การจับแมลงด้วยน้ำหวาน ย่อมประสบความสำเร็จมากกว่าการใช้น้ำส้ม

ติชมหรือชมติ

        ผู้บริหารจะต้องสร้างความสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน การสอนงานจึงเป็นหน้าที่หลักที่ต้องพัฒนาบุคลากรให้เกิดความชำนาญการ
เกิดประสบการณ์ที่ดี ส่งผลให้ทำงานได้ถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา ลดค่าใช้จ่าย หากงานเกิดข้อบกพร่อง ผิดพลาด ผู้บริหารจะต้องเรียนรู้เทคนิคการติชม เพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานสูญเสียความมั่นใจ การให้กำลังใจและร่วมรับผิดชอบในการทำงานกับผู้ปฏิบัติ จึงถือว่าเป็นการปันน้ำใจ ซื้อใจให้เขาที่จะยอมทุ่มเทกายถวายชีวิตเพื่องาน

 

        มีคำกล่าวว่า “ท่านต้องหาคำแนะนำที่ดีให้เสียก่อน ก่อนที่ท่านจะตำหนิคนอื่น” แสดงให้เห็นว่าคำว่าติชม ควรใช้ว่าชมติ ผู้เขียนได้อ่านบันทึกจาก www.novabizz.com/NovaAce/Relationship /Relationship_124.htm ได้เสนอแนวปฏิบัติ 9 ประการ เพื่อเปลี่ยนแปลงผู้อื่น โดยไม่ให้มีความรู้สึกบาดหมางขุ่นเคือง ดังนี้

         ประการที่ ๑ จงเริ่มสนทนาด้วยคำพูดยกย่องสรรเสริญอย่างสุจริตใจ ก่อนจะบอกในสิ่งที่เขาบกพร่องหรือตำหนิ

         ประการที่ ๒ อย่าเตือนผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาผิด  อย่าเอ่ยถึงความผิดของเขา จงทำให้เขาเป็นคนสำคัญและเราทำเป็นตัวอย่างให้เขาดู

         ประการที่ ๓ จงพูดถึงความผิดของท่านก่อนแล้วจึงตำหนิติเตียนผู้อื่น

         ประการที่  ๔ จงขอความเห็น แทนการออกคำสั่งโดยตรง ให้ผู้ปฏิบัติงานได้พิจารณางานด้วยตนเอง เป็นการให้เกียรติ เกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ ไม่มีใครชอบรับคำสั่ง

         ประการที่ ๕ จงกู้หน้าอีกฝ่ายหนึ่ง อย่าสวมเกือกมีตะปูแหลมคงย่ำลงไปในความรู้สึกของผู้อื่น ด้วยการถือเอาแต่ใจเราฝ่ายเดียว ควรเห็นใจในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง

         ประการที่ ๖ ชมเชยแทนการด่าว่า วิธีกระตุ้นให้มนุษย์ก้าวไปสู่ความสำเร็จ จงยกย่องสรรเสริญ แม้เขาได้ทำสิ่งใดๆ ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยและยกย่องทุกครั้งที่เขาทำ สิ่งใดได้ดียิ่งขึ้น

         ประการที่ ๗ จงอุปโหลกผู้อื่นในสิ่งดีงาม เพื่อเขาจะได้เป็นไปตามนั้น

         ประการที่ ๘ จงทำให้ความผิดเป็นของง่ายที่จะแก้ไข  จงใช้การสนับสนุนกำลังใจ จงทำให้ความผิดซึ่งท่านต้องการแก้ไข ดูเป็นของง่ายที่จะแก้ไข จงทำให้สิ่งที่ท่านต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติ เป็นของง่ายที่จะปฏิบัติ

        ประการที่ ๙ จงทำให้ผู้อื่นมีความสุขที่จะกระทำในสิ่งที่ท่านเสนอแนะแก่เขา เมื่อเราจะปฏิเสธผู้อื่น จงแสดงความยินดีที่เขาให้เกียรติเรา และแสดงความเสียใจที่เราไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยเหลือเขาและเสนอแนะบุคคลที่เหมาะสมที่น่าสนใจให้เขา ทำให้ผู้ขอความช่วยเหลือมีความรู้ว่าไม่ถูกปฏิเสธ

        ในการประชุม ประเสริฐซึ่งเป็นบุคคลากรทำงานบกพร่องโดยไม่ได้ตั้งใจ ถูกคนอื่นโจมตีตนหน้าตาเสีย พอใกล้ประชุมเสร็จ ผู้บริหารซึ่งเป็นประธานที่ประชุมจึงพูดขึ้นว่า"คุณประเสริฐ เดียวเลิกประชุม ผมมีงานขอปรึกษาหน่อยนะ" ด้วยคำพูดเท่านี้เองทำให้ประเสริฐหน้าตาเบิกบานขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งก่อนหน้านี้ หันหน้าไปทางไหน ก็เห็นแต่สีหน้าและสายตาเชิงตำหนิ แต่แล้วคนที่เป็นใหญ่ที่สุดในนั้น กลับขอเชิญปรึกษางาน ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นความรู้สึกหดหู่ ให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อย่างทันตาเห็น
       นี่คือศิลปะอย่างหนึ่งในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา
       จิตใจของคนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อหน้าที่ประชุมนั้น มักจะบอบช้ำและอับอาย ใครเล่าจะเป้นผู้กู้หน้าให้กับคนนั้นได้ คำพูด"ผมขอปรึกษางานหน่อย" มีค่ามากมายเหลือเกินต่อความรู้สึกของประเสริฐและสามารถเปลี่ยนอารมณ์ ความรู้สึกของคนอื่นๆ ให้กลับมาเห็นความสำคัญของประเสริฐได้ว่า ขนาดผู้บริหารยังต้องพึ่งพาความคิดของประเสริฐ นี่เป็นศิลปะของผู้นำที่ถนอมน้ำใจผู้ตามได้อย่างแนบเนียน

         ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมผู้บริหาร ผู้นำการประชุมกล่าวตำหนิผู้เข้าร่วมประชุมว่าไม่ให้ความร่วมมือทำให้บรรยากาศยิ่งไม่ได้รับความร่วมมือมากขึ้น ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เดินออกจากที่ประชุม แม้ผู้นำการประชุมจะพูดชมเชยภายหลังก็ยังล้มเหลว วันนี้ตั้งใจจะใช้ชื่อว่าเทคนิคการติชม เมื่อเห็นบรรยากาศการประชุมผู้เขียนจึงคิดที่จะชมก่อนติครับ