นี่หรืออนุภาพแห่งความรักของแม่ รักเจ้าจนหมดใจ รักโดยไม่มีข้อแม้ รักโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ……ทั้งสิ้น

      

      อรุณเบิกฟ้าเป็นสัญญาของวันใหม่พวกเราสุขใจเหมือนนกที่ออกจากรังพระอาทิตย์เรืองแสงเหลืองอร่ามงามตา ท้องฟ้าสีคราม ฝูงนกบินออกหากินส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ฟังแล้วเหมือนเสียงดนตรี บ้างเสียงต่ำ บ้างเสียงสูง มองไปทางไหนเห็นแต่ต้นไม้เขียวชอุ่ม สองข้างทางปลูกรั้วกินได้ รอบ ๆ บ้านก็เป็นสวนผลไม้ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเราเนื่องจากค่ำคืนที่ผ่านมาสายฝนได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงกบ เสียงเขียด ร้องแข่งกันท่ามกลางสายฝน ดังขึ้นลงเป็นระยะ ๆ ธรรมชาติช่างสรรค์สร้างแต่สิ่งที่ดี ดี ให้กับมนุษย์ แต่นับวันธรรมชาติเริ่มหดหายไปเรื่อย ๆ ด้วยน้ำมือมนุษย์นั่นเอง

        ปี 2540 ครั้งแรกกับการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลพะโต๊ะหน่วยงานที่ฉันได้ปฏิบัติงาน คือ ห้องบัตร    มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น การรับบัตร,ทำบัตรคนไข้ ,การค้นหาประวัติผู้ป่วย พร้อมทั้งงานเอกสารทั้งหมด ระหว่างที่ฉันกำลังทำบัตรคนไข้อยู่ สายตาเหลือบไปเห็นหญิงกลางคนรูปร่างผอม สูง ผิวสีเข้ม หน้าตาอิดโรย สวมเสื้อยืดคอกลม สีหม่น  ใส่ผ้าถุงลายดอกมีรอยขาดวิ่น ลากรองเท้าแตะที่เปื้อนโคลน ในอ้อมแขนของเธอมีห่อผ้าสีชมพู เดินตรงมาที่ฉัน 

 

             “วันนี้เป็นอะไรมาค่ะ”

 

        เป็นประโยคแรกที่ฉันมักจะเอ่ยถามกับผู้มารับบริการทุกครั้ง  “ลูกไม่สบาย ” เธอพูด...น้ำเสียงเปล่ง ๆ ฟังไม่ค่อยชัด ฉันมองผ่านไปยังห่อผ้าสีชมพูในอ้อมอกทันที  “ลูกกี่เดือนแล้วค่ะ”  1  เดือน พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาประกอบการพูด ฉันก็พอจะเข้าใจ พร้อมกับติดบัตรคิวเร่งด่วนให้ทันทีตรียมอุปกรณ์เช็ดตัวลดไข้ให้เด็ก เป็นที่รู้กันว่าไข้สูงจะต้องช่วยเหลือเบื้องต้นโดยการเช็ดตัวให้ให้ไข้ลดลง ผู้เป็นแม่ค่อย ๆ บรรจงวางห่อผ้าสีชมพูอย่างทะนุถนอม สายตาที่ทอดมองไปยังลูกน้อย คล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง

 

          อุแว๊...

 

            อุแว๊....

 

      เสียงร้องดังลั่นเมื่อกายสัมผัสกับความเย็น สังเกตสีหน้าของผู้เป็นแม่เวลานี้ทุกข์ยิ่งกว่าเป็นไหน ๆ  ขอบตาทั้งสองข้างบวมเป่ง ฉันย่อมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าเวลาที่ลูกเจ็บไข้ เสียงลูกร้องคราใด แม่เจ็บแปลบถึงขั้วหัวใจทุกครั้ง หัวอกแทบแตกสลายเสียให้ได้ เสียงพร่ำต่าง ๆ นา “แม่จะอยู่ข้าง ๆ ลูก” “ลูกลืมตาดูซิ” “อดทนไว้นะลูก” “ลูกหายเร็วๆ นะแล้วเราจะกลับบ้านกัน” ฯลฯ คำพูดพรั่งพรูออกมาโดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้านี่หรือคำพูดที่ออกจากใจมิได้ผ่านการกลั่นกรองบางครั้งถึงกับยกมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงกับบนบานศาลกล่าวเลยก็มี ขอให้ลูกหายจากการเจ็บป่วยกลับมาร่างกายแข็งแรงเหมือนเดิมก็เพียงพอแล้ว   

          ระหว่างที่ฉันก็ช่วยเช็ดตัวให้เด็ก พร้อมทั้งแนะนำวิธีการเช็ดตัว , ระยะเวลาการเช็ดตามเทคนิคการเช็ดตัวที่ถูกต้องอย่างที่ฉันได้เรียนรู้มา จนไข้เริ่มลดลงตามลำดับ สังเกตเห็นสีหน้าผู้เป็นแม่เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉันมีความรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก ที่มีส่วนช่วยแม้เพียงเศษเสี้ยว....เล็ก ๆ หลาย ๆ ครั้งที่ได้ปฏิบัติกับคนไข้ ด้วยความตั้งใจทั้งการกระทำ และการแสดงออก สามารถทำให้ผู้มารับบริการมีรอยยิ้มได้ และกลับบ้านไปด้วยความสุข เป็นความภาคภูมิใจ อิ่มเอมกับการได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในทุก ๆ ครั้ง

         ทำให้นึกถึงแม่ของผู้เขียนขึ้นมาทันที ตั้งแต่จำความได้แม่จะอยู่ข้าง ๆ กายตลอดเวลาเช่นกัน ไม่ว่าลูกไม่สบาย คนแรกที่ผู้เขียนเห็นหน้าคือ แม่คนนี้คนเดียว รักของแม่ที่มีต่อลูกวัดค่าเป็นตัวเลขไม่ได้จริงๆ เพราะรักเจ้าจนหมดใจรักโดยไม่มีข้อแม้และเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อลูกของแม่ แม่ยอมทำเพื่อลูกได้ทุกอย่าง แม่จะพร่ำบอกผ่านประสาทสัมผัสเสมอ ๆ ว่า นี่ถ้าแลกเปลี่ยนกันได้ ขอความเจ็บปวดทั้งหลายทั้งปวง  แม่ขอเป็นผู้แบกรับไว้แต่เพียงผู้เดียว...คงเหมือนกับผู้ที่เรียกตัวเองว่า  ”แม่”  ผู้เสียสละ ทุก ๆ คนบนโลกใบนี้

       โรงพยาบาลพะโต๊ะได้ตอบสนองตามประกาศนโยบายของรัฐบาลให้องค์กรต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมแสดงจุดยืนเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อร่วมรับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้น แต่ภาระงานที่ฉันต้องรับผิดชอบมันมากกว่าคำว่ารับผิดชอบต่อสังคมในฐานะของผู้ให้บริการจะต้องรับผิดชอบต่อหัวใจทุก ๆ ดวง ของผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลพะโต๊ะ สิ่งดี ๆ ที่ฉันได้มอบให้แก่ผู้มารับบริการทุกคน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะมีความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ และอายุ คนเราต่างคนก็ต่างหน้าที่ แต่เราในฐานะของ    ผู้ให้บริการ เราต้องให้ในสิ่งที่นอกเหนือหน้าที่อยู่เสมอ ความรัก ความเอื้ออาทร ต่อเพื่อนมนุษย์ยังเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือความห่วงใย ....

        หน้าที่หลักที่สำคัญของฉันในตอนนี้ คือทำให้ผู้ที่มาใช้บริการกับโรงพยาบาลพะโต๊ะ มาด้วยใจไปด้วยความรู้สึกดี  ๆ การให้บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องให้ด้วยเงิน ทอง เสมอไป แค่ความจริงใจที่มอบให้ผู้รับบริการจะรู้สึกดีไปกว่าครึ่งของความเจ็บปวด  ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ถูกถ่ายทอดออกจากหัวใจ มาสู่ปลายนิ้วสัมผัส เสียงทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สายตาที่ทอดมองให้กำลังใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องช่วยเหลือมากกว่าโรคที่เขาเป็นปัญหาอยู่ณ.ขณะนั้น ใครจะรู้บ้างว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย  ๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดสามารถเรียกกำลังใจให้กลับคืนมาต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้อย่างไม่หน้าเชื่อ เป็นการสร้างมิติทางจิตใจที่สำคัญ ที่จะช่วยเยียวยาโรคที่เป็นอยู่ ดีกว่าตัวยาขนานเอกด้วยซ้ำไป