ว่าด้วยเรื่อง.... THE LORD OF THE RING

ว่าด้วยเรื่อง....  THE  LORD  OF  THE  RING

 Ring

มีโอกาสดีดีที่จะได้เดินเข้าร้านหนังสือข้างร้าน Coolheart  Copy   ซึ่งก็คือร้าน ฟาร์มหนังสือ  เจ้าของร้านใจดี  ให้ยืมหนังสือโดยไม่ต้องเอาบัตรไว้  ใครที่เคยไปยืมมาอ่านก็จะรู้ว่ามีหนังสือใหม่ๆ  เข้ามาเรื่อยๆ  วันที่ได้หนังสือ The Lord of the ring……………มา  เพราะที่ร้านเงียบมาก  เลยชวนแอนปิดร้านกลับแต่วัน  เดินดูหนังสือ  พี่ที่ร้านหนังสือบอกว่า  Lord  เล่ม  3  ถูกขโมยไป  เหลือแค่  2  เล่ม  ว้า  เสียดาย  แต่ก็เอาเถอะ  อ่าน  2  เล่มที่มีอยู่ให้จบก่อนแล้วกัน...เล่มหนามาก  สัก  600  หน้าได้....(อ่านกี่วันดีเนี่ย)

หนังสือเล่มนี้สมควรที่จะได้รับรางวัลหนังสือที่ดีที่สุดในยุคนี้ก็ว่าได้  แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปี  เพิ่งมาได้อ่านก็ตาม  เคยดูภาพยนตร์มาก่อน  ทั้งสามภาค  ซึ่งทำให้รู้สึกว่าไม่มีภาคไหนที่ดีเท่ากับการอ่านหรอก  แม้ว่าเราต้องยากพอควรกับการจินตนาการ  แต่มันก็ได้อรรถรสไปอีกแบบหนึ่ง.....................เรื่องราวของฮอบบิท  เอลล์ (พราย) มนุษย์และจอมอสูรร้ายเซาน์รอน  จะถูกตราตรึงในความทรงจำของคนยุคนี้ไปอีกนาน  หากใครที่ได้อ่านและได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องบอกได้ว่า  ช่างเป็นเรื่องที่ดีแท้   ...แต่ถ้าใครยังไม่ได้ดูก็ลองหันมาสนใจภาพยนตร์แฟนตาซีที่เต็มไปด้วยจินตาการเรื่องนี้ดู  แล้วท่านจะหลงรัก   THE LORD  OF  THE  RING……………

 

THE  LORD  OF  THE  RING   เขียนโดย   เจ.อาร์.อาร์. โทลเคียน (J.R.R. Tolkien - John Ronald Reuel Tolkien) ซึ่งอาศัยจินตนาการอันล้ำเลิศบอกเล่าตำนานการต่อสู้ ระหว่างความดีกับความชั่ว กล่าวกันว่า ผู้ใดได้ครอบครองแหวนวิเศษ ผู้นั้นก็จะมีอำนาจครอบครองโลก ด้วยรูปแบบการสร้างที่น่าตื่นตาตื่นใจ   ย้อนกลับไปสู่มัชฌิมโลก (Middle Earth) และช่วงเวลาก่อนที่ประวัติศาสตร์จะถูกเขียนขึ้น สมัยที่มนุษย์อยู่ร่วมโลกกับเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่เป็นอมตะ, พ่อมดที่ทรงอำนาจ, เหล่าคนแคระที่แข็งขัน และอื่นๆ อีกหลายเผ่าพันธุ์

The Lord of The Rings เป็นหนึ่งในบรรดานิยายแนว sci-fi ที่ถูกเขียนกันมากว่าศตวรรษ และยังไม่ได้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ เหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ ความไม่พร้อมเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ยังไม่พร้อมเพียงพอ ที่จะรองรับจินตนาการสุดอลังการของโทลเคียนได้ จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป พร้อมกับความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ ทำให้ในที่สุด นิยายมหากาพย์ไตรภาคชุดนี้ ถูกถ่ายทอดลงบนเป็นฟิล์มเป็นครั้งแรกจนได้

The Lord of The Rings : The Fellowship of the Ring เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย ปีเตอร์ แจ็คสัน ที่พ่วงหน้าที่เขียนบท และผู้อำนวยการสร้าง, ผู้อำนวยการบริหารคือ บ็อบ และ ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์, ผู้เขียนบทที่ร่วมงานกับ ปีเตอร์ แจ็คสัน ก็คือ ฟิลิป้า โบเยนส์ และ ฟราน วอล์ซ, ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย แอนจิล่า ดิคสัน, เทคนิคพิเศษโดย จิม ไรจีล, ดนตรีประกอบโดย โฮเวิร์ด ชอร์ (The Score, The Silence of the Lamb), เพลงประกอบโดย Enya

ผู้กำกับภาพยนตร์ ปีเตอร์ แจ็คสัน เป็นเจ้าของผลงาน ที่ได้รับการวิจารณ์ในวงกว้างเรื่อง Heavenly Creature ด้วยความที่นิยายชุดนี้มีทั้งหมดสามภาค อันประกอบด้วย The Fellowship of the Ring, The Two Towers และ The Return of the King ปีเตอร์ แจ็คสัน เลือกที่จะกำกับภาพยนตร์ทั้ง 3 ภาคในเวลาเดียวกัน พร้อมกับการร่วมแรงร่วมใจของทีมงานสร้าง และทีมงานนักแสดงกว่า 2 หมื่นชีวิต งานภาพยนตร์ไตรภาคชุดนี้จึงเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะฉายเรียงลำดับปีตั้งแต่ ปี 2001 -2003 นับเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ที่ดำเนินงานสร้างในลักษณะเช่นนี้

The Lord of The Rings : The Fellowship of the Ring นำแสดงโดย

-อีไลจาห์ วู้ด (Deep Impact, The War, Radio Flyer) รับบท โฟรโด้ แบกกิ้นส์,

-ฌอน ออสติน (Memphis Belle) รับบท แซมไว้ส,

-เอียน แมคเคลเลน (X-Men, God and Monster) รับบท แกนดาล์ฟ เดอะ เกรย์,

-วิกโก้ มอร์เทนเซ่น (28 Days, A Perfect Murder, G.I.Jane) รับบท อารากอร์น,

-คริสโตเฟอร์ ลี (Star War Episode 2) รับบท ซารูแมน เดอะ ไว้ท์,

-ลิฟ ไทเลอร์ (Armageddon, Stealing Beauty) รับบท อาร์เวน อันโดเมียล,

-เคธ บลันเชตต์ (Elizabeth, The Talented Mr. Ripley, The Gift) รับบท กาลาดรีล,

-ฮิวโก้ วีฟวิ่ง (The Matrix, Priscilla Queen of the Desert) รับบท เอลดรอน,

-จอห์น รายส์ เดวี่ส์ (Raiders of the Lost Ark, The Lost World) รับบท กิมลิ,

-ออร์แลนโด บลูม (Black Hawk Down, Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl) รับบท ลีโกลาส,

-ฌอน บีน (Don't Say a Word, GoldenEye, Ronin) รับบท โบโรเมีย,

-บิลลี่ บอยด์ (Master and Commander: The Far Side of the World) รับบท พิพพิน,

-โดมินิค โมเนแกน รับบท เมอร์รี่

 

เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้  ก็ฟังไพเราะและวังเวงมิใช่น้อย  หากใครที่ไม่ชอบจังหวะแบบเศร้าๆ  นี้หละก็คงจะบอกว่าปิดเสียได้ไหม  แต่ภายใต้ความเยือกเย็นและวังเวงนั้น  เนื้อหาของเพลงก็ทำให้เราคล้อยตามได้ไม่น้อย

“ถ้าในเวลาที่เย็นย่ำ   หัวใจอันชุ่มช่ำด้วยความจริง

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือการเดินบนถนนที่เดียวดาย

ห่างไกลสักเพียงใดจากบ้าน

 

May it be an evening star
Shines down upon you
May it be when darkness falls
Your heart will be true
you walk a lonely road
Oh! How far you are from home

Mornie utúlië (darkness has come)
Believe and you will find your way
Mornie alantië (darkness has fallen)
A promise lives within you now

May it be the shadow's call
[May It Be lyrics on http://www.metrolyrics.com]

Will fly away
May it be your journey on
To light the day
When the night is overcome
You may rise to find the sun

Mornie utúlië (darkness has come)
Believe and you will find your way
Mornie alantië (darkness has fallen)
A promise lives within you now

A promise lives within you now

 

อ้างอิง : http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/lotr/lotr01.html