สัตว์หิมพานต์ เพียงตำนาน รึ มีอยู่จริง !!


หิมพานต์ เป็นแดนทิพย์

  

 

สัตว์หิมพานต์ เพียงตำนาน รึ มีอยู่จริง !!



ค้นมาเล่าโดย ยรรยง สินธุ์งาม

 

          หิมพานต์ เป็นดินแดนทิพย์ จนกลายเป็นตำนานในนิยายปรัมปรา ของไทย เราจะพบเห็นสัตว์หิมพานต์ในงานศิลปะกรรมของไทย ทั้งงานปั้น งานเขียน ลักษณะที่โดดเด่น ของ สัตว์หิมพานต์ อยู่ที่รูปลักษณ์ของสัตว์แต่ละชนิด ที่มีทั้งแบบผสมผสานรูปลักษณ์ของสัตว์แต่ละชนิด หรือจะเป็น รูปลักษณ์เฉพาะตัว ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน อีกอย่างก็เป็นเรื่องของ ชื่อเรียก อันเป็นที่สะดุดหู คนฟังเป็นอย่างยิ่ง 

          จากการศึกษาของผู้เขียนกลับพบว่า ป่าหิมพานต์ เป็นแดนทิพย์ ที่มีอยู่จริง จัดอยู่ในเขตสวรรค์ชั้นที่ 1 ชั้นจาตุมหาราชิกา ที่ใกล้ชิดกับ มนุษยโลกของเรานี่แหละ  สัตว์หิมพานต์ บางอย่างก็มีอยู่จริง ชื่อเรียกหรือรูปลักษณ์ อาจจะเหมือน หรือ อาจจะแตกต่าง ไปจากจินตนาการของศิลปิน ผู้ถ่ายทอดไปบ้าง แต่เค้าโครงหลัก มีส่วนคล้ายกัน อย่างเช่น พญานาค ก็มีอยู่จริง จากที่เราเห็นที่แม่น้ำโขง ก็มีรูปลักษณ์เป็นงู คงไม่ได้มีลวดลายอย่าง ภาพวาดในจิตรกรรมไทย

           ยักษ์ พญาครุฑ ที่ผมถ่ายภาพได้ มีลักษณะใบหน้าที่เหมือนกับ งานปั้น งานวาด  ส่วน กินนร กลับมีลักษณะที่แตกต่าง ไปจากงานที่ศิลปินนำเสนอเอาไว้ ที่รู้ว่าเป็นกินนร ก็ เอาภาพไปให้ เทวดา ที่ท่านมาเข้าทรงดู ท่านบอกว่า เป็น กินนร ตัวผู้ เป็นเรื่องแปลก ที่ เทวดาท่านนี้ ไม่รู้จัก มังกรจีน แต่ท่านเรียก ว่า พญานาค จึงทำให้คิดไปว่า มังกร อาจจะเป็น พญานาค อีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง 

           วันนี้จะนำเสนอ ภาพสัตว์หิมพานต์ บางชนิด ซึ่งได้จาก ภาพอุโบสถวัดพระโต บ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี  เป็นอำเภอที่ติดกับ อ.เขมราฐ ริมฝั่งโขง ครับ   ไปทำบุญที่นี่ แล้ว ได้เที่ยวทะเลด้วยนะ เพราะ วัดท่านติดทะเล หาดปากแซง จากนั้นแวะไปชม สามพันโบก แกรนด์แคนย่อน แห่งสยาม คุ้ม ! กับการเดินทาง


                      ฟ้าสวย น้ำใส หาดทรายขาว ของหาดปากแซง


                    โขดหิน บรรยากาศ ไม่แตกต่างกับริมชายทะเล หาดปากแซง


              ทะเลน้ำจืด แห่งแผ่นดินอีสาน ลมพัดเย็นสบายทั้งวัน 


           เข้าเรื่องสัตว์หิมพานต์ต่อครับ ผมจะ uplode ภาพขึ้นให้ดูก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ จะค่อยๆเติม ครับ ส่วนภาพถ่ายสัตว์หิมพานต์ ที่ผมถ่ายได้นั้น จะยังอุบไว้ก่อน รอให้เจ้าของภาพ เค๊ามาต่อว่าซะก่อน จึงจะค่อยนำมาเผยแพร่  เป็นแผนการของผมน่ะ ถ้าเขามา ก็จะขอถ่ายภาพ ชัดๆ หลายๆแอ็คชั่น เพื่อให้ข้อมูล แน่นยิ่งขึ้น  แต่คงจะไม่เป็นตามแผนหรอก เพราะนี่ ก็เกือบ 2 ปี เข้าไปแล้ว ยังไม่มีใครมาเลย ไม่ว่า จะเป็น ยักษ์ พญาครุฑ หรือ กินนร  ในโลกนี้มีอะไรที่ น่าสนใจเย๊อะ

          การมีชีวิตเป็นคนอยู่ช่วงหนึ่งลมหายใจ ของชาตินี้ ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่เบียดเบียนใคร  ได้เล่าเรื่องที่ตัวเองพบ อ้างอิงโดย ภาพถ่ายครับ ส่วนใครจะเชื่อรึไม่เชื่อ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ จะเป็นนิยาย รึ นิทาน ถ้ามันมีอยู่จริง ก็คือเรื่องจริงครับ เป็นจริงโดยตัวของเนื้อหา ไม่ได้เป็นจริงที่คนเล่า หรือเป็นจริงที่คนเชื่อ 


 
ภาพกิเลนไทย


   ที่ต้องบอกว่าเป็น กิเลนไทย ก็เพราะมี กิเลนจีน ด้วย ตามที่เคยเห็นมา กิเลนอินโด ก็มีเหมือนกันนะ เอาไว้ถ้ามีข้อมูลเพิ่ม จะนำมาเติมให้ ละกัน กิเลนไทย เขาคล้ายกวาง 2 เขา หน้าตาคล้ายสิงห์ มีหนวด มีเครา ตามตัวมีเกล็ด นิ้วเท้าสองกลีบ  

 




ภาพกุมภีนิมิตร
    ช่วงบนเป็นมนุษย์ผู้ชาย ช่วงล่างเป็นจระเข้

 




ภาพไกรสรราชสีห์

     เป็น 1 ใน 4 ราชสีห์แห่งป่าหิมพานต์ เป็นสัตว์ทรงพลัง มีพละกำลังแรงกล้า เป็นนักล่าแห่งตำนาน มีกายเป็นสิงห์ มีขนแผงคอ ริมฝีปาก ขนหาง และเล็บเป็น สีแดง  กินสัตว์ใหญ่น้่อยเป็นอาหาร

 



ภาพคชปักษา
     เป็นสัตว์ผสมระหว่าง ช้างกับครุฑ (ครุฑเองก็มีลักษณะผสมระหว่างนกกับคน)

 



อสุราวายุภัคร

 



 อสุราวายุภัคร


    หัสดายุ


หัสดีลิงค์


กินนรี  กินนร

  นกหน้าคน


 ภาพสินธพกุญชร
   อ่านว่า สิน-ทะ-พะ-กุน-ชอน  มีตัวเป็นม้าสีเขียว หัวเป็น ช้าง เท้ามีกีบสีดำเหมือนม้า มีลักษณะของสัตว์น้ำ อยู่ตรง ครีบช่วยในการว่ายน้ำ ทั้ง 4 เท้า

สินธพนที (สิน-ทะ-พะ-นะ-ที)

 

 

อาศัยอยู่ในแม่น้ำหรือทะเลสาป คำว่าสินธพนธี หมายถึง ม้าแม่น้ำ สินธพ หมายถึง ม้า พันธุ์ดีจากบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญ สายหนึ่งในประเทศอินเดีย ส่วนคำว่า “นที” มีความหมายว่า น้ำ
ม้าสินธพนี้มีกำลังและฤทธิ์เดชมาก สามารถวิ่งไปบน ใบบัวได้ โดยที่ไม่ทำให้ใบบัวสั่นไหวเลย  สินธพนธี มีตัวเป็นม้าสีขาว หางเป็นปลา  ครีบและหางมีสีแดง




ช้าง




ราชสีห์


สิงหะปักษา



คชสีห์


ราชสีห์


เหมราช


เหมราชเป็นสัตว์ผสมที่มีร่างเป็นสิงห์ ส่วนหัวเป็นเหม เหมเป็นสัตว์ ที่มีลักษณะเหมือนหงส์ (ห่าน)


เหราพต
   เป็นสัตว์ที่มีร่างผสมระหว่าง นาค กับ จระเข้ มีสี่ขา เหมือนจระเข้ 


พญานาค


งูใหญ่
     จะไม่มีหงอน เหมือนพญานาค

 
กุญชรวารี (ช้างน้ำ)  
   อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร เป็นสัตว์ผสมระหว่าง ช้างกับปลา มีหัวและ 2 เท้าหน้าเป็นช้าง
มีลำตัวส่วนหลัง เป็นปลา มีครีบช่วยในการว่ายนา


 เสือน้ำ


 ปลาแรด
    มีนอ คล้ายแรด อยู่บนหัว พลังในการพุ่งชน มีมากกว่าปลาหัวบาตร ตามตำนาน เรือเดินสมุทร มักจะทิ้งเศษอาหารลงทะเล โดยมีจุดมุ่งหมาย ให้ปลาแรดกินอาหารให้อิ่ม จะได้ไม่มารบกวนการเดินทาง เพราะการอับปางโดยไร้สาเหตุตามตำนาน มักเกิดจาก ปลาแรด พุ่งชนท้องเรือ 

 

ปลาหัวบาตร
     เป็นปลาที่ มีหัวกลมมนคล้ายบาตร ส่วนหัวมีความแข็งแรงมาก พลังในการกระแทก ทำให้เรือเดินสมุทรลำใหญ่ อับปางได้โดยง่าย


เต่าหน้าคน
      เป็นเทพแห่งความมีอายุยืน เป็นผู้รอบรู้ แห่งป่าหิมพานต์ 


นารีผล หรือ มัคกะรีผล

     เป็นพืชวิเศษชนิดหนึ่ง เกิดอยู่ในป่าหิมพานต์ ว่ากันว่า นารีผล ขั้วลูกอยู่ด้านบนศีรษะผลสด  มีรูปร่างเป็นหญิงสาว ไม่มีอาภรณ์ อายุราว 16 ปี รูปร่าง สวยงาม สมส่วน ผิวพรรณงดงาม ปานเทพธิดา

    ตำนานเล่าว่า บางครั้ง ผู้บำเพ็ญพรต เช่น ฤๅษี ชีปะขาว ที่บำเพ็ญเพียรจนตบะแก่กล้า  เพื่อจะทดสอบจิตตน ก็จะเหาะไปที่ต้นนารีผล เพ่งดูนารีผล เพื่อทดสอบว่าสามารถข่มกิเลสของตนไว้ได้หรือไม่  และ เทวดาจำพวกวิทยาธร(เป็นเทวดาผู้ดูแลตัวยา พืชสมุนไพร หินแร่ศักดิ์สิทธิ์ ต่างๆ) 

รวมทั้งเทวดาจำพวกคนธรรพ์(เทวดาผู้ชำนาญทางการดนตรี ขับร้อง การแสดง) มักจะเหาะไปเก็บนารีผล มาเชยชม  ว่ากันว่าผู้ใดที่ได้เสพสมกับ นารีผลแล้ว จะนอนหลับไหลเป็นเวลานานถึง 3 เดือน พร้อมกับการเสื่อมไปของอิทธิฤทธิ์ ที่ตนมีอยู่   

ผู้นั้นเมื่อตื่นขึ้นมา ก็ต้องฝึกจิตใหม่ จึงค่อยเหาะกลับออกมา นารีผลเมื่อสุก จะหลุดออกจากขั้ว หล่นอยู่ใต้ต้น หล่อนทั้งหลายก็จะร่ายรำ ส่งเสียงขับร้องเจื้อยแจ้ว  อยู่ใต้ต้น เป็นเวลา 7 วัน ก็จะสิ้นอายุขัย 
ตำนานเล่าว่า ไม่ทันที่ นารีผล จะสุก ก็จะมี ผู้มาเก็บไปซะก่อน บางครั้งก็เกิดการต่อสู้ แย่งชิงนารีผล สนั่นป่าหิมพานต์ เช่นกัน 

เคยมีนารีผล หลุดเข้ามาในมิติมนุษย์ อย่างน้อย 2 ผล อยู่ที่ วัดอัมพวัน หลวงพ่อจรัญ จ.สิงห์บุรี ครับ ซึ่งได้พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า นั่นเป็นผลไม้ จริงๆ ที่มีรูปร่างของมนุษย์ผู้หญิง 1) ผ่านการเอ็กซเรย์ ปรากฏว่า ไม่มีแกน หรือ กระดูกอยู่ภายในเลย  2) เมื่อส่องดูผิว ด้วยกล้องจุลทรรศน์ปรากฏขนเล็กๆ ที่เหมือนกับขนของพืช ทั่วๆไป อีกอย่าง คือ 3) มีกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนผลไม้ แม้ว่าจะมีลักษณะแห้งแข็งแล้วก็ตาม  


แม้ว่าจะออกมาอยู่มิติของโลกมนุษย์ แต่ก็ยังมีนางฟ้า ตามมาคุ้มครอง ซากร่าง ดังกล่าวอยู่ ด้วยอายุขัย ของวิญญาณสัตว์เหล่านั้น ยาวนานกว่าอายุของมนุษย์โลก

 

 

เล่าโดย ยรรยง สินธุ์งาม 

 

หมายเลขบันทึก: 361019เขียนเมื่อ 24 พฤษภาคม 2010 11:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 03:31 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (6)

สวัสดีค่ะคุณ ยรรยง สินธุ์งาม 
         แม่น้ำโขง ณ.วัดพระโตแห่งนี้..เคยมีใครบางคนมาปรากฏกายให้เห็นแล้วนะคะ...คืนวันนั้นเป็นวันที่สวดอิติปิโส108จบที่ริมแม่น้ำโขงค่ะ...ร่างกายสีเขียวยาวราวๆ 10 กว่าเมตร ค่ะ...แต่เห็นเพียงครู่เดียวเขาก็จากไป...แต่อยู่ในใจเสมอ

สวัสดีครับ ดร.ศศินันท์

น่าสนใจมากครับ จะไม่ลองเล่ารายละเอียด ของ เทวดา เผ่าพันธุ์ เอราปถ ที่เห็นในวันนั้น ให้ฟังหน่อยหรือครับ ?

ขอบคุณมากครับ ที่ให้เกียรติเข้ามาอ่าน บันทึก จะเป็นบุญอย่างสูง ถ้าเปิดเผยเรื่องจริงที่อยู่ในใจ ให้ คนๆหนึ่ง ที่อยากรับฟังเรื่องดัง

กล่าวเป็นอย่างยิ่ง

ขอบคุณอีกครั้งคร๊าบ

สวัสดีค่ะ...เล่าทางอีเมล์ส่งให้แล้วนะคะ

สวัสดีครับ

ผมก็อยากได้เนื้อละเอียดด้วยเช่นกันครับ รบกวนส่งมาทางเมลล์นะครับ

ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

รวมพลสัตว์หิมพานต์(M.S.A สาขาเทียบเคียงศิลป์)

https://www.facebook.com/notes/%E0%B8%99%E0%B8%B2%...

รบกวนส่งเรื่องราวเกี่ยวกับป่าหิมพานให้อ่านอีกได้มั้ยคะ ชอบมากค่ะ สนุกมากๆเลยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี