ไป..ด่านช่องเม็ก

ซัมเมอร์นี้ช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เคยมีมาเลยล่ะ..หลายปีมาแล้วที่ฉันใช้เวลาช่วงปิดเทอมทิ้งๆขว้างๆอย่างคนไม่รู้คุณค่า ไม่รู้จักตักตวงหาความสุขใส่ตัวอันที่จริงก็ไม่อาจเรียกว่าทิ้งขว้าง กลับต้องเรียกว่ามีประโยชน์กับชีวิตตนเองมากกว่า...ปีนี้ไม่รับสอนซัมเมอร์อยากใช้ชีวิตกับครอบครัวมากกว่า...พาลูกๆไปเรียนพิเศษ ว่ายน้ำ ยิงปืน ตีกอล์ฟ เรียนดนตรี และท่องเที่ยวไปตามอำเภอใจ...โครงการแรกไปพิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ และจังหวัดเลย โครงการสองว่าจะล่องใต้แต่ด้วยเหตุและติดภาระกิจการอบรมสัมนาจึงทำให้ชะลอการล่องใต้ไว้ก่อนจึงเลือกไปเที่ยวอุบลราชธานีแทนค่ะโดยตั้งธงไว้ที่ด่านช่องเม็กและเขื่อนสิรินธร

       ทางเข้าเขื่อนสิรินธรค่ะ..บรรยากาศดีมากค่ะ

     เขื่อนสิรินธร เป็นเขื่อนหินแกนดินเหนียว สร้างกั้นลำโดมน้อยอันเป็นสาขาของแม่น้ำมูล ตัวเขื่อนสูง 42 เมตร ยาว 940 เมตร อำนวยประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและการชลประทาน บริเวณริมทะเลสาบมีสวนสิรินธร ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ มีรูปปั้นและน้ำพุสวยงาม มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว
     สอบถามรายละเอียดได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย นนทบุรี โทร. 02-4363271-2 หรือ ที่เขื่อนสิรินธร โทร. 045-366081-3

    การเดินทาง จากตัวเมือง 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 217 แยกขวาที่กิโลเมตร 71 ไปอีก 500 เมตร

            เราเดินทางไปถึงเขื่อนสิริธรเวลาเที่ยงกว่าๆแล้วจึงพาลูกๆไปรับประทานอาหารกลางวันที่ "เรือนโดมน้อย" ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหาร และสถานที่ติดต่อที่พัก อยู่ใกล้ๆวังมัจฉาหน้าเขื่อนฯ

 อิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า.วังมัจฉามีเรือพระที่นั่งลอยเด่นอยู่เบื้องหลัง

          หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วจึงติดต่อที่พักบ้านพักที่นี่มีหลายขนาด เลือกได้ตามความต้องการค่ะ

บ้านวารีชล เป็นบ้านเดี่ยว 3 หลัง 2 ห้องนอน (เตียงคู่) ราคาหลังละ 2500 บาทต่อคืน
บ้านชมภูผา เป้นบ้านแถวมี 5 หลังๆละ 6 ห้อง (เตียงคู่) ราคาห้องละ 1000 บาทต่อคืน
บ้านนภาส่อง เป็นบ้านแถว มี 2 หลัง หลังละ 6 ห้อง (เตียงคู่) ราคาห้องละ 1200 บาทต่อคืน
บ้านก้องนทีธาร บ้านเดี่ยว มี 4 หลัง หลังละ 2 ห้อง (เตียงคู่) ราคาห้องละ 1500 บาทต่อคืน
บ้านลานจันทร์ผา บ้านแฝดสองชั้น มี 11 หลัง หลังละ 2 ห้องยูนิต ยูนิตละ 2 ห้อง (เตียงคู่) ราคายูนิตละ 1800 บาทต่อคืน
บ้านปรายแสงทอง บ้านแฝดสองชั้น มี 7 หลัง หลังละ 2 ห้องยูนิต ยูนิตละ 2 ห้อง (เตียงคู่) ราคายูนิตละ 1000 บาทต่อคืน
(ที่มา ; จากแผ่นพับของเขื่อนฯ)

เราเลือกพักเป็นบ้านนภาส่อง 2/2 ราคา 1200 บาท อยู่เกือบสุดท้าย แต่ติดริมน้ำ ใกล้ๆกับสนามกอล์ฟ ข้างในบิ้วอินท์สวยงามด้วยงานไม้ มีเครื่องใช้ที่จำเป็นครบ รวมทั้งน้ำอุ่น จะขาดก็เพียงอาหารเช้าแบบโรงแรมทั่วไปเท่านั้นเอง......

 ด้านหน้าและด้านหลังของบ้านนภาส่องค่ะ..อยู่ใกล้ๆสนามกอล์ฟ


 มาคราวนี้ไม่ได้ติดถุงกอล์ฟน้องใบเงินมาด้วย..เจ้าตัวบ่นว่าแม่ไม่หาข้อมูลก่อน ที่นี่เป็นสนามกอล์ฟ ขนาด 9 หลุมค่ะ

 

                          

 

 

                หลังอาหารเที่ยง...เราจึงเดินทางไปท่องเที่ยวกันต่อที่ช่องเม็ก...  

 

 

 

      ช่องเม็ก เป็นจุดผ่านแดนไทย-ลาว ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสิรินธร ห่างจากตัวจังหวัดราว 90 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อระหว่างไทยกับลาว ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนจุดเดียวในภาคอีสาน ที่สามารถเดินทางไป ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยทางพื้นดิน ในขณะที่จุดอื่นจะต้องข้ามลำน้ำโขง และเป็นที่สิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข 217 จากอุบลราชธานี

          ถนนสายนี้เชื่อมกับถนนในเขตลาว เข้าไปสู่เมืองปากเซในอีก 38 กิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเซีย บริเวณช่องเม็กมีด่านตรวจคนเข้าเมือง และร้านขายสินค้าที่นำเข้ามาจากลาว และหากข้ามไปทางฝั่งลาว จะมีร้านค้าปลอดภาษีตั้งบริการอยู่

 

ช่องเม็กนั้น นับเป็นด่านชายแดน ที่เป็นเสมือนประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเส้นทางสู่เมืองปากเซ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ที่ยังคงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวลาว ที่เต็มไปด้วยสีสัน และยังสามารถเดินทางต่อไปยังน้ำตกหลี่ผี และน้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำตกที่แม่น้ำโขงทั้งสาย ไหลต่างระดับกันลงมา อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา

          การเดินทางข้ามไปยังปากเซนั้น นักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถนำหลักฐานไปยื่นคำร้องขอทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว ได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดอุบลราชธานี (ฝ่ายความมั่นคง) ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ทุกวัน ในเวลาราชการ หรืออาจยื่นคำขอได้ที่ ที่ว่าการอำเภอสิรินธร ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือที่ จุดผ่านแดนชั่วคราวช่องเม็ก ยื่นเรื่องแล้ว สามารถรอรับหนังสือผ่านแดนชั่วคราวได้เลย หากนักท่องเที่ยวมีพาสปอร์ตแล้ว ไม่ต้องทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวค่ะ...แต่ที่ดิฉันได้ทำหนังสือผ่านแดนเนื่องจากว่าจะต้องพาลูกๆไปด้วยส่วนคุณสามีนั้นใช้พาสปอร์ตค่ะ

 

บัตรผ่านแดนชั่วคราว มีกำหนดเวลาท่องเที่ยวในลาวได้ 3 วัน 2 คืน หากจะนำรถเข้าไปทางฝั่งลาว ต้องนำรถไปทำพาสปอร์ตรถที่สำนักงานขนส่งจังหวัด ผู้ขับขี่จะต้องนำสำเนาใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ และสำเนาใบเสียภาษีรถยนต์ ไปยื่นเรื่องขออนุญาตด้วย

          ด่านชายแดนช่องเม็ก เปิดทำการเวลา 08.00 - 18.00 น.

 

ค่าใช้จ่ายฝั่งไทย

 

  • ค่าทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว คนละ 30 บาท

ค่าใช้จ่ายฝั่งลาว

 

  • ค่าเหยียบแผ่นดิน สปป.ลาว คนละ 20 บาท
  • ค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวลาว คนละ 400 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรถ ค่าใช้ทาง คันละ 800 บาท
  • ค่าประกันภัยรถ ประมาณคันละ 300 - 500 บาท

ค่าใช้จ่ายขากลับ

 

  • หากเกิน 16.00 น. ต้องเสียค่าล่วงเวลาที่ ตม.ฝั่งลาว คนละ 150 บาท ส่วนฝั่งไทย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

(ที่มา:http://www.guideubon.com/chongmex.php)หากไปแค่ตลาดวังเต่า เดินซื้อของ ชมฝั่งลาว หากใช้พาสปอร์ตไม่ได้จ่ายอะไรค่ะ หากทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวจะมีเพียงค่าทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว คนละ 30 บาทเท่านั้นเองค่ะ

 

 

หน่วยบริการจัดทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว ..อยู่ซ้ายมือก่อนถึง ด่านตรวจคนเข้าเมืองประมาณ500เมตร..เป็นอาคารชั้นเดียว มีบริการถ่ายเอกสาร แผ่นละ 2 บาทค่ะ ใช้แค่บัตรประชาชนแผ่นเดียวค่ะ หากมีบุตรหลานติดตามไปด้วยต้องแจ้งผู้ติดตามที่นี่เลยค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มค่ะ..เสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่กี่นาที..แล้วก็มุ่งหน้าไปยังด่านศุลกากรและศูนย์ราชการพรมแดนช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลฯที่ตั้งตระหง่านดังในภาพนี้ค่ะ

 

 

เมื่อเข้าไปในด่านด่านศุลกากรพรมแดนช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลฯแล้วก็ต้องนำบัตรผ่านแดนชั่วคราวไปถ่ายเอกสารและติดบาร์โค๊ตก่อนเข้าตรวจเอกสารค่ะ ส่วนพาสปอร์ตไม่ต้องติดบาร์โค๊ตค่ะ

 

 

หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปฝั่งลาวได้เลยและจะมีป้อมตรวจเอกสารของผู้ที่ใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวอยู่ทางฝั่งลาว ส่วนผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางต้องไปแจ้งเข้าที่ด่านศุลกากร..และแจ้งออกเมื่อจะกลับฝั่งไทยค่ะ

 

 

ที่แจ้งเข้า/แจ้งออกอยู่คนละข้างของอาคารเดียวกันค่ะ

 

น้องเสือทองพาคุณพ่อมาแจ้งเข้าเมืองครับผม....มาชมทางลงตลาดกันค่ะ..ที่นี่มีสากกะเบือยันเรือรบเลยก็ว่าได้ในภาพคุณพ่อบ้าน (ดร.พงศ์พยัคฆ์)สนใจตะเกียงเจ้าพายุ คนขายตั้งราคาไว้ที่1,200บาท(ต่อได้ค่ะ)

 

 

นอกจากนี้ก็มีเหล้า บุหรี่ ไวน์ ไฟแชค ปากกาแบรนด์ดังๆ กระเป๋า โทรศัพท์ยี่ห้อดังๆ ยันสินค้าพื้นเมือง นก หนู ปู กวาง เก้ง ไข่มดแดง แมลงต่างๆ เห็ด ผักหวาน ดอกกระเจียว มะนาว ฯลฯหาในลาวได้ถูกมากค่ะ

 

 

 มะนาว12ใบ 20บาท ราคาต่อรองกันได้ ปูก็เป็นๆค่ะ

 

 

 

            วันนี้ลูกๆได้กระเป๋าเป้ไปโรงเรียนยี่ห้อดัง(ลิง)คนละใบ นาฬิกาคนละเรือนและของฝากมะลุกจุ๊กจิ๊กอีกพอสมควรส่วนคุณพ่อได้ไวน์ตระกูลบิล 407 มาอีกกระตั๊ก

 

     ได้เวลาสมมาพาควรแล้วก็กลับเข้าเขตไทยโดยต้องมายื่นบัตรผ่านแดนชั่วคราวที่ด่านศุลกากรไทย ส่วนผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางก็ยื่นช่องเดียวกันค่ะ...ช่องนี้ค่ะ

 

 

    พาเด็กๆกลับไปพักที่เขื่อนสิรินธร หาอาหารเย็นรับประทานที่เรือนโดมน้อย..และเดินชมเก็บเกี่ยวกับธรรมชาติ..อธิบายให้ลูกๆฟังว่าทำไมน้ำจึงสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้..เด็กได้เรียนรู้..ได้สัมผัส..ได้เห็น..ได้ประสบการณ์ชีวิตเป็นการเรียนรู้บทใหม่ๆ..ที่หาได้ยากในห้องเรียน...เสียดายที่ใบไผ่ไม่ได้มาเที่ยวกับน้องๆเพราะโรงเรียนสาธิตฯเปิดแล้วจึงได้แต่โทรศัพท์พูดคุย...น้องๆก็บ่นเสียดายพี่ใบไผ่ไม่มา...

 

บรรยากาศตอนเย็นของเขื่อนสิรินธร...

 

เสือทองกับแม่....ใบเงินกับใบปอ

 

             เดินเล่นกับลูกๆไป สังเกตุเห็นนักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี่ ทำบางคนก็มาเดินออกกำลังพร้อมกับไปยืนยืดเส้น ยืดสายอยู่ตามโขดหินริมน้ำ เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก
              ก่อนนอนคืนนี้ได้พาลูกกราบพระ สวดมนต์ตามที่ปฎิบัติเป็นประจำ..ทุกคนหลับรวดเดียวตื่นในตอนเช้า..เหตุเพราะเหนื่อและเพลียจากการเดินทาง

 

              วันรุ่งขึ้น...เราทานอาหารเช้าที่ "เรือนโดมน้อย" ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่แบบอเมริกัน ข้าวต้มแบบไทยๆ หรืออาหารตามสั่งอย่างอื่น.....ทานอาหารเสร็จก็ออกเดินทางจากเขื่อนมุ่งหน้าเข้าอำเภอพิบูลมังสาหาร และมุ่งหน้าเข้า จ.อุบลราชธานี และปลายทางที่ จ.อำนาจเจริญเพื่อที่พ่อบ้านจะไปแวะเยี่ยมที่ทำงานและลูกน้องเก่าสมัยประจำอยู่ที่จ.อำนาจเจริญ...สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดอำนาจเจริญ....

 

               เมื่อไปถึงลูกน้องเก่าโกศล ลุงหนอม และรัชนี ให้การต้อนรับอย่างดี..ลูกๆก็ดีใจได้กลับมาเยี่ยมสถานที่ๆพวกเขาพากันผูกพันธ์มาตั้งแต่เล็กๆวิ่งรอบสถานีอย่างสนุกสนาน..ให้อาหารปลา ปีนบ้านต้นไม้ ..

 

 

 

บ้านต้นไม้บ้านรวมใจ

 

          กว่าจะล่ำลากันได้ก็บ่ายกว่าๆแล้ว...จึงอำลาพาจากมาด้วยใจอาลัยอาวรณ์..ลูกน้องเก่าของพ่อบ้านที่อำนาจเจริญน่ารักกันทุกคน..แต่เสียดายว่ามาครั้งนี้ไม่ได้เจอทุกคนเพราะออกพื้นที่กันเกือบหมด....

 

           ชีวิตคือการเดินทาง... ความสุขที่ได้จากการเดินทางไม่ใช่เมื่อเราไปถึงจุดหมายเพียงอย่างเดียว แต่การเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆที่ได้จากระหว่างที่เดินทางนั้น...มีคุณค่ามีและมีความสุขมากที่สุด.

 

                               ศศินันท์ พูลลาภ