นรก สวรรค์ พรหม นิพพาน ที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎก มีอยู่จริง

ผู้วิจัย  ยรรยง สินธุ์งาม

การค้นคว้าทางวิญญาณ บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

    การศึกษาเกี่ยวกับวิญญาณ ของผม เป็นไป ในเชิงวิทยาศาสตร์ หมายถึง เพื่อค้นหาความจริง เกี่ยวกับ วิญญาณ ในปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ทำการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เก็บข้อมูล วิเคราะห์ แล้ว สังเคราะห์องค์ความรู้ ขึ้นมาเพื่อ อธิบาย ปรากฏการณ์ที่ได้พบเห็น 

      ประโยชน์ของการศึกษา เรื่องวิญญาณ 
   1.เพื่อตอบคำถาม หรือ พิสูจน์ว่า ผีหรือวิญญาณ มีอยู่ จริง
   2.เพื่อตอบคำถามหรือพิสูจน์ว่า ภพ ต่างๆ(แหล่งที่อยู่ของ วิญญาณ) อาทิ นรก สวรรค์ พรหม นิพพาน ที่กล่าวไว้ใน พระไตรปิฎก มีอยู่จริง 
   3.เพื่อตอบคำถามว่า ทำไมเราต้องทำความดี 
           

     อุปกรณ์ ที่ใช้ในการศึกษา คือ กล้องถ่ายภาพ 
  เริ่มใช้มาตั้งแต่กล้องบ๊อก อัตโนมัติ ราคาไม่ถึงพัน ใช้ฟิล์ม ยี่ห้อตามท้องตลาด ซึ่งจับภาพได้ แต่ไม่สามารถแสดงผลให้เห็นในทันที ต้องไปเข้าร้านถ่ายรูป ล้าง แล้วอัดออกมา รูปไหนที่ติดวิญญาณ ก็นำฟิล์มไปอัดขยายอีกที 

  เริ่มศึกษาเรื่องนี้ตั้งแต่ ปี 2528 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และ ในวันนี้ (7 ก.ค.2552 อาสาฬหบูชาพรุ่งนี้เข้าพรรษา) เป็นครั้งแรกที่ ทำการเผยแพร่ทางเน็ต 

   การเล่าครั้งนี้ ยังไม่ได้ถูกเรียบเรียงหรือขัดเกลา ภาษาที่ใช้อาจจะไม่สละสลวย แต่ให้เข้าใจ มุ่งไปที่ข้อมูลที่ค้นพบ  ในครั้งนั้นการถ่ายภาพเป็นเรื่องอะไรที่ยุ่งยาก และต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ ไหนจะซื้อฟิล์ม ซื้อถ่าน ค่าล้างอัด ค่าเดินทางไปร้านถ่ายรูป ต้องรอเป็นวันๆ บางครั้ง 3 ถึง 4 วัน ก็มี 
   
   เหตุผลที่ใช้กล้องฟิล์ม มาสิบกว่าปี มี 2 เหตุผล
1.เพื่อพิสูจน์ว่า ภาพที่เราถ่ายได้ ไม่ได้เกิดจากการใช้เทคนิคตัดต่อ หรือสร้างภาพ เพราะมีฟิล์ม เป็นหลักฐาน  
2.เมื่อขยายภาพใหญ่ๆ แล้วภาพไม่แตก

    ต่อมาเทคโนโลยีดิจิตอล เจริญขึ้น ได้ลองเปรียบเทียบภาพที่ได้จากกล้องดิจิตอล กับ กล้องฟิล์ม ปรากฏว่าได้ภาพเหมือนกัน จึงมีความเชื่อมั่นใน ประสิทธิภาพของกล้องดิจิตอล เมื่อ คอมพิวเตอร์เจริญขึ้นการใช้งานของกล้องร่วมกับคอมพิวเตอร์ยิ่งสะดวกขึ้น เสมือนกับเรามีห้องแล็ปถ่ายรูปเล็กๆอยู่ที่บ้าน

    เพิ่งตัดสินใจใช้กล้องดิจิตอล เป็นเครื่องมือในการศึกษา เมื่อ ปี 2549 ด้วยเหตุผล 
 1.เมื่อถ่ายภาพเสร็จเราดูภาพได้ทันที 
 2.ประหยัดต้นทุนการซื้อฟิล์ม ลงทุนครั้งแรกเฉพาะ เมโมรี่การ์ด  ถ่าน ชาร์จ  แท่นชาร์จ   
 3.แก้ปัญหาเรื่องภาพแตก เมื่อขยายภาพใหญ่ โดยใช้กล้องที่มีความละเอียดหลายล้านพิกเซล

       สถานที่ในการถ่ายภาพ

   ไปทุกที่ไม่มีข้อจำกัด ทั้งกลางวัน กลางคืน แดดออก ลมพัด ฝนตก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ทั้งในที่ชุมชน งานพิธี ป่าเขา แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ น้ำตก ทะเล แม่น้ำ วัด ป่าช้า สุสาน หน้าห้างสรรพสินค้า  ตลาด ฯลฯ  ซึ่งก็ได้ภาพวิญญาณที่แตกต่างกัน ออกไป แต่บนความแตกต่าง ก็มีลักษณะร่วม ที่เหมือนกัน  
 
    วิญญาณเป็นพลังงานรูปหนึ่ง ที่มีคลื่นความถี่เฉพาะ พอกล่าวถึงความถี่ อาจเข้าใจว่า เป็นคลื่นเหรอ  ขอกล่าวในที่นี้ว่าเป็น พลังงาน ความแตกต่างของสี และแถบสี(Spectrum) เป็นตัวบ่งชี้ว่า มีความถี่แตกต่างกัน  วิญญาณ มีลักษณะเป็น ดวงทรงกลม โปร่งใส มีหลายสี ขาวขุ่น ขาวใส เทา ดำ ส้ม แดง ชมพู ม่วง น้ำเงิน เหลือง ทอง เงิน เขียว น้ำตาล  

 
    วิญญาณเป็นคำ กลางๆ ที่ใช้เรียก หน่วยพลังงานที่ออกจากร่าง กายหยาบ เช่น ร่างสัตว์ ร่างมนุษย์  ร่างละเอียดก็เช่น ร่างของเปรต อสุรกาย สัตว์นรก  ร่างทิพย์ ก็เป็นบรรดา เทวดา นางฟ้า ชั้นต่างๆ รวมไปถึงชั้น พรหม  ร่างอมตะก็คือ ผู้ที่อยู่ภพนิพพาน

       ... 8 ก.ค. 52  วันเข้าพรรษา ...

     สัตว์โลกอย่างพวกเรา มีภพภูมิ อยู่ได้ในหลายมิติ มิติที่ว่า ไม่ใช่เฉพาะ กว้าง ยาว หนา ที่เรียกมิติก็เพื่อเป็นคำแยก ให้รู้ว่าอยู่คนละที่กัน อาจจะทับซ้อน อยู่คู่ขนาน อยู่เป็นชั้นๆ หรือแทรกกันอยู่ ก็ให้เข้าใจว่าเป็นคนละมิติ

    เห็นกันได้ คาบเกี่ยวกันได้ ตามโอกาสที่เหมาะสม เมื่อมีการปรับคลื่น ความถี่ ของพลังงานทางจิต-วิญญาณ ที่เหมาะสมจนเกิดสภาวะเช่นนั้น 

    อาทิ คนสัมผัสกับคลื่นพลังของผู้ที่ตายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การเห็นด้วยตา ได้กลิ่นธูป-เครื่องหอม ได้ยินเสียง กุกกัก พูดคุย หรือ มีอะไรมาสัมผัสร่างกาย  ไปจนถึง การเข้าสิง ประทับทรง  หรือลักษณะอื่นๆ  ทั้งหมดทั้งมวล 

    การมาปรากฎให้เห็น หรือ การที่เราสัมผัสได้เอง มีข้อแตกต่างกันในเรื่องของการใช้พลัง การที่ผู้มีกายหยาบอย่างคนเรา จะสัมผัสได้เอง ผู้นั้นต้องเคยผ่านการฝึกให้เป็นผู้มีพลัง ในลักษณะนั้น แม้บางคนในปัจจุบัน เขาอาจจะไม่ได้ฝึกฝนอะไรมาเลย กลับมีพลังลักษณะนั้น ซึ่งก็จะเกิดความประหลาด คนทั่วไปก็จะบอกว่า มีพลังพิเศษ  ส่งผลให้คนอื่น หรือแม้แต่ตัวเขาเอง มองว่า เป็น "ผู้วิเศษ" แท้ที่จริงแล้ว เป็นพลังงาน ธรรมดา ที่เกิดจากการสั่งสมฝึกฝนมาในภพชาติอดีต ยังไม่ลืม จึงกลับนำมาใช้ได้อีก

   แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพ เท่ากับเมื่อครั้งที่มีร่างกายละเอียด หรือร่างกายทิพย์  แล้วถ้าอดีตไม่ได้สั่งสมไว้ ชาตินี้อยากมีพลังอย่างนั้นบ้างจะได้ไหม ตอบ ว่าได้ครับ ก็ทำการฝึกฝน จิต ตามวิธีการ หลากหลาย ที่ครูอาจารย์หลายท่านได้ถ่ายทอดเอาไว้

   ถ้าใช้วิธีฝึกจิต ตามแบบอย่างทางศาสนาพุทธ ล่ะ ก็ได้ครับ แต่ต้องเข้าใจว่า พุทธศาสนา สอนให้ฝึกพลัง เพื่อการหลุดพ้น ไม่ได้ฝึกเพื่อสะสมกิเลส ฉะนั้น ผู้ที่มีจิตครอบงำโดยกิเลสอย่างหนาแน่น จะไม่ประสบผลดั่งใจที่ต้องการ ในที่นี้จะไม่ขอเสนอแนะวิธีฝึกไว้ เพราะจะทำให้ผู้ที่มาอ่านงานเขียนนี้เข้า เกิดความอยาก เป็นการเพิ่มตัณหาเข้าไปอีก

   ในกรณีที่ ผู้อยู่ในมิติละเอียดมาปรากฎหรือสัมผัส ให้ผู้อยู่มิติที่หยาบกว่า ได้เห็น เช่น วิญญาณผู้มีบุญ(เทวดา) มาปรากฎให้เห็น มาเข้าฝัน(เรียกว่านิมิตร) นั่นเป็นเพราะผู้อยู่มิติละเอียด เป็นผู้ใช้พลังงาน ของตน เพื่อติดต่อ หรือสัมผัส ซึ่งคือข้อแตกต่างกัน  ยังมีอีกประการหนึ่งคือ ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นผู้มีพลัง ก็เป็นการง่ายในการเชื่อมต่อ เปรียบ ดั่ง คนนี้ก็มี โทรศัพท์มือถือ อีกคนหนึ่งก็มี ทั้งสองฝ่าย ก็สามารถติดต่อกันได้สะดวกขึ้น 

    ในช่วงต้น ที่กล่าวว่า มีหลายมิติ หมายถึงว่า ใน จักรวาล โดยแท้จริง ไม่ใช่เฉพาะที่พูดถึง ระบบดวงดาว กาแล็กซี่ โน้น กาแล็กซี่นี้ แต่ต้องนับรวม มิติต่างๆนี้ด้วย เพราะนี่เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ใช่ว่า มนุษย์เราเป็นผู้กำหนด ขอบเขตของความรู้ ในส่วนที่ตนไม่มีข้อมูล หรือค้นยังไม่พบ ก็เป็นความรู้ เช่นกัน

   นี่ผมเองก็ค้นคว้า จากพระไตรปิฎก นำมา สังเคราะห์ และนำเรียนไว้ ณ ที่นี้ ขอไล่เรียงจาก ระดับมิติที่มีค่าพลังสูง ลงไปหา พลังงานต่ำ ซึ่งผมยังไม่อาจคาดเกณฑ์ ออกมาเป็น จำนวนตัวเลข เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นเป็นรูปธรรม ได้อย่างชัดเจน ก็คงรอให้นักค้นคว้าท่านอื่นได้เติมเต็ม กันในโอกาสต่อไป เพราะมิติค่าพลังงานที่สูง ที่กล่าวถึง คือความละเอียดของจิต-วิญญาณ  

ก็เริ่ม ตั้งแต่ 1.มิตินิพพาน 
               2.พรหมโลก 
               3.มิติสวรรค์หรือเทวโลก 
               4.มิติโลกมนุษย์  
               5.มิติสัตว์เดรรัจฉาน 
               6.มิตินรก   

    จะเห็นว่า มิติมนุษย์โลกกับมิติสัตว์เดรรัจฉาน มองเห็นสัมผัสกันได้อย่างชัดเจน มีถิ่นที่อยู่ทับซ้อนกัน ส่งผลกระทบต่อกัน อย่างเป็นรูปธรรม ใน 6 มิติ ดังกล่าว เป็นที่อยู่ของ วิญญาณ ทั้งนั้น

    มิตินิพพาน ก็เป็นที่อยู่ของ วิญญาณ ผู้ที่หมดสิ้นจากกิเลสตัณหา อาทิ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ 

    มิติพรหมโลก ก็เป็นที่อยู่ของวิญญาณระดับพรหม ทั้งพรหมที่ไม่มีรูป และพรหมที่มีรูป ในโอกาสที่เหมาะสม ผมจะเอารูปถ่าย วิญญาณ ระดับพรหม ที่ถ่ายได้ มาลงเผยแพร่ ให้ได้ดูกัน ก็คงจะได้รับการวิพากษ์จากผู้อ่านพอสมควร จึงมีข้อเสนอว่า ให้ใช้ หลักกาลามสูตร ในการจะเชื่ออะไรสักอย่าง เหมือนอย่างที่ผมทำ ลงมือค้นด้วยตัวเอง จนเกิดการยอมรับของ ผู้เป็นวิญญาณ ถึงความตั้งใจ ใส่ใจ และจริงใจ ต้องขอกราบเรียนไว้ ณ ที่นี้ การเผยแพร่ครั้งนี้เป็นเพราะการรบเร้า ของผู้ที่ปรากฎอยู่ในภาพถ่าย เขาบอกว่า

อุตสาห์มาให้ถ่ายแล้ว ยังไม่เอาไปเผยแพร่อีก แบบนี้ก็แย่สิ รอคอยมาหลายพันปี นานๆจะมี คน(บ้าๆ.. ผมเติมเอา)อย่างนี้ซักที  ผมจึงได้ค่อยๆเขียน ทั้งที่เคยรับปากพวกเขาว่า จะเผยแพร่ตั้งแต่ปี 51 

ลักษณะสังเกตว่าผู้ใดน่าจะมีจิต อยู่ระดับพรหม สังเกต ที่ คุณธรรมประจำใจ ดังที่ พระพุทธเจ้าท่าน ว่าไว้ คือ พรหมวิหาร 4 คือ มีเมตตา กรุณา มุฑิตา และอุเบกขา อยู่เป็นพื้นฐานของจิตใจ มนุษย์ผู้ใด อยู่ในวิหารธรรมนี้เป็น สันดาน พยากรณ์ได้ว่า มีวิญญาณอยู่ในระดับพรหม ครับผม 

   มิติเทวโลก ก็เป็นที่อยู่ของวิญญาณระดับเทวดา ภาพเทวดาผมมีเยอะนะ อาจจะครบ ทั้ง 6 ชั้น ก็เป็นได้ ให้ผมไปสอบถาม ถกกับ ผู้หยั่งรู้ ของโลกวิญญาณ อีกซักระยะ แล้วจะนำ มาออกอากาศ อีกที 
ขอกล่าวถึง ผู้หยั่งรู้ ท่านนี้ซํกหน่อย ท่านเป็น วิญญาณ นะ แต่มาทำบุญ โดยการประทับทรง ร่างมนุษย์ เพื่อให้คำแนะนำ ช่วยเหลือมนุษย์ ผมต้องขออนุโมทนา ในการกระทำของ ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ด้วย
ท่านไม่ได้ทำงานเพียงคนเดียว แต่เป็น คณะ และมีเครือข่าย สังเกตจาก เวลาคำถามใดที่ท่านตอบไม่ได้ ท่านก็จะใช้รหัสติดต่อ (ชาวบ้านเรียกท่องคาถา) กับผู้ที่อยู่ไกลออกไป เพื่อเรียก ข้อมูลมาใช้ตอบคำถาม  จากภาพที่ปรากฎตามกล้องของผม บ่งชี้ ว่า เป็นวิญญาณ ระดับ เทพ จากการสนทนาและวิเคราะห์พฤติกรรม ของสำนักงานท่าน น่าจะเป็น วิญญาณในระดับพรหม  

ท่านผู้นี้ ก็เป็นอีกผู้หนึ่ง ที่กระตุ้นให้ผม เผยแพร่เรื่องที่กำลังค้นคว้า ผมเคยโต้แย้ง ว่า อาจทำให้เกิดผลลบแก่ผู้ที่อ่าน ท่านก็แก้ว่า ผลดีก็มี มาลองใคร่ครวญดูก็เลย เห็นคล้อยตาม ก่อนหน้านี้ ประมาณกลางปี 51 อาจารย์ท่านหนึ่งก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการเผยแพร่ เรื่องราว การศึกษาครั้งนี้ ขอเอ่ยนาม คือ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.สมาน อัศวภูมิ ประธานสาขาปริญญาเอกบริหารการศึกษา ม.ราชภัฎอุบลฯ   (ตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้นนะครับ) ที่ยกนามมาเอ่ย ไม่ใช่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของงานเขียน ของตน นะครับ อย่าเข้าใจเช่นนั้น ผมได้กล่าวไว้แล้ว ให้ถือ หลักความเชื่อกาลามสูตร 10  ดังที่ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ที่ผมยกมากล่าว เพื่อขอบพระคุณท่านเหล่านั้น ที่มีส่วนให้กำลังใจ เป็นแรงผลักดัน กระตุ้น ให้ผมทำงานชิ้นนี้ออกมา  

  รศ.ดร.สมาน อัศวภูมิ 
  

  มิติโลกมนุษย์ ก็เป็นที่อยู่ ของวิญญาณระดับมนุษย์ อยู่บนโลกที่เป็นดาวเคราะห์

  มิติเดรรัจฉาน เป็นที่อยู่ของวิญญาณระดับสัตว์เดรรัจฉาน อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์เช่นกันกับมนุษย์

  มิตินรก  ก็เป็นที่อยู่ของวิญญาณระดับสัตว์นรก ภาพถ่ายนรก ที่ผมถ่ายได้ มีหลาย สิบภาพ ก็จะได้เผยแพร่ในโอกาสต่อไป ครับผม

วันนี้ขอยุติเพียงเท่านี้...สวัสดีครับ

  
.....วันที่ 11 ก.ค 2552 ...  

    ผมขอนำเสนอภาพนรกภูมิ ที่ติดค้างท่านไว้นะครับ  ผมถ่ายได้เมื่อ คืนวันวิสาขะบูชา ปี 2551 เวลา 6 ทุ่มกว่าๆ  บริเวณ หลังโรงพยาบาล แห่งหนึ่ง ในจังหวัดอุบลราชธานี วันนั้นผมขี่มอเตอร์ไซด์ ไปตระเวณถ่ายภาพ โดยลำพัง ไปหลายที่ เนื่องจาก วันนั้นเป็น วันวิสาขะบูชา รู้สึกว่า น่าจะได้ข้อมูลดีๆ  ก็น่าแปลก ก่อนหน้านั้น ไปแวะหลายที่ ไม่พบดวงวิญญาณ ดังเช่นเคย 

  โดยส่วนตัวรู้สึกว่า ผิดปกติ ก็บ่นพึมพัม เบาๆกับตัวเอง ว่า "ไปไหนกันหมด น๊อ"  พอมาถึงบริเวณดังกล่าว จู่ๆ ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก  ผมต้องหลบเข้าไปอยู่ใต้ตึก หลังโรงพยาบาลโดยฉับพลัน เมื่อไปไหนไม่ได้ ก็ถ่ายภาพซะเลย 

   ปรากฎภาพวิญญาณ มาเยอะมาก ผมถ่ายหลายสิบภาพ ประมาณ 10 กว่านาที ฝนก็หยุด เมื่อไม่มีฝน มิติที่เราพบเมื่อกี้ ก็หายไป เมื่อได้ภาพมาแล้ว ก็มาวิเคราะห์ ค้นคว้าตำรามั่ง งานเขียนมั่ง ทั้งพระไตรปิฎก ประกอบกัน ทำให้กล้าสรุปว่า เป็น ภาพของ นรกภูมิ โดยแท้จริง ซึ่งแม้แต่ "ผู้หยั่งรู้ ของโลกวิญญาณ"  ก็ยอมรับว่า นั่นเป็นภาพถ่าย ของ มิตินรก ซึ่ง ผู้หยั่งรู้ ของโลกวิญญาณ ก็ทึ่ง ในความพิเศษ ของกล้อง 

ท่านได้เอ่ย นามของบุคคลหนึ่งขึ้นมาว่า "แม้แต่ เทพพนม เคยเอา กล้อง ออร่าร์ มาพิสูจน์ ก็ยังถ่ายไม่ได้ ปีที่แล้ว เคยไป ออกช่อง 11 "  (สอบถามลึกๆ เข้า คนนั้นก็คือ ศ.ดร.เทพพนม เมืองแมน กูรู ทางจิตวิญญาณ ของเมืองไทย นั่นเอง)  



    เอาเป็นว่า ไม่มีอะไรพิเศษหรอก ต้องขอบคุณ เทวดา ที่ท่านเอื้ออำนวยในการ ขยับมิติ นรก ให้ผมมีโอกาสบันทึกภาพ มาเผยแพร่ ต่อ ชาวโลก ในยุคดิจิตอล (ต่อไปคงเป็นยุคของแสง
 
                
 
   1.ภาพ วิญญาณ (ภาพดวงกลมใหญ่)  ท่ามกลางสายฝน

ภาพเดียวกับภาพที่ 1 ลงเส้นปะสีขาวเพื่อแสดงตำแหน่ง ตา และปาก เพื่อท่านจะได้เปรียบเทียบกับภาพบน ครับ





2. ภาพดวงวิญญาณสัตว์นรก(วงกลมดวงใหญ่ ที่เนื้อบางส่วนหายไป) ถูกผู้คุมวิญญาณ(ดวงเล็ก) เข้าไปกัดกินเนื้อ จะพบว่า มีจำนวนของผู้คุมวิญญาณ(วงกลมดวงเล็ก มีหน้า ตา อยู่ข้างใน) หลายสิบดวง ดังปรากฎ ตามภาพ


เป็นภาพเดียวกันกับภาพที่ 2 ภายในวงกลมสีแดง จะเห็นดวงวิญญาณผู้คุมวิญญาณ มีตา มีปาก ชัดเจน  ลูกศรสีขาวชี้ คือบริเวณที่เนื้อวิญญาณ
ขาดหายไป ถ้ากล้องจับภาพกายละเอียดได้ เราคงจะเห็นผู้คุมวิญญาณ อยู่ในร่าง กาปากเหล็ก หรือไม่ก็ สุนัขเขี้ยวยาว ที่กำลังไล่กัดกินร่างของสัตว์นรกตนนี้ 

 

ภาพนี้ตัดส่วนมาจากภาพใหญ่ เพื่อแสดงให้เห็น ว่าวิญญาณสัตว์นรกอีกดวง ก็กำลังถูกลงทัณฑ์ ลูกศรสีขาวชี้ คือ เหล่ายมฑูต หรือผู้คุมวิญญาณ
ลูกศรสีแดงชี้ คือบริเวณเนื้อวิญญาณที่ขาดหายไป จากการถูกไล่กัดกินของ ผู้คุมวิญญาณ  วิญญาณสัตว์นรกตนนี้ แสดงอาการตื่นกลัว รนราน อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งดูได้จากแววตา ที่เหลือกมอง หวาดระแวง  เห็นแล้วให้รู้สึกสังเวช  พวกเราๆท่านๆ อย่าให้มีสภาพการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตนเองโดยเด็ดขาด อย่าทำชั่ว ครับ มุ่งทำความดี ลำบากหน่อยตอนที่เป็นคน ไม่เป็นไร  ถ้าไปพลาดท่าลงนรก ล่ะก็ ทุกข์ทรมาน แสนสาหัส จนกว่าจะหมดเวรหมดกรรม





 
 3.ภาพของ วิญญาณสัตว์นรก(วงกลมใหญ่) ถูกผู้คุมวิญญาณ(ดวงเล็ก) ใช้หอกเสียบ ภาพจุดกลมเล็กๆสะท้อนแสงสีขาว นั่นเป็นเม็ดฝน ครับ  สังเกตเห็น ผู้คุมวิญญาณ(ดวงเล็ก สี ออกเขียวๆ)บางดวงจะมีดวงตา ชัด เห็นทั้งตาดำ ตาขาว 


ภาพนี้ปรับแสง เพื่อให้เห็นรายละเอียดส่วนอื่น  ของดวงวิญญาณ หอก และผู้คุมวิญญาณ


ภาพนี้ ลูกศรสีแดง ชี้ ไปที่ด้ามหอก  จะเห็นได้ชัดว่า เป็นวัตถุรูปแท่ง ที่เสียบกับ ดวงวิญญาณ จริงๆ ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดของกล้อง



                                              

  4.ภาพเต็มของ หนึ่งในผู้คุมวิญญาณ หรือ นายนิรบาล หรือ รู้จักกันในนาม ยมฑูต เทวดาประจำนรก ครับ จะเห็น ดวงตาดวงใหญ่ 2 ดวง ดวงตาเล็ก อีก 2 ดวง ซึ่งอยู่ระหว่าง ตาดวงใหญ่ทั้งสอง  มีจมูกเหมือนสิงโต 2 จมูก อยู่ใต้ตาดวงเล็ก (จมูกแต่ละอัน มีรู 2 รู  รวมแล้ว มีรูจมูก 4 รู)  มีฟัน มีเขี้ยว  ท่านดูในภาพอาจจะเห็นไม่ชัด แต่ภาพต้นฉบับ ชัด 

เป็นภาพเดียวกัน ที่ปรับแสง และลงจุดปะสีขาว ของตำแหน่งตา จมูก ปาก เพื่อให้ท่านเปรียบเทียบกับภาพบน



         เป็นไงบ้างครับ พอจะคุ้มค่ากับการเข้ามาอ่าน " คนค้นผี " ในเชิงวิทยาศาสตร์ รึยัง  ผมยังมีภาพของเทวดา ชั้น จาตุมหาราชิกา  ที่ท่านได้ดูแล้ว ต้อง "อึ้ง"  นักฟิสิกส์ ต้อง "ทึ่ง" ผมเอง ยังต้อง "นิ่ง" ไม่น่าเชื่อ กับสิ่งที่ บันทึกภาพได้  มีภาพสัตว์หิมพานต์ อีกกว่า สิบภาพ  รวมไปถึงผู้ที่โด่งดัง มากับพระพุทธศาสนาโดยแท้ นั่นคือ พระยานาค หรือ พญานาค ซึ่งไปถ่ายได้ ที่อ่าวไทย  ก็จะค่อยๆเอามานำเสนอครับ  

แหม ยี่สิบกว่าปี จะไม่มีอะไรดี ซะเลย ก็แปลกอยู่ จริงไหมครับ 

     ใครที่อยากพิสูจน์ว่า วิญญาณ เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ และเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง ก็ลองไปอ่าน งานเขียน เรื่อง กล้องถ่ายวิญญาณ ที่ผมนำเสนอไว้  ใน links ข้างล่าง ขอให้ทีมงานทุกท่าน สุขภาพแข็งแรง มั่งมีศรีสุข ตลอดไปด้วยเทอญ   ที่ท่านเอื้อเฟื้อพื้นที่ สื่อ ตรงนี้ ให้ได้เผยแพร่ ความรู้สู่จักรวาล  อาจจะแปลกใจ ทำไม จู่ๆผมพูดถึงจักรวาล ผมกำลังทักทาย ผู้ที่กำลังคัดกรองความรู้ของมนุษยชาติ ที่อยู่ในห้วงอวกาศ รอบดาวโลก ครับผม เดี๋ยวผมจะเฉลย และนำงานค้นพบ(โดยบังเอิญ) มาบอกกล่าวให้ท่านได้รู้ อีกแง่มุมหนึ่งของเศษเสี้ยวธุลีจักรวาล ครับ

    เกือบลืม ต้องขออุทิศส่วนบุญกุศลใดๆ ที่พึงมีพึงเกิดขึ้น จากการเผยแพร่ภาพ วิญญาณทั้งหลาย ขอให้ ท่านทั้งหลายเหล่านั้น พ้นทุกข์ ให้มีความสุข ให้พ้นจากวัฎฎสงสารในที่สุด ด้วยกุศลที่ท่านมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทั้งชาวนรกภูมิ นายนิรบาล ท่านพระยายมราช และเทวดาผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหมดทั้งมวล รวมไปถึงผู้ที่เข้ามาอ่าน ทุกท่านครับ 

   

     

แนะนำ links ที่เกี่ยวข้อง

     หลักความเชื่อของพระพุทธเจ้า (หลักกาลามสูตร)http://www.vcharkarn.com/vblog/37467

     ฉกามาพจร สวรรค์ 6 ชั้น  http://www.vcharkarn.com/vblog/34073
    
   
บั๊งไฟพญานาค : หน้าผู้หญิงในลูกไฟ ไขปริศนาโดยรูปถ่าย  http://www.vcharkarn.com/vblog/47178

     เมื่อข้าพเจ้าเผชิญหน้ากับพญานาค http://www.vcharkarn.com/vblog/89133