เว๊บไซด์เครือข่าย เยาวชนรุ่นใหม่

เยาวชนรุ่นใหม่ใน Facebook

           หลายเดือนมาแล้วที่คำว่า Facebook ดังกระหึ่มเป็นที่รับรู้ไปทั่ว ที่โด่งดังจนผู้ใหญ่มากมายตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว.และประชาชนทั่วไป ต้องรีบเปิดค้นคว้าศึกษาและติดตามหรือเปิดหน้าของตนเองขึ้นมาสื่อสารกับสมาชิกโดยตรงนั้น ก็คือช่วงการรณรงค์ของกลุ่มเสื้อหลากสีที่ไม่ให้นายกรัฐมนตรี "ยุบสภา"ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อสีแดง
          ปรากฎการณ์ Facebook ที่ทั่วโลกเข้าใจร่วมกันว่าคือเว๊บไซด์เครือข่ายทางสังคมแบบออนไลน์ที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก  ได้มีส่วนส่งเสริมให้เยาวชนในสังคมไทยก้าวเข้ามีส่วนร่วมในทางการเมือง สังคม การศึกษาและเศรษฐกิจ  เพิ่มขึ้นอย่างน่ายินดี
          กระนั้นก็ตาม จากการเปิดเข้าศึกษาติดตามปรากฎการณ์นี้เรื่อยมาของผม พบว่านอกจากความปิติยินดีในกระแสตื่นตัวของเยาวชนแล้ว ในฐานะคนที่เริ่มจะก้าวเข้าใกล้วัยผู้สูงอายุอย่างผม ก็อดจะเป็นห่วงไม่ได้ใน 3 กรณีคือ
          หนึ่ง..ประโยคถ้อยคำที่ใช้ในการสื่อสารเริ่มรุนแรงและหยาบคายขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลแล้ว
          สอง..การถ่ายทอดความคิดเห็นนั้น หมิ่นเหม่ต่อการทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ตั้งแต่การหมิ่นประมาทผู้อื่นอย่างปราศจากข้อเท็จจริง จนถึงขั้นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งประการหลังนี้มีโทษที่รุนแรงมาก (ผมเชื่อว่าเยาวชนที่ก้าวไปถึงขั้นนี้ ไม่ทราบหรอกครับว่าโทษนั้นรุนแรงเพียงใด)
          สาม..การถกเถียงทางความคิดความเห็นนั้น พบว่าจำนวนไม่น้อยเลย "ขาดข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้" และ "ขาดความรู้ความเข้าใจในทางการเมืองและในทางกฎหมายที่ดีพอ"  
          ทั้ง 3 กรณีนี้จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราเหล่าผู้ใหญ่ทั้งหลายต้อง "วิ่งตามให้ทัน"และจำเป็นต้องร่วมเข้าไป "เปิดโลกทัศน์เพิ่มข้อเท็จจริงและความรู้ความเข้าใจ"ในเหล่าเยาวชนทั้งหลายให้มาก  ไม่เช่นนั้นแล้วโลกแห่งการสื่อสารที่รวดเร็ว จะสร้างความเข้าใจผิด สร้างอารมณ์รุนแรงก้าวร้าว แพร่หลายไปทั่วจนแก้กันไม่ทันท่วงที
          ผมคิดเช่นนี้  ท่านละ คิดเช่นไร