อารมณ์เสียทุกชนิด ล้วนแต่มีข้อดี
ถามว่าใครไม่เคยอารมณ์เสียบ้าง คงจะไม่มีนะครับ เชื่อว่ามีกันทุกคน แต่จะมากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่สภาพ
ผมเองก็ต้องขอยอมรับครับว่าอารมณ์เสียบ่อย อะไรไม่ได้ดั่งใจละก็จะหงุดหงิดงุ่นง่าน อารมณ์เสียที่ทำงานยังไม่พอ ยังเก็บมาต่อที่บ้านอีก
อารมณ์เสียก็มีแต่เสียนะครับ ผมคิดอย่างนั้น ไม่มีอะไรดีเลย แต่ผมอ่านพบข้อดีของอารมณ์เสียครับ
ในหนังสือบทเรียนชีวิต ที่จิตแพทย์อยากบอกให้โลกรู้ บอกข้อดีของอารมณ์เสียครับ

ในหนังสือบอกว่าอารมณ์เสียต่างๆ เช่น การวิตกกงวล โกรธ ซึมเศร้า เป็นจิตไร้สำนึกของเราเองจะเป็นผู้เตือนเราล่วงหน้าถึงอาการที่เราปรับตัวไม่ดีพอ
โดยขยายความต่อไปว่า ในการที่จะใช้ชีวิตได้ดีนั้น เราจำเป็นต้องเข้าใจความเป็นจริงของโลกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถ้าเราเอาแต่ปกป้องไม่ยอมละวางความเข้าใจเดิมๆของเรา ความเข้าใจของเราต่อโลกก็จะสัมพันธ์กับความเป็นจริงน้อยมาก หรือไม่สัมพันธ์กันเลย
ดังนั้นพฤติกรรมของเราก็จะไม่สอดคล้องความเป็นจริง
ทำให้เกิด "อารมณ์เสีย" ต่างๆ ตามมา
อารมณ์เสียเหล่านี้ จึงเป็นข้อดี คือ เป็น "สัญญาณเตือน" จากจิตไร้สำนึกว่าพฤติกรรมของเราไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เราต้องเริ่มตรวจสอบตัวเองและพร้อมที่จะแก้ไข
แต่คนส่วนใหญ่มักปฏิเสธสัญญาณเตือน และ มักจะปกป้องจิตรู้สำนึกของตัวเองไม่ให้รับรู้ความเป็นจริง โดยใช้กลไกป้องกันตัวเอง(defense mechanisms)
ครับ มาหาข้อดีของอารมณ์เสียกันดีกว่านะครับ
1. มองว่าอารมณ์เสีย คือ สัญญาณเตือนที่ดีจากจิตไร้สำนึก
2. เมื่อเกิดอารมณ์เสียครั้งคราใด คงต้องกลับมาทบทวนและมามองที่ตัวเองครับ ว่ามองอะไรที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
3. อารมณ์เสีย คงต้องมองที่ตัวเอง และ แก้ที่ตัวเองครับ ที่สำคัญ คือ ต้องกล้ายอมรับความจริง
4. คนอารมณ์เสียและแก้ไม่หาย เพราะไม่กล้ายอมรับความเป็นจริง
อารมณ์เสียครั้งคราใด ให้คิดว่าเป็นเรื่องดีครับ ที่มีการเตือน
สวัสดีค่ะท่านรอง
อารมณืเสียนี่มีข้อดีด้วยเหรอคะ...นึกถึงเวลาอารมณ์เสียทีไรดูไม่จืดทุกที..ยิ่งแก่ก็ยิ่งดูแก่ค่ะ...(ยอมรับความจริง) ปกติอารมณืดีตลอด หากมีอะไรมาปะทะก็จะพยายามปรับตัว อาจเป็นเพราะว่าเรียนวิชา คน มามากก็ได้ค่ะ ต่อไปจะนึกถึงข้อดีทั้ง4ข้อ...ในบันทึกท่าน ผอ.เขตฯค่ะ(เรียกไว้เดี๋ยวเป็นแน่ค่ะ)
สวัสดีค่ะอาจารย์
เวลาอารมณ์เสียก็บั่นทอนตัวเองเหมือนกันนะคะ
"ในการที่จะใช้ชีวิตได้ดีนั้น เราจำเป็นต้องเข้าใจความเป็นจริงของโลกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ถ้าเราคิดได้อย่างประโยคข้างบนนี้คงจะอารมณ์ดีขึ้นค่ะ
ผมเองก็จะต้องเตือนตนเหมือนกันครับ ว่า "อารมณ์เย" คือ สัญญาณเตือน
ครับ เช้านี้ ยังอารมณ์ดีอยู่ครับ
ขอบคุณครับ
เป็นบทสรุปที่ยอดมากครับ
หนังสือเล่มนี้มีอะไรที่ต้องอ่านหลายรอบๆ จริงๆ ครับ ท่านอาจารย์
ขอบคุณสำหรับการจุดประกายให้ผมตามกลับไปอ่านอีกรอบครับ
ตรงนี้สุดยอดเลยครับ
อารมณ์ดีตลอด หากมีอะไรมาปะทะก็จะพยายามปรับตัว อาจเป็นเพราะว่าเรียนวิชา คน มามากก็ได้
(ผมเองหลายครั้งยังปรับตัวไม่ค่อยได้ครับ คงต้องฝึก)
ตรงนี้ก็ดีนะครับ
นึกถึงเวลาอารมณ์เสียทีไรดูไม่จืดทุกที..ยิ่งแก่ก็ยิ่งดูแก่ค่ะ.
(ครับ ยิ่งอารมณ์เสีย ยิ่งดูแก่)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็มและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
อารมณ์เสียนี่ บั่นทอนตัวเองจริงๆนะครับ แถมยังมีผลบั่นทอนคนรอบข้างอีก
ผมเองต่อไปก็จะพยายามไม่อามณ์เสียครับ
ขอบคุณครับ
ต้องขอขอบคุณอาจารย์อีกครั้งครับ ที่ได้แนะนำหนังสือเล่มนี้ มีสาระที่เป็นประโยชน์มากเลย
ผมเองถ้ามีอำนาจกำหนดได้ ผมจะกำหนดให้เป็นหนังสือเรียนทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาเลยละครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะท่านรอง
ใช่เลยค่ะท่านรอง การดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราล้วนต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมและเงื่อนไขต่างๆ ที่ทำให้เกิดสภาวะทางอารมณ์ที่หลายหลาย โดยเฉพาะอารมณ์ด้านลบๆ หรือที่เรียกว่า อารมณ์เสีย มีเยอะมากๆ คงไม่มีใครที่ไม่เคยอารมณ์เสีย
ไอ้เจ้าตัวอารมณ์เสียเนี่ย เมื่อมันเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ กับคนไหน มันจะทำให้คนๆ นั้น กลายเป็นคนขาดสติไปทันที และเป็นที่น่ารำคาญและน่าเบื่อสำหรับคนรอบข้าง....
ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่า เราเริ่มจะรู้สึกหงุดหงิดพลุกพล่าน ซึ่งเป็น"สัญญาณเตือน" แล้วเราพยายามปรับเปลี่ยนอารมณื และพฤติกรรมนั้นๆ เสีย ซึ่งเป็นผลดีกับตัวเองมากทีเดียว ทำอย่างที่ท่านรองบอกทั้ง 4 ข้อ จะเป็นการดีมากๆ ค่ะ
ขอบคุณมากๆ บันทึกนี้มีประโยชน?มากมายค่ะ
มีความสุขในวันหยุดนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
อารมณ์เสีย ยอมรับอารมณ์ หันมาพิจารณาตัวเอง
ขอบคุณข้อคิดดีๆยามเช้านี้คะ
3. อารมณ์เสีย คงต้องมองที่ตัวเอง และ แก้ที่ตัวเองครับ ที่สำคัญ คือ ต้องกล้ายอมรับความจริง
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อ3นี้ค่ะต้องมองที่ตัวเองว่าเราโกรธทำไมแล้วต้องหาวิธีแก้ความโกรธด้วยตนเองพยายามที่จะไม่เอาไปลงกับคนอื่น ยอมรับความจริง คิด แล้วแก้ไขเองอย่าให้คนอื่นแก้ให้อันตรายมากๆค่ะท่านรอง หนูสอบแล้วสบายใจค่ะได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเราต้องยอมรับว่าตนเองทำได้มากน้อยแค่ไหนค่ะท่าน กำลังรอลุ้นผลอยู่ค่ะ(หวังเล็กๆ) อิ อิ
* ไอ้เจ้าตัวอารมณ์เสียเนี่ย เมื่อมันเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ กับคนไหน มันจะทำให้คนๆ นั้น กลายเป็นคนขาดสติไปทันที และเป็นที่น่ารำคาญและน่าเบื่อสำหรับคนรอบข้าง....
(ครับ เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ ขาดสติ น่ารำคาญ น่าเบื่อสำหรับคนรอบข้าง ที่รู้ดีเพราะเป็นตัวผมเองครับที่อามณ์เสีย 555...)
* ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่า เราเริ่มจะรู้สึกหงุดหงิดพลุกพล่าน ซึ่งเป็น"สัญญาณเตือน" แล้วเราพยายามปรับเปลี่ยนอารมณื และพฤติกรรมนั้นๆ เสีย ซึ่งเป็นผลดีกับตัวเองมากทีเดียว
(ครับ ผมเองก็จะพยายามเอาอารมณ์เสียมาเป็นสัญญาณเตือนครับ)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็มและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
อารมณ์เสีย ยอมรับอารมณ์ หันมาพิจารณาตัวเอง
ดีมากเลยครับ
ขอบคุณครับ
* ความโกรธต้องแก้ที่ตัวเองครับ
* ขอให้ผลการสอบออกมาดีนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านรองฯ..มาเรียนรู้ข้อดีของการเกิดอารมณ์เสียค่ะ..จะพยายามหยุดแล้วสำรวจความบกพร่องก่อนจะวีนมากขึ้นนะคะ..
สวัสดีค่ะ ถ้าอารมณ์เสียนี่...ส่วนมากครูยุจะบ่นตัวเอง
จะดื่มชาร้อนๆๆอ่านหนังสือไปด้วย เพลินค่ะ ได้ดื่มชา
ที่เย็นแล้วแทน รถใกล้มาแล้วจะรีบออกบ้าน แต่หา
กุญแจบ้านไม่เจอ บ่นตัวเองว่าวันนี้ก็นอนป้ายรถเมล์
ล่ะกัน...Stefanจะขำบอก Mama(ครูยุ) ตลก
จริงค่ะท่าน พออารมณ์เสียปุ๊บ สติก็มาปั๊บเลย
แบบว่าไประงับอารมณ์..แล้วก็คิดได้ค่ะ..
สบายดีน่ะค่ะ..
ใกล้เปิดเทอมแล้ว..งานหนักรอเราอยู่ค่ะ..ท่านรอง
จะพยายามหยุดแล้วสำรวจความบกพร่องก่อนจะวีนมากขึ้น
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
* ถ้าอารมณ์เสียนี่...ส่วนมากครูยุจะบ่นตัวเอง
* จะดื่มชาร้อนๆๆอ่านหนังสือไปด้วย เพลินค่ะ ได้ดื่มชาที่เย็นแล้วแทน
(ดีจังเลยครับ วิธีแก้อารมณ์เสียไม่ให้ลุกลาม)
* รถใกล้มาแล้วจะรีบออกบ้าน แต่หากุญแจบ้านไม่เจอ บ่นตัวเองว่าวันนี้ก็นอนป้ายรถเมล์ล่ะกัน...Stefanจะขำบอก Mama(ครูยุ) ตลก
(มีมุขตลกเล็กๆในบ้าน ดีมากเลยครับ)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์
* พออารมณ์เสียปุ๊บ สติก็มาปั๊บเลย
แบบว่าไประงับอารมณ์..แล้วก็คิดได้ค่ะ..
ดีมากเลยครับ
เป็นกำลังใจให้ในวันเปิดเทอมครับ