ยาเสพติด การแพร่ระบาด

ต้องเร่งจัดการยาเสพติด
ผมมีโอกาสได้ศึกษาเอกสารชิ้นหนึ่งของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เมื่อได้อ่านแล้ว พบว่าเป็นเอกสารที่น่าสนใจมากและควรแก่การเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง ถามว่าทำไมต้องเผยแพร่ คำตอบก็คือเพื่อให้สังคมได้รับทราบและตระหนักถึง “พิษภัยของยาเสพติด” ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศของเรา ซึ่งทุกคนจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันจัดการปัญหานี้ให้ลดน้อยถอยลงให้ได้ โดยเฉพาะการต่อสู้เอาชนะเพื่ออนุชนรุ่นหลังของเรานั่นเอง
สำหรับสาระสำคัญในเอกสารนั้น ผมขอหยิบยกเอาบางส่วนมานำเสนอดังนี้ครับ
๑.ปริมาณยาเสพติดที่ลอบนำเข้าประเทศ ทะลักผ่านเข้ามาทาง ๘ จังหวัดหลักได้แก่เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก อุบลราชธานี หนองคาย นครพนมและสระแก้ว โดย”ยาบ้า”นำเข้ามากที่สุด ในขณะที่ “กัญชา เฮโรอีนและโคเคน” มีแนวโน้มนำเข้าเพิ่มขึ้น
๒.พื้นที่หลักของการเผยแพร่ระบาด มากสุดได้แก่กรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลใกล้เคียงรองลงมาได้แก่ในเขตเมืองของทุกจังหวัดและติดตามด้วย ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
๓.ประชากรกลุ่มเสี่ยง ยังคงเป็นกลุ่มที่มีอายุในช่วงอายุ ๑๕-๒๙ ปี รวมประมาณ ๕๖๐,๐๐๐ คน สิ่งที่น่าตระหนกตกใจก็คือจะมีกลุ่มหน้าใหม่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดสูงถึงปีละ ๒๕,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน โดยมีสถานที่ที่น่าห่วงใยต่อการแพร่เข้าถึงเด็กและเยาวชน ได้แก่สถานบริการ สถานบันเทิง ร้านค้าแอบแฝง ร้านเกมส์และหอพัก
๔.ผลการจับคุม นับแต่เดือนธันวาคม ๒๕๔๙ – พฤษภาคม ๒๕๕๐ ในเขตชายแดนสามารถจับกุมยาบ้าที่ทะลักเข้าได้มากถึง ๓,๗๐๐,๐๐๐ เม็ด และในปี ๒๕๔๙ ทั่วประเทศสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้ ๘๔,๖๘๕ คน
เหล่านี้คือสถิติบางส่วนครับ เป็นข้อมูลที่น่าตกใจยิ่ง เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนให้เห็นว่าหากประเทศของเรายังปล่อยให้ยาเสพติดแพร่ระบาดหนักได้ถึงขนาดนี้ อนาคตเด็กและเยาวชนของเราจะตกอยู่ในสภาพเช่นไร ผมคิดว่าทุกคนคงนึกภาพออกได้
ท้ายนี้ ผมมีคำถามบางส่วนที่ขอตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ด้วย นั่นคือ
หนึ่ง...เมื่อเรากระจายอำนาจการปกครองไปให้แก่ท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น ทั้งส่วนกลางคือกรุงเทพมหานคร จนถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล พร้อมๆกับจัดสรรงบประมาณไปให้ในอัตราที่มากพอควรแล้ว ผมมีคำถามว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมากน้อยเพียงใด ที่ได้นำงบประมาณที่ได้รับไปดำเนินการด้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนท้องถิ่นของตนเองอย่างเป็นมรรคเป็นผลบ้าง
สอง... เนื่องจากการทำงานด้านยาเสพติดนั้น มีหน่วยราชการมากมายที่ได้ดำเนินการในด้านนี้ ดังปรากฏว่ามีการของบประมาณเพื่อการณ์นี้ไว้ทุกกระทรวง คำถามจึงมีอยู่ว่าหน่วยราชการทั้งหลายเหล่านี้ได้วางแผนป้องกันและแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นระบบมากน้อยเพียงใด เพราะการวางแผนร่วมกันนั้นนอกจากจะได้งานที่มีคุณภาพแล้ว ผมเชื่อว่ายังสามารถลดงบประมาณจากการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันลงได้เป็นจำนวนมาก
ลองนำไปพิจารณาดูนะครับ
...............................

1. การกระจายอำนาจการปกครองไปให้แก่ท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น ทั้งส่วนกลางคือกรุงเทพมหานคร ไม่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ เพราะ ท้องถิ่นมีงานประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เป็นประชานิยมที่เห็นผลทันที นักการเมืองท้องถิ่นบางครั้งก็ค้ายาเสพติดเสียเอง การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดต้องทำโดยองค์รวม ไม่สามารถแก้ไข้ได้ตามลำพังองค์กรใดองค์กรหนึ่ง
2. สำหรับงานยาเสพติดกับหน่วยราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเคร่งครัดในการปฎิบัตหน้าที่ และไม่ใช่เป็นผู้ค้าเสียเอง บางครั้งนักการเมืองก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน ระบบการเลือกตั้งที่เป็นอยู่คนดีไม่สามารถฝ่าด่านกำแพงเงินไปได้
ดังนั้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง นักการเมืองที่ชนะเลือกตั้งไม่ใช่ชนะด้วยวิธีประชาธิปไตย
ทั้งสองข้อ ผมเห็นด้วยกับคุณ Premium ครับ แต่จะทำไงได้ละครับ คงต้องอดทนและสู้ต่อไป ผมเชื่อว่าสังคมจะดีขึ้น อาจจะช้าสักหน่อย แต่ก็ต้องหวังและร่วมกันผลักดันนะครับ
ขอแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ สำหรับประเด็นข้อสังเกต ข้อที่ 2 มีความเห็นว่า (แบบฟันธง) หน่วยงาน ปปส.ในฐานะหน่วยงานหลักควรทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานทั้งแบบทางการและไม่ทางการ ผ่านทางช่องทางนี้ โดยมอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ผ้รับผิดชอบโดยตรงทำหน้าที่เปิดบล๊อกประเด็น"การประสานงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน" และเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมขอให้ช่วยกันขยายผลประชาสัมพันธ์บล๊อกนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง จริงจัง ชัดเจน หรือจะใช้วิธิประสานขอใช้บล๊อกเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งที่เห็นว่าดีก็ได้นะครับ เช่น บลีอกของครูหยุย เป็นต้นครับ
ป.โก๋ครับ ใช่แล้วครับ เรื่องเครือข่ายสำคัญมากจริงๆ สู้ยาเสพติดได้นี่ต้องอาศัยเครือข่ายประสานงานด้านต่างๆ ให้มากถึงจะมีพลัง