แค่มองโลกในแง่ดี..ชีวิตดีขึ้นเยอะ...ระวังสิ่งที่เราปล่อยให้มันขึ้นมาอยู่ในใจ เพราะใจคนเราคล้ายไร่นา...ทุกอย่างที่หว่านไว้จะเจริญเติบโต.

                   

    ...เมล็ดพันธุ์...ทางความคิด

             "แค่มองโลกในแง่ดี..ชีวิตดีขึ้นเยอะ"....เมื่อวานนี้ได้ประชุมคณะครูบาอาจารย์ที่โรงเรียน  ได้พูดถึงเรื่องทัศนะคติ...และการปลูกฝังด้านความคิดให้กับเด็กๆในการปลูกเมล็ดพันธุ์ ซึ่งทำให้คิดถึงงานเขียนของซูซาน มิลเลอร์เรียบเรียงโดย คงคา วารีเธอบอกว่า....

              "ขอให้นึกว่า..กระถางปลูกต้นไม้เป็นศรีษะของคนเรา..ถ้าเราใส่ดินแล้วหยอดเมล็ดพันธุ์ลงไป รดน้ำ และแสงแดดส่องถึง เมล็ดพันธุ์ก็จะงอกงามขึ้นมา...จิตใจคนเราก็เหมือนกระถางใบนี้ ...ไม่ว่าจะหยอดเมล็ดพันธุ์อะไรลงไป มันก็จะงอกเจริญเติบโต  เป็นเมล็ดพันธุ์ทางความคิด.."ที่จะปลูกฝังความคิดของลูกหลานของเราตั้งแต่เด็ก

        

              เด็กๆจะมีความสุขและมีพลังใจมากหากพ่อแม่พูดว่า"รักลูกนะ" หรือ"ภูมิใจในตัวหนูนะลูก" เปรียบเสมือนการหยอดเมล็ดพันธุ์ทางความคิด..หยอดเมล็ดพันธุ์ไม้ดอกไว้ในความคิดของเราโดยผู้เป็นพ่อแม่...

    

              บทบาทของครูก็ไม่ต่างจากพ่อแม่ ...เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการปลูกเมล็ดพันธุ์ไม้ดอก...ในความคิด..ในวัยเจริญเติบโตของเด็กๆเวลาที่ครูพูดว่า"เก่งจัง"หรือ"เธอฉลาดมาก"หรือว่า"เธอมีไอเดียดีๆเยอะมากเลยนะ"ฯลฯคำพูดเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์ไม้ดอกเมล็ดพันธุ์เหล่านี้แต่ละเม็ดจะงอกงาม เจริญเติบโต เบ่งบานเป็นไม้ดอกที่สวยงามในที่สุด 

    

          แต่พ่อแม่และคุณครูก็ปลูกเมล็ดพันธุ์วัชพืชได้เช่นกัน เช่น"ทำแบบนี้อีกแล้วเหรอ...ทำอีกทำไม" ,"เธอทำผิดอีกแล้วนะ","เธอทำอะไรเข้าท่าๆกว่านี้เป็นมั้ย?"ฯลฯ ...คำพูดเหล่านี้เป็นเมล็ดพันธุ์วัชพืช เจ้าวัชพืชโตเร็ว มักขึ้นมาบดบังดอกไม้ ดังนั้นเด็กๆบางคนที่ถูกปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์วัชพืช ก็จะมีแต่วัชพืชเต็มกระถาง แทนที่จะเป็นไม้ดอกที่สวยงาม

         ตอนเป็นเด็กหลายๆคนถูกปลูกฝังอะไรไว้ในใจ...วัชพืช..หรือไม้ดอก.?...ตัวคุณเองปลูกฝังเมล็ดพันธุ์อะไรบ้าง?

         ถ้ากระถางของคุณเต็มไปด้วยวัชพืช แทนที่จะเป็นไม้ดอก ก็แค่ถอนวัชพืชออกไปซะ แล้วหยอดพันธุ์ไม้ดอกของคุณเองลงไป..คนอื่นอาจปลูกวัชพืชในใจเราตั้งแต่ยังเล็ก แต่การถอนวัชพืชออกจากกระถางไม้ดอกของเราในตอนนี้เป็นหน้าที่ของเราโดยตรง...ไม่ต้องกล่าวโทษใคร เพราะเขาทำดีที่สุดแล้วในตอนนั้น แต่ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง เราต้องรับผิดชอบต่อทัศนะคติของเราทั้งหมด

          จะปลูกวัชพืชไปทำไม คิดแต่เรื่องดีๆตั้งแต่วินาทีแรกที่ตื่นขึ้นมาแล้วสิ่งดีๆจะเกิดขึ้น...ยิ้มให้กับตนเองเมื่อตื่น ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครองให้ลืมตาตื่นขึ้นแล้วลุกขึ้นมาได้อีกวันหนึ่ง แสดงกตเวทิตา ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องคุ้มครอง บอกกับตนเองว่า วันนี้จะมีแต่สิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นกับเรา...เป็นพิธีกรรมชาร์จแบต ที่ง่ายๆลองทำดูนะคะแล้วลงมือทำสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริงค่ะ

     ...คนมักถามว่าทำไมดิฉันดูมีความสุขอยู่เสมอทั้งๆที่มีแต่เรื่องราวปัญหาหนักๆ คำตอบก็คือดิฉันเลือกที่จะมีความสุข เป็นการเลือกอย่างตั้งใจค่ะแต่สิ่งที่ระวังคือ...ระวังสิ่งที่เราปล่อยให้มันขึ้นมาอยู่ในใจ เพราะใจคนเราคล้ายไร่นา...ทุกอย่างที่หว่านไว้จะเจริญเติบโต.

 

    

                 ด้วยจิตคารวะ

                      กระแต.