หมั่นหาความสุขที่ไม่ผูกติดกับเงินทอง "คนเราทำงานหาเงินมาตลอดชีวิต ตายไปแล้วก็เอาไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นในวันที่มีความพร้อม จึงควรตั้งใจและควรแบ่งปันให้ผู้อื่นด้วย" ทุกวันนี้รอบตัวเต็มไปด้วยสิ่งยั่วเย้าให้เกิดกิเลสได้ง่าย นั่นทำให้ต้องคิดว่าแล้วจะจัดการกับกิเลสอย่างไร “ผมพบว่าวิธีกำจัดกิเลสอย่างง่ายๆ คือลองคิดว่า เราทานอาหารไม่ได้ทานเพื่อความอร่อยเพลิดเพลินเป็นหลัก แต่ทานเพื่อให้มีชีวิตอยู่ให้ร่างกายแข็งแรง เวลากินยาก็ไม่ได้กินเพียงเพื่อให้สวยหรือผอมขึ้น แต่กินเพื่อกำจัดโรคภัยไข้เจ็บ เวลาแต่งตัวก็ไม่ได้ดึงดูดให้คนมองว่าสวย แต่แต่งกายเพื่อห่มคลุมร่างกายไม่ให้หนาว ลักษณะนี้ทำให้เราเข้าถึงจุดประสงค์ของการใช้ชีวิตที่แท้จริง นั่นเป็นวิธีบริหารจัดการชีวิต ลดกิเลส ไม่ให้พาตัวเองไปอยู่ภายใต้กิเลสมากเกินไป” การรบรากับกิเลสนั้น อยู่ที่ว่าถ้าเรารู้ว่าเรามีความสุข เราจะบริหารกิเลสได้ ตราบที่เราไม่รู้ว่าเรามีความสุขหรือไม่ เราจะจัดการกับกิเลสไม่ได้ สิ่งสำคัญคือต้องหาความสุขที่ไม่ผูกติดกับกิเลสและเงินทอง เพราะเมื่อไหร่ที่ปล่อยให้เกิดความอยากมากเข้าก็ต้องดิ้นรนหาเงินมาเพื่อปรนเปรอความอยาก บางครั้งทำให้เราต้องพยายามหาเงินด้วยความไม่ถูกไม่ควร มนุษย์ปรุงแต่งชีวิตตลอดเวลา กิเลสเกิดดับๆ อยู่ตลอดเวลา กิเลสเกิดขึ้นเยอะเพราะชีวิตทุกวันนี้พ่อแม่เลี้ยงลูกด้วยทีวี เรากำลังดูทีวีมากเกินไป แล้วสิ่งที่ทีวีปรุงแต่งมานั้น เราเห็นละครทุกช่องบอกว่า ถ้ารวยต้องบ้านหลังใหญ่ รถคันโต ทั้งที่จริงความสุขนั้นเราต้องสร้างเอง ไม่มีเงินก็สร้างความสุขได้ แต่ทำยังไงถึงจะจัดการได้ ถ้าให้ยกหลักธรรมซักข้อ คงนึกถึงหลักสำคัญที่ว่า "เราต้องรู้จักตัวเราเอง" ถ้าเรารู้ว่าต้องการอะไร ก็สร้างด้วยตัวเอง ถ้าเอาความสุขไปผูกไว้กับข้าวของเงินทองก็ต้องหาตลอด หวังว่าข้อคิดในการจัดการกิเลส จะช่วยให้เห็นหนทางในการกำจัดกิเลสที่ซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน
สวัสดีค่ะ
คุณครูตื่นเช้านะค่ะ ชอบตื่นเช้าเช่นกันค่ะอากาศตอนเช้าๆดีมาก
ใจคนเราอาจยังไม่สุข ไม่สงบพอจึงมีกิเลสบ้าง คงต้องฝึกค่ะ สมัยนี้ต่างจากแต่ก่อนมาก ความเจริญ สิ่งยั่วยุมีมากขึ้น
ขอบคุณค่ะ
มีข้าวกินก็พอแล้ว มีหมอนไบไว้หนุนนอน
เผากิเลสเผาใจตนเอง
บางทีเงินก็ซื้อไม่ได้ทุกอย่างครับ โดยเฉพาะการซื้อความรักที่บริสุทธิ์
ครูจ่อยเขียนได้ประทับใจครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
ไม่ยึดติด ชีวิตก็ไม่ทุกข์ค่ะ
สุขกายสบายใจนะคะ
ทานอาหารเช้าหรือยังคะ... ทานง่ายอยู่ง่าย ข้าวใข่เจียว เสริฟร้อนๆ ค่ะครู
กำลังนั่งนึกมุมคิดที่คล้ายคลึงกัน
"อย่าหวังอะไรเป็นที่พึ่ง นอกจากธรรมะ"
ขอบคุณที่ทำให้เกิดปัญญา....นึกคิด.....คอเดียวกัน
อ่านแล้วได้ข้อคิดคะ เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างคะ
ตัวอย่างสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้
ขอบคุณมากคะที่ไปแวะชม ตอบคุณแล้วนะคะ
"มิตรภาพจะยั่งยืน ถ้าหมั่นเยี่ยมเยือน"
ย่ารหัสปูบอกว่า ความสุขง่ายๆ จาก ฝนพรำพราว ดอกไม้บานหน้าหนาว กระไออุ่นจากแดด หน้าร้อน
เมื่อเช้าได้เห็นหมอกหยอกเอินขุนเขา น้ำค้างพร่างพราว หลังฝนพรำ ฟังเพลงที่ชอบ ใจปูก็แช่มชื่น รื่นรมย์แล้วค่ะ
อิ่มอร่อยมื้อเที่ยงนะคะ สุขสันต์วันเสาร์ค่ะครูพี่จ่อย
"ฝนพรำพราว ดอกไม้บานหน้าหนาว กระไออุ่นจากแดด หน้าร้อน เมื่อเช้าได้เห็นหมอกหยอกเอินขุนเขา น้ำค้างพร่างพราว หลังฝนพรำ ฟังเพลงที่ชอบ"
สรุปบทความแล้ว กินเพื่ออยู่ อย่าอยู่เพื่อกิน ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่อย่างพอเพียง เพราะตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ นี่แหละพี่สุก็กำลังคิดแบบนี้แหละคะ คือเอาพออยู่ได้ ไม่พึ่งพาใคร พึ่งพาตนเอง ไม่เบียดเบียนใคร และถ้ามีโอกาสก็จะพยายาม ให้ตนเองได้ทำบุญเท่าที่จะสามารถทำได้คะ ปลงก็ปลง แต่ก็ไม่ขี้เกียจ เพราะถ้าเราขี้เกียจ ไปหาแต่ทำบุญ ทิ้งการค้าขาย ลูกค้าหายหมด ฉะนั้น ก็ยังตั้งใจทำมาหากิน พร้อมๆจิตอาสาเท่าที่ทำได้คะ ทำแล้วพร้อมที่จะสบายจิตสบายใจคะ พร้อมที่จะรับบุญคะ
ความสุขของครูวิไล คือ รู้จักประมาณตนค่ะ
(คิดฮอดอยู่เด้อ)