กลับมาเถิดวันวานอันสดใสของประเทศไทย อยากเห็นใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสที่ยังคงติดตาตรึงใจ.

ยามเช้าวันเสาร์ออกมาจากที่พักรู้สึกเย็น ๆ คงเป็นเพราะสายฝนที่โปรยปรายลงมาช่วงใกล้ค่ำของเมื่อวันวานสร้างความสดชื่นให้แก่สรรพสิ่ง  มองแมกไม้ใบหญ้าได้รับไออุ่นชุ่มเย็นจากสายฝนแสงแดดดูสดชื่นแจ่มใส

      เมื่อวานยามเช้าที่ ม. ทักษิณ ถิ่นสงขลาใกล้จะเปิดเทอมดูเริ่มคึกคักนิสิตที่เรียนภาคฤดูร้อนก็ใกล้จะเข้าสู่การสอบช่วงปลายแล้ว...

      สำหรับนิสิต ป. โท สาขาไทยคดีศึกษาหลังสอบปากเปล่าได้ผ่านโดยการแก้ไขตามที่คณะกรรมการสอบเสนอ ยูมิร่วมเป็นกรรมการ สอบนิสิต 2 คน ใน 4 คนที่สอบไปแล้ว...และ 2 คนนั้นได้นำใบรับรองมาของลายเซ็นเพื่อนำไปจัดทำหนังสือวิทยานิพนธ์เล่มสมบูรณ์แล้วขอแสดงความยินดีที่มีความก้าวหน้าทางการศึกษาไปอีกก้าวนะครับ

      ตอนบ่ายโมงเศษของวันวาน รศ. ดร. ประมาณ เทพสงเคราะห์ รองอธิการบดี ม. ทักษิณ  ในส่วนประธานหลักสูตรสาขาไทยคดีศึกษาได้แจ้งให้ยูมิช่วยเข้าร่วมประชุมแทนเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อความก้าวไปในการบริหารจัดการหลักสูตรต่าง ๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดอย่างไม่มีหัวหน้าภาควิชา  ไม่มีภาควิชาแล้วเราจะทำอย่างไร..? การประชุมช่วงบ่ายแก่ ๆ ไปจนถึงใกล้ค่ำจึงเลิกประชุม...

      ช่วงเดินทางกลับพอเข้าเขตเมืองหาดใหญ่ก็เจอกลุ่มฝนตกหนักเลย...เออ...เทือกเขาคอหงส์นี้ดักเมฆฝนให้ตกลงมาในเขตเมืองหาดใหญ่ได้ดีจริง ๆ ละ  เพราะมองหลังไปทางเมืองสงขลายังไร้แววฝน...

ภาพนี้เขียนที่เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย ช่วงปี พ.ศ. 2536

เป็นการเขียนด้วยปากกา...

      ทุกอย่างล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไป  การผูกยึดติดอยู่กับสิ่งใด ๆ ถ้าไร้ปัญญาวิเคราะห์หาเหตุผลแล้วจะทำให้เดินทางผิดได้คิดผิดพูดผิดและกระทำผิดได้...แวบมองดูข่าวเมืองไทย...คนไทยฆ่ากันเองแล้วเศร้า...เหมือนขิงก็ราข่าก็แรง...ตาอินกะตานาแย่งปลาไม่ได้กินปลาทั้งคู่...ตาอยู่เอาไปกิน...เราคนเล็ก ๆ เท่าผงธุลีดินน้อย ๆ ปลิวล่องลอยไปตามลมชมธรรมชาติก็ได้แต่...มอง...ภาวนาในใจลึก ๆ ว่า...กลับมาเถิดวันวานอันสดใสของประเทศไทย  อยากเห็นใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสที่ยังคงติดตาตรึงใจ...มอง ๆ  ๆ  ๆ...นั้นแล.