เป็นอันรู้กันว่า... CQI คือ กระบวนการที่หมุนวน ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แบบไม่อยู่นิ่ง ดูแล้วก็อาจเรียกว่าเป็นการเคลื่อนที่ไป... ทำให้มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
แต่...หากพิจารณาอย่างซึ้งลงไปจะพบว่า มันเป็นกระบวนการที่เคลื่อนไปแบบอยู่กับที่หรือเปล่าไม่แน่ใจ ทำไมถึงว่าเช่นนั้น ทำให้นึกถึง "ลัทธิต่างๆ ในสมัยพุทธกาล" ที่มีการแสวงหาการรู้แจ้ง แต่ก็ไม่พบกับการรู้แจ้งสักที
CQI เป็นเช่นนั้นหรือเปล่า...
สิ่งที่ได้จากการทำ CQI เหมือนกับการขว้างหินลงไปในน้ำ ที่ออกแรงมากเท่าไร ก้อนหินก็ตกจ๋อมลงไปไม่ไกลฝั่งมากนัก
การทำ CQI จึงอาจดูไม่ต่างๆ ไปจากพวกแสวงหาความรู้ดั่งในลิทธิต่างๆ ที่พยายามแสวงหาการรู้แจ้งแต่ก็ยังไม่พบ
แล้วอะไรที่...นำไปสู่การรู้แจ้ง
สำหรับทัศนะของข้าพเจ้า ก็ยังเชื่อในเรื่องของ "กระบวนการวิจัย" เพราะแม้แต่พระพุทธองค์ ก็ก้าวสู่การแสวงหาคำตอบที่เป็นไปตามกระบวนการวิจัย มีข้อสงสัย และก้าวย่างสู่การหาคำตอบ อันเป็นการหาคำตอบที่ผ่านกระบวนการอันเป็นระบบทางปัญญาซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นไม่สามารถทำได้ นอกจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "มนุษย์"
ข้าพเจ้าเฝ้ามอง...กระบวนการทำ CQI
เห็นกระบวนการเก็บข้อมูล เห็นกระบวนการทำงาน...
แต่...สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ยังไม่สามารถนำพาให้ผู้คนก้าวย่างไปสู่การเกิดปัญญาอย่างรู้แจ้งในการแก้ปัญหาหน้างานได้อย่างตรงเหตุ... ดูแล้วเหมือนอาการ "เกาไม่ถูกที่คัน" อย่างไรอย่างนั้น
และคนหน้างานส่วนใหญ่...ก็หวาดกลัวที่ก้าวย่างไปหาคำตอบด้วยการทำวิจัย
เพราะอะไรล่ะ...
ก็เพราะความหวาดกลัวนี่แหละ อยากรู้แจ้งก็อยากรู้ หวาดกลัวก็หวาดกลัว... มันจึงเกิดสภาวะการดึงรั้งกันอยู่ในความเป็นมนุษย์...อยู่เช่นนี้
๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

เห็นด้วยกับอาจารย์ขอรับ..
บางคราครั้งหรืออาจจะทุกครั้งคราสิ่งที่จะเกิดกับเรามันไม่น่ากลัว
เท่ากับ
ความหวาดกลัวในความคิดที่เราสรรสร้างมาอันเป็นกับดักแห่งความตื่นรู้
..ยถาภูตํ ปชานาติ..
CQI>>>KAIZEN ก้าวต่อไป เพื่อพัฒนา ครับ