การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายจะต้องเน้นคุณภาพชีวิต ไม่ให้น้องทุกข์ทรมาน ...หนูไม่อยากแทงน้ำเกลือ หนูอยากกลับบ้าน..

เพิ่งได้ข่าวร้ายว่าน้ำข้าวจากไปอย่างสงบ เมื่อ 6พค...ตาน้องโทรมาแจ้งข่าว...

ปีกว่าๆเองที่น้องมารักษา จะมีคุณตา คุณยาย มาด้วยกัน หลังๆก็มีอแต่ตาที่พาหลานมา เพราะเพิ่งรู้ว่าเป็นเบาหวานและเพลียมากๆ....

โรคมะเร็งที่ร้ายแรง...ยากที่จะเยียวยา...จนต้องหยุดให้ยา และใช้วิธีการรักษาแบบประคับประคอง....

น้ำข้าวมีอาการทรุดหนัก เปลือกตาสองข้างบวมปิด...เวลาร้องเลือดก็จะไหลออกจากลูกตา...ซีดมากๆ...

แม่พ่อที่ไปทำงานเมืองกรุง ก็ต้องขึ้นมาดูแลลูก พามา รพ...

มาถึง รพ...ด้วยร่างกายที่ซูบผอม เปลือกตาบวมจนแทบจำไม่ได้...

วันนั้น...อาจารย์ประเมินอาการแล้ว ก็ปรึกษาพ่อแม่ว่าถ้าน้องมีอาการเปลี่ยนแปลงจะใส่ท่อช่วยหายใจไหม...จะปั๊มหัวใจหรือไม่...

ซึ่ง...แม่กับพ่อก็อยากให้ลูกไปสบาย...ขอให้น้องไปอย่างสงบ...

วันนั้น...น้ำเกลือไม่ไหล ฉันต้องแทงน้ำเกลือหลายครั้ง....แทงน้ำเกลือไปน้องก็ร้องไห้...หนูไม่อยากแทงน้ำเกลือ...หนูอยากกลับบ้าน...

มันเป็นความยากลำบากของคนที่ทำงานตรงจุดนี้...ฉันมาคิดว่าทำไม...ถึงจะต้องมาทรมานคนไข้...เพราะเราก็รู้ว่าคงอีกไม่นานที่น้องจะจากไป...

ในที่สุดทีม พ่อ แม่ ยาย ก็คุยกัน ตอบสนองความต้องการของเด็ก...ขอหยุดน้ำเกลือ

หยุดยาฆ่าเชื้อ...เปลี่ยนเป็นยากิน...ขอให้น้องได้กลับบ้านสมใจ....

ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุขคตินะคะ...หนูจะอยู่ในใจเราเสมอๆ