จงเป็นเสียอย่างหนึ่ง จะเป็นอะไรมิใช่ปัญหา สำคัญอยู่ที่ว่าจงเป็นอย่างดีที่สุด...

 

ท่ามกลางแสงแดดแรงร้อนของเช้าวันนี้ได้หยิบวารสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยทักษิณ  ปีที่ 1 ฉบบัที่ 1 ( เมษายน – กันยายน 2549 ) ขึ้นมาอ่านเล่นเห็นหัวเรื่อง...ศรีบูรพาคืออิสรชนคือคนดี...เป็นเรื่องเล่าจากปากท่าน ผศ. ดร. บันลือ  ถิ่นพังงา เป็นครูสอนภาษาอังกฤษมาได้ 46 ปีแล้วและจะยังทำหน้าที่นี้ต่อไป...ท่านอาจารย์บันลือทุกวันนี้ยังมีสุขภาพแข็งแรงดีอย่าน่าชื่นชม 

 ยูมิพบเจอทีไรก็มักจะขอคุยเอาภูมิรู้ภูมิธรรมของท่านบ่อยเพราะท่านทำงานอยู่ในคณะมนุษย์ ฯ ม. ทักษิณ...

 จากการอ่านได้มุมคิดบางส่วนว่า...ศรีบูรพา...นามปากกานักเขียนดังในอดีตเกิดปีพ.ศ. 2448  ท่านรู้สึกถึงความอยุติธรรมในสังคมไทย  โดยเฉพาะระบบราชการ  แต่ท่านต้องทำใจไม่ให้แตกหักกับระบบนี้...เพราะทางไปในยุคนั้นยังมีช่องทางน้อย...เดี๋ยวนี้คนเปลี่ยนงานทำเป็นว่าเล่น...

ศรีบูรพามีรสสัมผัสในวัฒนธรรมหลากหลาย  คนชอบภาษามักคิดซุกซนเช่น...คนดีจังหวัดนั้น...จะไปดีจังหวัดอื่นไม่ได้หรือ...สามสิบบาทรักษาทุกโรคแล้วถ้าไม่เป็นมันทุกโรคก็รักษาไม่ได้สิ...ทางเดินหายใจถ้าเป็นทางเดินใจหายละ...เอาเป็นทางเดินลมหายใจไม่ได้หรือ...ภูมิคุ้มกันโรคก็ทำไมไปป้องกันโรคละ...ใช้ว่าภูมิต้านทานโรคจะดีไหม...ห้ามจอดตลอดแนว...เอ๊ะถ้าจอดที่บางส่วนของแนวก็ได้ละสิ...

เคยมีลูกศิษย์มาถามว่า...เรียนสายมนุษยศาสตร์แล้วจะทำอะไรกิน..?  ท่าน อ. บันลือตอบว่า...เอาสนุกก่อนสิแล้วฝึกตนเองให้เป็นมนุษย์  ส่วนเงินเลี้ยงชีพคงหาได้พอประมาณ  ...

 

 

จากการดูรูปศรีบูรพาเป็นคนเปี่ยมเมตตามีความสุขุมคัมภีรภาพ  ใบหน้าแม้ไม่ยิ้มก็ยังอดแย้มรอยยิ้มได้ ดวงตาจมูกปากเปล่งความดี คนอย่างนี้ถ้าเป็นโมฆะบุรุษก็ฝืนธรรมชาติเต็มที...

ท่าน อ. บันลือจึงเชื่อว่า...โดยธรรมชาติศรีบูรพาเป็นคนใฝ่ดีมีพรหมวิหารโดยพันธุกรรมแล้วเกิดภาวะสมบูรณ์เมื่อได้ใช้ความดีในตัว  เลือกสรรสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ที่เป็นสารัตถประโยชน์สร้างสมจนเป็นความดีมั่นคง...

       ศรีบูรพาสรุปข้อคิดเกี่ยวกับชีวิตว่า...เราจะเป็นกัปตันกันหมดทุกคนไม่ได้  ด้วยว่าถ้าปราศจากลูกเรือแล้ว  เราจะไปกันได้อย่างไร...ในโลกนี้มีตำแหน่งและงานสำหรับเราทุกคน...จงเป็นเสียอย่างหนึ่ง  จะเป็นอะไรมิใช่ปัญหา  สำคัญอยู่ที่ว่าจงเป็นอย่างดีที่สุด...

       ศรีบูรพานิยามความหมายของสุภาพบุรุษไว้น่าสนใจดังนี้ว่า...

1 . ชอบการกีฬา...เพราะจะทำให้เรารู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย...(ไม่ใช่การกีฬายุคนี้ที่กีฬาแพ้คนไม่แพ้หรือแข่งเอาเงินกัน )

2 . สุภาพเรียบร้อย...( ไม่ใช่มองว่าชายสุภาพเรียบร้อยก็เป็นตุ๊ดไป )

3 . ถือตัว คือไม่ยอมทำตนกระทำความชั่วต่าง ๆ

4 . ไม่อึกทึกคึกโครม ( คือไม่ทำตัวเด่นดัง  เดินกร่าง ข้าใหญ่  ข้าแน่  ข้าเก่ง  ฯลฯ )

5 . ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ( คือสนใจใฝ่รู้หาปัญญาก้าวทันโลกอยู่เสมอ )

6 . มีนิสัยซื่อสัตย์

       ในช่วงหลังศรีบูรพาได้คุ้นเคยกับท่านพุทธทาสภิกขุซึ่งเป็นธรรมดาของคนใฝ่ดีจะมุ่งไปศึกษาธรรมอยู่แล้ว  และท่านพุทธทาสกล่าวถึงศรีบูรพาทำนองว่า...นำธรรมไปปฏิบัติในชีวิตได้เหมาะสม...

 ข้อนี้ตัวอย่างเช่น...การที่ศรีบูรพางดดื่มเหล้าแสดงว่ามีความพยายามที่ควบคุมตนเองเพื่อไม่ให้เกิดความประมาท...เพราะความสามารถในการควบคุมตนเองเป็นรากฐานแห่งความเป็นอิสระ...ท่าน อ. บันลือ  ทิ้งท้ายว่า...ผมนึกถึง  John  Steinbeck  ที่รู้สึกซาบซึ้งมากเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากช่างซ่อมรถในสถานการณ์ที่อันห่างไกลชุมชน

  เขาแสดงความซาบซึ้งว่า...May  he  live  to  be  a thousand  years  and  people  this  earth  with  his  offspring.  หมายความว่าคนดีอย่างนี้ขอให้อายุยืนถึงพันปีและออกลูกออกหลานอีกมาก ๆ

ผมอยากให้คนไทยเราเอาเยี่ยง ...ศรีบูรพา...   และสืบสันดานดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไปด้วย...

.............................

ขอขอบคุณภาพศรีบูรพาจาก internet...