ราชบัณฑิตเตรียมบัญญัติศัพท์ในเหตุการณ์ความไม่สงบทางการ เมืองในพจนานุกรมศัพท์ใหม่
ราชบัณฑิตเตรียม บัญญัติศัพท์ในเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในพจนานุกรมศัพท์ใหม่ ขณะ ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ พร้อมบันทึกเรื่องราวการกระชับพื้นที่ แผนปรองดองแห่งชาติ การขอคืนพื้นที่ไว้ในประวัติศาสตร์ชาติให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตยสถาน และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมคำศัพท์ใหม่ ได้ติดตามเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ เพื่อจัดเก็บข้อมูลคำศัพท์ใหม่ และคำศัพท์ที่มีการใช้ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้ง คำใหม่ และคำที่นำมาผสมกัน อาทิ สุ่มเสี่ยง ถือเป็นคำใหม่ที่ยังไม่ได้บัญญัติในพจนานุกรม และรัฐบาลได้นำมาใช้ช่วงเกิดเหตุการณ์ ความหมาย ระบุ ถึงพื้นที่ที่มีอันตรายแต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน สำหรับคำว่า ก่อการร้าย ยังไม่ได้บัญญัติไว้ในพจนานุกรมเช่นกัน มีความหมายกว้าง มักใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศและเหตุการณ์ใหญ่ แต่ครั้งนี้รัฐบาลนำมาใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุม
ดังนั้น เมื่อรัฐบาลนำคำเหล่านี้มาใช้ต่อสาธารณชน ราชบัณฑิต จึงเห็นว่า ควรให้ความหมายที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ส่วนคำว่า ขอคืนพื้นที่ และกระชับพื้นที่นั้น เป็นการนำคำมาผสมกัน บางคำบัญญัติไว้อยู่แล้ว เช่น กระชับ ทั้งนี้ราชบัณฑิตจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะบัญญัติคำว่า ขอคืนพื้นที่ และกระชับพื้นที่ ไว้ในพจนานุกรมคำศัพท์ใหม่หรือไม่
ด้าน นางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กล่าวถึง การจัดทำจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึกเหตุการณ์การความไม่สงบทางการเมืองนั้น จะมีการหารือว่าการดำเนินงานจะแยกเป็นเล่มเฉพาะ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ใช้คำศัพท์ใหม่ๆ หลายคำ เช่น แผนปรองดองแห่งชาติ เยียวยา การขอคืนพื้นที่ ซึ่งจะต้องบันทึกให้เห็น ว่า การกระชับพื้นที่รัฐบาลดำเนินการอย่างไร มีการแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองเพื่อให้คนรุ่นหลัง ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติต่อไป
สลามค่ะอาจารย์
มีอยู่คำๆหนึ่งค่ะ..ที่น้องๆพูดกันติดปากมากเลยช่วงนี้คือ..เหวง..ค่ะ
เช่น..อย่ามาเหวงแถวนี้นะ..พูดจาอะไรเหวงๆจัง..
ส่วนคำอื่นๆก็น่าสนใจหลายคำอยู่เหมือนกันค่ะ
ขอบคุณมากครับ
น้องซิลเวีย
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ
อันที่จริง คณะกรรมการควรจะเก็บศัพท์เป็นระยะๆ อยู่แล้ว เพราะมีศัพท์เกิดใหม่เรื่อยๆ
และควรบันทึกด้วยว่า มีการใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่
มีหลายคำที่เกิดขึ้นมาก่อนนี้ อย่างคำว่า "สุ่มเสี่ยง" ก็ได้ยินมาก่อนหน้านี้นานพอสมควร
ค้นในเน็ตคร่าวๆ อย่างน้อยก็มีใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2546
เท่าที่ติดตามข่่าว ไม่ค่อยจะเห็นศัพท์ใหม่จากเหตุการณ์ชุมนุมครั้งนี้เท่าไหร่เลย
อนึ่ง ก่อนนี้มีศัพท์ที่นักวิชาการนำมาใช้มากมาย แต่ไม่ได้บันทึกไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบันฑิตยสถาน
เช่้น บูรณาการ ภาคส่วน วาทกรรม อัตลักษณ์ จิตอาสา ปฏิสัมพันธ์ฯลฯ
(อาจจะมีในพจนานุกรมเฉพาะทาง)
ขอบคุณมากครับพี่
ครูคิม
การเรียน...คงต้องสู้ต่อไปครับ
การงาน...มีเรื่องให้เซ็งกับการสื่อสารขององค์กรมากครับ
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ผ่านมาครับ
ขอบคุณมากครับอาจารย์
ธ.วั ช ชั ย
เป็นมุมคิดที่น่าสนใจครับกับคำบางคำที่อาจารย์กล่าวถึงที่นักวิชาการใช้ ทำไมไม่มีบัญญัติ ผมเองก็พยายามค้นและศึกษาคำบางคำอยู่ครับ เช่นคำว่า "บูรณาการ" สำหรับผมแล้วใช้ว่า "ปุรณาการ" ครับเพราะคำนี้จะมีความหมายแน่นอนครับตามที่ได้เคยเขียนไว้ครับ
جزاك الله
สำหรับคำศัพท์บัญญัติใหม่ ๆ
ขอบคุณมากครับอาจารย์
m.almaarify
ตอนนี้ราชบัณฑิตฯ ทำหน้าทีไล่เก็บคำศัพท์ครับ ทั้งวัยรุ่น นักการเมือง ขยันสร้างศัพท์ใหม่ๆ กันเหลือเกิน ฮิฮิ น่าเห็นใจ
ขอบคุณมากครับอาจารย์
จารุวัจน์ شافعى
ถ้ามันสร้างแล้วเกิดประโยชน์ในทางบวกก็ดี (เชิงความรู้สึก) แต่ถ้าสร้างใหม่แล้วทำให้สังคมยิ่งสับสนวุ่นวาย อันนี้น่าคิดครับ น่าเห็นใจจริงๆด้วยครับ อิอิ
แวะมาอ่านบันทึก ฉบับนี้
ขอนั่งให้หายระลึกถึง หน่อย ครับ คุณเสียงเล็ก ๆ
ขอบคุณมากครับ
แสงแห่งความดี
ด้วยความยินดีครับ
ขอบคุณมากครับ
shaheedeen