กฏของการเดินทางแบบกลุ่มใหญ่ครั้งนี้ มีดังนี้ หากใครก็ตามมาสายเกินเวลาที่กำหนดไว้ตั้งแต่ 10 นาที ขึ้นไปจะโดนปรับครั้งละ 1$ เช่น ให้เวลาถึง 9.00 น. ถ้ามาถึงจุดนัดหมายเกิน 9.10 น. จะต้องจ่ายคนละ 1$ ใช้มาตรฐานเดียวทั้งอาจารย์ นิสิต และหัวหน้าทัวร์(Tour Leader) และน้องฟางลูกสาวหัวหน้าทัวร์ เงินจำนวนดังกล่าวเก็บเข้ากองกลางเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนรวมต่อไป
เดินทางถึงลองแองเจลลิสโดยสวัสดิภาพ มี Shuttle Bus ของโรงแรมมารับถึงขอบสนามบิน เข้าพักที่โรงแรม Embassy Suites- Los Angeles International Airport/North ห้อง 605 มองวิวด้านหลังห้องพักเป็นอาคาร AIRPORT CENTER ฝั่งตรงข้ามโรงแรมซ้ายมือเป็นโรงแรม FOUR POINT by Sheraton และขวามือเป็นโรงแรม Marriott มองห่างออกไปเป็นสนามบินนานาชาติลองแองเจลลิส(Los Angeles International Airport)
น้องฟางและคุณสุธรรม
โดยมีอาจารย์บอมบ์ ภูริ วงศ์วิเชียร และอาจารย์หนึ่ง รุ่งโรจน์ เย็นชัยพฤกษ์ ได้เข้าพักที่โรงแรมนี้ก่อนแล้ว เนื่องจากได้เดินทางมาก่อนล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนเพื่อเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม
ในห้องพักมี Wireless $9.95-Basic Internet Access 24 Hour(s) แต่ถ้าใช้บริการบริเวณ Robby ของโรงแรมไม่คิดค่าใช้จ่ายบริการฟรีตลอด 24 ชั่งโมง
ในห้องน้ำจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น Refreshing Mouthwash, Revitalizing Conditioner, Hand & Body Moisturizing, Body Soap, Facial Soap and Cleansing Shampoo และแล้วอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันกับผู้เขียนคือมาจากแอลเอไทยด้วยกัน พักด้วยกันอีกต่างหาก ถามว่าให้ช่วยดูหน่อยว่าอันไหนที่ใช้สำหรับทาผิวบ้าง แถมยังกำชับอีกว่าอย่าหลอกผมนะ บ้านเดียวกันอย่ามา(หลอก)ต้มกันเด้อ ก็แนะนำไปเท่าที่รู้จักครับ
อาหารเช้ามื้อแรกที่อเมริกา
ออกเดินทางจากโรงแรมโดย Shuttle Bus ไปยังสนามบินนานาชาติลองแองเจลลิส (Los Angeles International Airport) เพื่อเดินทางต่อไปยัง Denver
@ Los Angeles International Airport
นั่งรอเครื่องบินออกเวลา 11.00 น. Flight 814 Gate 72 From LOS ANGELES to DENVER โดยสวัสดิภาพ
ขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุนกับการดูหมายเลขสายพานและเดินอย่างรวดเร็วไปที่สายพานหมายเลขที่ 14 เพื่อรับกระเป๋าเดินทางนั้น มีรถไฟฟ้าจอดเทียบชานชลาประตูรถเปิดออกทุกคนก้าวเท้าขึ้นรถไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ขาดแต่ลูกทัวร์อีก 2 คนที่ยังอยู่บนบันไดเลื่อน บุคคลที่กล่าวถึงคือผู้เขียนกับอาจารย์ฮก กฤตยา นั่นเอง พอถึงพื้นราบได้แต่มองตามตาปริบๆ กับขบวนรถไฟฟ้าขบวนนั้นที่หายวับไปกับตา จึงปรึกษาและตกลงกันว่าให้ผู้เขียนรออยู่ตรงนี้ ส่วนอาจารย์ฮก กฤตยา จะขึ้นไปตรวจสอบดูอีกครั้งว่าการรับกระเป๋าเดินทางสามารถไปรับได้ที่สายพานที่เท่าไหร่กันแน่ ตกลงว่าสายพานที่ 14 แน่นอน และปรึกษากันว่าเราจะทำอย่างไรดี จากประสบการณ์ผู้เขียนที่เคยไปที่ประเทศมาเลเซีย ผู้โดยสารจะต้องนั่งรถไฟฟ้าห่างออกไปจากสนามบินเพื่อรับกระเป๋าเดินทาง และรถไฟฟ้าจะวิ่งวนรอบอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวัน หากว่าเรานั่งรถไฟฟ้าไปข้างหน้าถ้าเจอพรรคพวกที่เดินทางไปก่อนอยู่สถานีไหนก็ลงสถานีนั้น ถ้าไม่เจอก็เดินทางกับมาจุดเดิม ตกลงตามนั้นครับ ขณะเดียวกันรถไฟฟ้าอีกขบวนได้มาจอดเทียบชานชลาเช่นกัน ทั้งสองคนจึงรีบกระโดดขึ้นรถไฟฟ้าในบัดดล
ถึงจุดหมายปลายทางอย่างที่พูดกัน เห็นพรรคพวกที่เดินทางไปถึงก่อนโบกมือให้จึงลงสถานนีนั้น เจอร้อยแปดคำถามหนึ่งในนั้นถามว่าตื่นเต้นไหมกับเหตุการณ์หลงทาง(ซิตี้ทัศนา)ครั้งนี้ ส่วนตัวแล้วไม่ตื่นเต้นนะเฉยๆ แต่อาจารย์อีกท่านก็คงจะมีบ้าง พอถึงสายพานที่ 14 มีคนแกล้งแซวว่ามาช้าควรจะปรับคนละ 1$ ตามที่ตกลงกันไว้ หากแต่ถ้าดูความเป็นเหตุเป็นผลแล้ว หาก Tour Leader ตรวจสอบจำนวนคนว่าครบหรือไม่ครบก่อนขึ้นรถไฟฟ้าสักนิดเดียว หรือถ้าทั้งสองคนเดินเร็วขึ้นอีกนิดเดียวโดยไม่ยอมให้ฝรั่งสองคนเดินแทรงหน้า โดยมาแทรกระหว่างคนทั้งกลุ่มทำให้ 2 คนแยกห่างจากกลุ่มใหญ่ เหตุการณ์แบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดีเหตุการณ์แบบนี้คงไม่มีใครที่อยากจะให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วทั้งกลุ่มคงต้องร่วมกันหาแนวทางในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิตุเหตุกาณ์ซ้ำซากขึ้นอีก แน่นอนครับตลอดระยะเวลา 14 วันไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเลยครับ โดยการนับยอดคนทุกครั้งจากน้องฟางนั่นเอง
ทราบตอนหลังว่า Tour Leader ได้กลับไปตามที่จุดเดิม หากแต่ทั้งสองคนได้เดินทางมาถึงสายพานที่ 14 เรียบร้อยแล้วครับ
เข้าพักห้อง 319 โรงแรม EMBASSY SUITES Denver Colorado USA. จำนวน 3 คืน



Q 1 เฮ
หาโอกาศมานาน
อาหารเช้าที่ใช้ถ่ายกับ ตอนทานจริง ปรมาณไม่เท่ากัน
หลายๆ มื้อ ก็คิดถึง ข้าวราดแกง
สวัสดีครับ คุณ sutham chinskul