การล่องแพที่ปากพะยูน เขาบอกว่าสุดยอดถ้าจัดประชุม ในแพ เพราะไม่มีไครกลับก่อนสักราย

            

 จากท่าเรือปากพะยูน เรือลากจูงแพ  ไปจอดที่เกาะกระ แล้วให้ผู้ร่วมล่องแพ ตามอัธยาสัย จะประชุมร้องรำทำเพลง ก็มี โอเกะให้ร้อง การล่องแพที่ปากพะยูน เขาบอกว่าสุดยอดถ้าจัดประชุมในแพเพราะไม่มีใครกลับก่อนสักราย  เกาะกระที่แพไปจอดเดินชมรอบเกาะ  มีโพธิ์เงิน โพธิ์ทองให้ผู้ที่ชอบเสี่ยงโชคได้เสี่ยงทาย ที่มาของคำว่าเกาะกระ

 

 

เกาะกระอยู่ข้างหน้า

      ตามนิทานเรื่องเกาะสี่เกาะห้า  มีเล่าไว้อธิบายถึงสถานที่ของหมู่เกาะในทะเลสาบสงขลา  ตอนใน  เป็นเรื่องเล่าแพร่หลายในรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก

      สรุปเรื่องเล่าได้ความว่าไว้ดังนี้   นานมาแล้วที่บ้าน  คูขุด อำเภอสะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา มีตา ยายกับลูกสาว  อาศัยอยู่ครอบครัวหนึ่ง  ผัวชื่อตาสา เมียชื่อยาย โส ลูกสาวชื่อนางหัวมวย  อยู่มาวันหนึ่ง มีพ่อค้าสำเภาจีน เดินทางล่องเรือผ่านมาพบนางหัวมวย เกิดความรักไคร่  นายสำเภาจึงมาขอนางหัวมวยจากยาย โส  เมื่อต่างฝ่ายตกลงกัน สองคนก็ได้แต่งงานกัน  แล้วก็พากันไปอยู่ที่บ้านนายสำเภาจีนหลายปี 

       นางหัวมวยคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน  จึงอ้อนสามีเดินทางมาจากเมืองจีน  มายัง บ้านคูขุด  ระหว่างล่องเรือมาค่ำลงที่เกาะแห่งหนึ่ง ผู้คนเรียกเกาะนี้ว่า"เกาะนางค่ำ ต่อมาจากเกาะนางค่ำ เพี้ยนมาเป็นเกาะนางคำ (ตำบลหนึ่งของอำเภอปากพะยูน) นายสำเภาจึงจอดเรือพัก ณ.เกาะแห่งนี้ ที่ที่จอดเรือพักค้างคืนคือ เกาะบรรทม ปัจจุบันคือเกาะทม ตำบลเกาะนางคำ พอรุ่งสางก็เดินทางต่อไปถึงท่าแห่งหนึ่งคือบ้านท่าสำเภา 

เกาะหมาก

       ฝ่ายตาสา ยายโสพอรู้ข่าวว่า ลูกสาว ลูกเขยมาเยี่ยม ก็ตำข้าวเม่าใส่กระสอบเตรียมไว้ให้ลูกสาว แต่พบหน้าเห็นพ่อแม่ มอมแมมรุ่มร่าม นางหัวมวยเลิดละอายผัว ทำทีไม่รู้จักพ่อแม่  สั่งให้นายสำเภาเอาเรือออกจากท่า 

     ตายายทั้งสองมีความเสียใจ โกรธแค้นลูกสาวมาก  ได้เทข้าวเม่าลงที่ริมทะเลหน้าบ้านคูขุด  ข้าวเม่ากลายเป็นดิน เรียกสถานที่ตรงนี้ว่า"ดินข้าวเม่า"  หรือเม่าดินสอ สองตายายตรอมใจตาย กลายเป็นหิน คือ เกาะตาสายายโส ในหมู่เกาะสี่เกาะห้า

         แต่ก่อนตาย สองตายายได้ สาบแช่งไว้ ขอให้เรือที่แล่นไปในทะเลพบกับความอับปาง นางหัวมวยกับนายสำเภาแล่นเรือมาได้ไม่นาน ก็เจอพายุ เรืออับปางลงกลางทะเล สองผัวเมียถึงแก่ความตาย สมบัติจมน้ำกระจัดกระจายกลายเป็นดิน เกิดเป็นหมู่เกาะมากมาย กลายเป็นเกาะดังนี้

  นายสำเภา  เกิดเป็น    เกาะหน้าเทวดา 

 นางหัวมวย  กลายเป็น  เกาะหัวมวย 

 เรือสำเภา กลายเป็น เกาะท้ายถ้ำดำ 

 กันตัง(เครื่องตวงข้าวสาร) กลายเป็น เกาะกันตัง 

 เข็มกลายเป็น  เกาะเข็ม

 เล้าไก่ กลายเป็นเกาะ ร้านไก่

 ป้อย (ทำจากกะลาใช้ตวงข้าวสาร) กลายเป็น เกาะป้อย

แก้ว กลายเป็น เกาะแก้ว 

กระ (กำไลทำด้วยกระดองเต่ากระ) กลายเป็น เกาะกระ 

นิทานเรื่องเกาะสี่ เกาะห้า  เป็นการสอนใจคนที่อกตัญญู ต่อบุพการี ย่อมต้องได้รับหายะนะ

(ขอบคุณข้อมูลจากคุณ ทิพวัลย์  พิยะกูล)

*ป้อย เครืองมือตวงของไทย มีหน่วยตวงดังนี้

มาตราชั่งตวงวัดโบราณ...ถ้าจำไม่ผิดมีดังนี้

๘ กำมือ เท่ากับ ๑ จังออน (ป้อย...บ้านเรา)

๒ ป้อย เท่ากับ ๑ แล่ง

๒ แล่ง เท่ากับ ๑ ทะนาน(ลิตร)

๔ ทะนาน เท่ากับ ๑ กันตัง

๕ กันตัง เท่ากับ ๑ ถัง

๕๐ ถัง เท่ากับ ๑ บั้น

๒ บั้น เท่ากับ ๑ เกวียน

สมัยแต่แรกข้าวสารกันตังละ ๕ บาท ถังหนึ่งก็ ๒๕ บาท(ข้อมูลจากนายช่างใหญ่)