ตอนบ่ายของวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ พี่ลีและน้องฝ้ายนำฉันเที่ยวที่ศาลาแก้วกู่ ฉันเคยมาชมที่นี่ครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ ยังไม่เข้าใจเจตนารมย์ของการจัดสร้างเพื่ออะไร ครั้งนี้จึงมีโอกาสได้มาชมและเรียนรู้อีกครั้ง โดยเสียค่าเข้าชมสำหรับชาวไทยคนละ ๑๐ บาท นอกจากรูปปันเทวาลัยลักษณะต่าง ๆ แล้ว ยังมีแคคตัสหลายขนาดเป็นจำนวนมาก มีให้ชมและสามารถซื้อหามาเลี้ยงได้ สามารถนั่งพักผ่อนชมและเลี้ยงอาหารปลาในสระน้ำเพื่อผ่อนคลายได้ที่ศาลาริมสระน้ำ
"ศาลาแก้วกู่ "เป็นอุทยานเทวาลัย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งอยู่ ชุมชนสามัคคี อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ในพื้นที่ ๔๒ ไร่ มีบรรดารูปปั้น ทั้งจำนวนมาก สร้างโดยปู่เหลือเพื่อให้อุทยานเทวาลัยแห่งนี้เป็น เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน หรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เพราะมีความเชื่อว่า ทุกศาสนาสามารถผสมผสานกันได้
นางคำปลิวพี่สาวของปู่เหลือซึ่งเป็นชาวหนองคาย ได้ฝันว่ามีชีปะขาวนำ นาคมรกตมามอบให้ แต่บอกว่าอีก ๗ เดือนให้ไปรับมาเป็นของตน ต่อมาไม่นานแม่ได้ตั้งท้องลูกคนที่เจ็ด ในวัยสูงอายุและหมดประจำเดือนแล้ว และคลอดเมื่ออายุครรภ์ได้ ๗ เดือน ทุกคนจึงเชื่อว่าเป็นไปตามนิมิตในฝัน นางคำปลิวและสามี จึงรับน้องชายมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ตั้งแต่แรกเกิดตั้งชื่อว่า"บุญเหลือ"
ปู่บุญเหลือชอบเข้าวัดมาแต่เด็ก พออายุได้ ๖ ขวบนางคำปลิวเสียชีวิตลง สามีนางคำปลิวมีภรรยาใหม่ ทำให้ปู่บุญเหลือจึงกลับไปอยู่กับ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่มักขัดขวางห้ามปรามผู้ใหญ่ในทางบาปต่างๆ จึงไม่เป็นที่รักใคร่ของญาติพี่น้อง เมื่อปู่บุญเหลืออายุได้ ๑๒ ปี ไม่สามารถทนความกดดันของครอบครัวได้ จึงหนีออกจากบ้านไปจนพบสำนักอาศรมแก้วกู่ในเขตแดนลาว และได้ฝากตัวศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติธรรมอยู่กับ พระมุนีที่นั่น จนอายุครบ ๒๐ ปี พระมุนีจึงให้ออกจากสำนัก ไปจาริกแสวงบุญโปรดญาติโยมทั้งใกล้และไกล จนกระทั่งอายุได้ ๓๐ ปี จึงกลับมาปรนนิบัติตอบแทนคุณของพ่อแม่ ก่อนแม่สิ้นบุญในปี ๒๕๐๗ ได้มอบที่ดินจำนวน ๘ ไร่ให้ที่บ้านเชียงควาน เมืองท่าเดื่อ เวียงจันท์น์ไว้เป็นมรดก
พ.ศ. ๒๕๑๓ ปู่บุญเหลือได้พัฒนาที่ดินดังกล่าวสร้างเป็น “สถานเทวาลัยอย่างมหึมา” ภายหลังจากเกิดเหตุวิกฤตในราชอาณาจักรลาวเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ ปู่บุญเหลือจึงพาลูกศิษย์ข้ามโขงมา และรวมกันจัดตั้งเป็น “พุทธมามกสมาคมจังหวัดหนองคาย” โดยกรมการศาสนารับรองให้ใน พ.ศ. ๒๕๑๙
พ.ศ. ๒๕๒๑ ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสได้ซื้อที่ดินจำนวน ๔๒ ไร่ หมูบ้านสามัคคี ตำบลหาดคำ อำเภอเมือง หนองคาย เพื่อถวายให้เป็นที่ตั้งสำนักจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ.๒๕๒๗ ปู่บุญเหลือถูกตำรวจตั้งข้อหาโทษฉกรรจ์ ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำจนถึง พ.ศ. ๒๕๒๙ เมื่อพ้นคดีความออกมาแล้วได้สร้างเทวรูป อีกมากมาย ทั้งเล็กและใหญ่ และทั้งขนาดที่สูง ๓๓ เมตร เมื่อสร้างทั้งพุทธรูปและเทวรูปครบจำนวน ๒๐๙ ปางแล้ว ได้สร้างศาลาแก้วกู่หลังใหม่ และปู่บุญเหลือได้ล้มป่วย และเสียชีวิตลงเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ สานุศิษย์ได้ร่างของท่านไว้ในผอบแก้ว ตามความประสงค์ก่อนสิ้นชีวิตของปู่บุญเหลือ
ขอขอบคุณพี่ลีและน้องฝ้ายที่ช่วยเหลือดูแล นำเที่ยวชมอุทยานเทวาลัยแก้วกู้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุ


ฐานของรูปปั้นเทวาลัย จะจารึกสุภาษิต ข้อคิดที่เป็นคติธรรมไว้ทุกแห่ง หากอ่านเป็นสำเนียงภาษาอิสานจะมีความหมายซาบซึ้งดีกว่าอ่านเป็นภาษากลาง
อาคารศาลาแก้วกู่
ภายในจัดเป็นที่เก็บวัตถุโบราณ พระพุทธรูป และร่างที่ไม่เปื่อยเน่าของปู่บุญเหลือ ซึ่งสิ้นชีวิตมาแล้วกว่า ๑๐ ปี
กลองหมากแข้ง เป็นกลองที่ทำด้วยหมากแข้งอยู่ในศาลาแก้วกู่ ด้านหลังเป็นห้องกระจกและโลงแก้วบรรจุร่างของปู่บุญเหลือ สามารถมองเห็นได้จากภายนอก
ดูสวยดีนะคะ แต่ก็แฝงไปด้วยความขลัง :-)
เก็บภาพ ตอนอากาศร้อนระอุ ภาพสว่างงามจริงๆ
ขอบคุณมากนะคะ เล่าเรื่องราวและนำภาพสวยงามมาให้ชม
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม..
พึ่งกลับมาค่ะหลังจากมาจากช่องเม็กแล้วก็ไปอบรมสัมนาครูโรงเรียนเอกชนที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น พึ่งกลับมาเมื่อวานเย็น และตี 4วันนี้ไปกราบพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อที่ อ.นาตาล จ.อุบลฯ พึ่งมาถึงตอนหัวค่ำค่ะพี่ครูคิมสบายดีมั้ยคะ...คิดถึงมากค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะBaby
สวัสดีค่ะน้องกานดา น้ำมันมะพร้าว
สวัสดีค่ะมาตายี
สวัสดีค่ะอิงจันทร์ ณ. เรือนปั้นหยา
เห็นได้ชัดว่าภาพถ่ายของพี่คิมดูเป็นมืออาชีพขึ้นอีกเยอะเลยครับ
การจัดองค์ประกอบภาพทำได้ดี ปรับอีกนิดหน่อยในการดูทิศทางแสงก็ไปโลด กู่ไม่กลับแล้ว อิอิ
สวัสดี่ค่ะ.งพี่ครูคิม
ขอบพระคุณที่พานำเที่ยวอุทยานเทวาลัยนะครับ
พระพุทธรูป ปูนปั้น สวย วิจิตร ดีครับ...
สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ
สวัสดีค่ะจำเนียรวดี
สวัสดีค่ะน้องPhornphon
พี่คิมครับ
ภาพสวยจังเลย...
เอากล้องมาถ่าย de'Musoi ด้วยนะครับ
สวัสดีค่ะน้องหนานเกียรติ
สวัสดีค่ะพี่คิม
เดียวเคยไปมาแล้วเมื่อหลายปี จนจำไม่ได้แล้ว พี่คิมสบายดีน่ะค่ะ
คิดถึงค่ะ
สวัสดีค่ะเดียวสุนันทา