล้าและเสื่อมถอยก่อนวัยอันควร ฝึกสมาธิ:                                                                              
    ผู้เชี่ยวชาญสมองศึกษาวิจัยพบว่า การฝึกสมาธิวันละ 40 นาทีทุกวันจะมีเนื้อสมองส่วนที่ใช้ในการตัดสินใจ และจดจำมากกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกสมาธิ

    คำแนะนำ:                                                                                      

    • จำนวนชั่วโมงนอน:                                                             
      คนเราต้องการจำนวนชั่วโมงนอนไม่เท่ากัน บางคนต้องการชั่วโมงนอนมาก บางคนต้องการชั่วโมงนอนน้อย ท่านผู้อ่านที่นอนไม่ถึงวันละ 8 ชั่วโมงอย่าเพิ่งตกใจ ขอเพียงท่านให้เวลากับตัวเอง นอนหลับให้สนิท และนอนหัวค่ำ-ตื่นเช้า(ถ้าเป็นไปได้)ก็จะได้รับประโยชน์จากการนอนมากพออยู่แล้ว
    • อาหาร:                                                                               
      นอกจากจะกินปลาแล้ว การลดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ลดไขมันอิ่มตัว และลดไขมันทรานส์ เช่น น้ำมันปาล์ม กะทิ อาหารผัด-ทอด ครีมเทียม(คอฟฟี่เมต) เนยเทียม ฯลฯ มีส่วนช่วยป้องกันปัญหาโคเลสเตอรอลสูงได้ โคเลสเตอรอลสูงเพิ่มความเสี่ยงโรคเส้นเลือดสมองแตก ตีบ-ตัน
    • ความดันเลือด:                                                                  
      ควรตรวจเช็คความดันเลือดเป็นประจำ เพื่อลดปัญหาความดันเลือดสูงที่มีส่วนทำลายเส้นเลือดในระยะยาว
    • งดเหล้า:                                                                           
      แอลกอฮอล์(เหล้า เบียร์ ไวน์...)ทำลายสมอง และตับ นอกจากนั้นยังเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ ถ้างดเหล้าได้จะดีที่สุด

        แหล่งที่มา:                                      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 36178
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

ดิฉันคิดว่า คนยุคปัจจุบันนี้ต้องฉลาดคิดกับชีวิตตัวเองมากๆ นะคะ ปล่อยชีวิตเลยตามเลยไม่ค่อยจะได้เลย กินไม่คิด ดื่มไม่คิด ออกกำลังกายไม่คิด (ออกน้อย หรือ ออกผิดประเภท) เป็นต้น สุขภาพอาจแย่ได้

อ่านบล็อกอาจารย์แล้ว ก็เข้าใจว่า ความรู้จำเป็นต่อการใช้ชีวิตมากๆ นะคะ

บล็อกของอาจารย์เป็นตัวอย่างบล็อกเชิงวิชาชีพที่เยี่ยมมากๆ คะ เราต้องการบล็อกอย่างนี้เยอะๆ คะ

ขอบคุณอาจารย์คะ

ขอขอบพระคุณอาจารย์จันทวรรณ...                   

  • คัมภีร์วิสุทธิมรรค(อรรถกถา)ท่านกล่าวไว้ดีครับ
    (1). โทสะ(โกรธ เสียใจ หงุดหงิด)มาก > แก่เร็ว
    (2). โลภะ(โลภมาก กินมาก ไม่รู้จักพอ ฯลฯ) > โรคมาก อธิบายได้ชัดเจนเลยว่า กินมากเกิน ดื่มเหล้า หรือสำส่อนจะเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง อัมพฤกษ์-อัมพาต ข้ออักเสบเก๊าต์ อ้วน เส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคติดต่อ ตับอักเสบ ตับแข็ง ฯลฯ
    (3). โมหะ(ขาดความรู้ ความเข้าใจ)มาก > อายุสั้น

ทีนี้ถ้าต้องการ...
(1). ชะลอความแก่ > ควรลดโทสะ เช่น ฝึกสมาธิ ออกกำลังกาย ฝึกมองโลกในแง่ดี ฯลฯ
(2). ลดโรคภัย > ควรลดโลภะ เช่น อยู่แบบพอเพียง กิน-อยู่-หลับ-นอนพอประมาณ ฯลฯ
(3). อายุยืน > ควรลดโมหะ(ความไม่รู้) เช่น ศึกษาหาความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฯลฯ

  • อยากจะเรียนท่านอาจารย์จันทวรรณว่า มีคนจำนวนมาก(รวมทั้งตัวผมด้วย)ได้เข้ามาศึกษา เล่าเรียน แลกเปลี่ยน เรียนรู้กันใน Go2Know... ทำให้ระลึกถึงคุณงาม ความดีของทีมงาน G2K ทุกท่านเสมอมา...
ผมก็เป็นอีกคนที่ติดตามอ่านบล๊อกของอาจารย์เป็นประจำครับ เนื้อหาที่อาจารย์เขียนเปิดความคิดผมเรื่องการดูแลสุขภาพเป็นอย่างมากครับ ต้องขอพระขอบคุณอาจารย์เป็นอย่างมากที่กรุณามาแบ่งปันความรู้ใน GotoKnow ครับ

ขอขอบพระคุณอาจารย์ธวัชชัย...                      

  • เรื่องสุขภาพนี่เป็นเรื่องใกล้ตัว ทุกวันนี้คนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น คล้ายๆ กับเรื่องการเงิน... เพราะ

(1). อายุขัยเฉลี่ยมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น
(2). เรียนนานขึ้น ทำงานช้าลง
(3). ช่วงเวลาหลังเกษียณมีแนวโน้มจะนานขึ้น
(4). โรคภัยไข้เจ็บปรากฏชัดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

  • อาจารย์ ศ.นพ.ประเวศท่านว่า ค่าใช้จ่ายสุขภาพใน 6 เดือนสุดท้ายของชีวิตกินเงินออมไปถึง 75 %

ถ้ารักษาสุขภาพได้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ช่วยชาติประหยัดด้วย และช่วยให้มีความสุขมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทางโลก หรือทางธรรม

  • ทางธรรม... ท่านถือว่า สุขภาพที่ดีมีคุณมาก มีอุปการะมากในการเจริญกุศลทุกๆ ประการ ไม่ว่าจะเป็นทาน ศีล สมถะ(สมาธิ) หรือวิปัสสนา

พวกเรา(หมายถึงสมาชิก และท่านผู้อ่าน)ได้รับประโยชน์จาก Go2Know มาก ขอขอบพระคุณอาจารย์และทีมงานมา ณ ที่นี้... สาธุ สาธุ สาธุ