ฉันเพิ่งจะเคยไปงานสวดพระอภิธรรมศพ ที่วัดใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันไปงานที่วัดมกุฏฯ  ซึ่งฉันรู้สึกทึ่งตั้งแต่เดินเข้าไปในวัดแล้วว่า ที่นี่มีการสวดรวมถึง ๑๔ ศาลา สาเหตุเพราะฉันเคยชินกับวัดที่เพชรบุรี ที่มีความกว้างสุดลูกหูลูกตา พื้นที่เยอะแยะ สวดแค่ศพเดียว แต่ที่นี่มีพื้นที่นิดเดียว สวดตั้ง ๑๔ ศาลา

คนกรุงเทพฯ จำนวนมาก เลยตายกันมาก  ทางวัดเลยต้องจัดการ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของคน นี่คือ "ภูมิปัญญา" และ "ความรู้" ที่วัดไทยก็ทำได้ สบายมาก เพราะบรรยากาศที่ฉันเข้าไปนั่งอยู่นั้น เหลือเชื่อจริงๆ จัดล็อคสำหรับคนนั่ง เรียงกัน พระมาสวด ก็สวดศาลาใครศาลามัน เหมือนภาวะในกรุงเทพฯ นั่นแหละ คือ ต่างคนต่างดังฟังไม่รู้เรื่อง ที่จริงเสียงบทสวด สวดศพยิ่งเป็น"บทกุศลา" แล้วฉันชอบมาก เพราะบทสวดบทนี้กล่าวถึง กุศลบุญที่ท่านทำมา ท่านย่อมได้รับผลบุญนั้น อกุศลใดที่ท่านได้ทำไว้ อกุศลนั้นก็เป็นของท่าน ง่ายๆ คือท่านทำกรรมใดทั้งดีทั้งร้าย กรรมนั้นย่อมตกอยู่กับตัวท่านเอง

เมื่อเสียชีวิตไปแล้ว ทรัพย์สมบัติไม่อาจตามท่านไปได้ มีแต่"รหัสกรรม" เท่านั้นที่ติด DNA ของท่านไปจนถึงภพภูมิหน้า