ผมตั้งใจทำ de’ Musoi Cottage & Local Life เพื่อเป็นที่พำนักสำหรับคนเดินทาง ผู้นิยมธรรมชาติทั้งเทือกเขาลำเนาไพร และหมู่เดือนดาวกับแสงจันทร์ รวมไปถึงผู้ที่ชื่นชอบความงามในความหลากหลายของวิถีวัฒนธรรมของผู้คน อาจจะเลยไปถึงความต้องการประสบการณ์ตรงในกิจกรรมตามวิถีของเขา

        ผมออกแบบ de’ Musoi โดยอิงกับฐานทางวัฒนธรรมของชาวบ้านแถบนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองหลากหลายชาติพันธุ์ สร้างบรรยากาศให้ใกล้เคียงกับการอยู่ในชุมชนมากเท่าที่จะเป็นไปได้

        ในแง่ลักษณะทางกายภาพ  de’ Musoi Cottage จึงมีทั้งที่ตั้งบ้านเรือนที่มีทั้งเรือนแบบดั้งเดิม และเรือนประยุกต์  ป่าต้นน้ำที่มีไม้ผลแทรกตัวอยู่ภายใน พื้นที่ทำไร่ข้าว-ไร่ข้าวโพด พื้นที่ปลูกพืชผักทั้งพื้นพื้นเมืองและพืชเมืองหนาวหลายชนิด


เรือนลาหู่ประยุกต์

        และในแง่วิถีความเป็นไป นอกจากกิจกรรมการผลิตที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาลแล้ว de’ Musoi ยังให้ความสำคัญกับการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ทื่ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ภายใน

        สำหรับการประกอบบรรดาพิธีกรรมต่าง ๆ นั้น มิใช่จัดการเพื่อให้มีและเพื่อให้ดูเท่านั้น แต่กระทำเพราะต้องกระทำ เป็นการแสดงความเคารพนบน้อมต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่เราเรียกรวม ๆ ว่า “ผี”

        พิธีกรรมจึงเป็นการสะท้อนของความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ

        หลายพิธีกรรมได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว เช่น ในวันที่ปลูกเรือนลาหู่ซึ่งได้ดำเนินการในวันไม่ดี แต่มีความจำเป็นต้องกระทำ หมอผีที่มาร่วมก็ช่วยทำพิธีแก้ให้ เป็นการบอกกล่าวแก่ผีให้ทราบถึงความจำเป็น

        de’ Musoi ตั้งอยู่บนเทือกเขาสันปันน้ำ บริเวณบ้านลีซอแม่ท้อ ดอยมูเซอ ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก ทางด้านทิศเหนือของพื้นที่เป็นป่าต้นน้ำ ที่มีน้ำผุดขึ้นมาหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตที่อยู่เบื้องล่าง แล้วไหลลงสู่น้ำแม่ท้อ ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง เจ้าพระยาและอ่าวไทย

        ป่าผืนนี้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำ เป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายของพืชนานาพรรณ เป็นที่สถิตย์ของ “ผีน้ำ”



        ผมตั้งใจไว้นานแล้วว่าจะเลี้ยงผีน้ำ เนื่องจากได้รับความเอื้อเฟื้อจากสิ่งเหนือธรรมชาติและธรรมชาติที่ได้ประทานความอุดมสมบูรณ์ของดิน น้ำและป่ามาให้ และเพื่อเป็นการแสดงความนอบน้อมขอบคุณ รวมทั้งเป็นการขอขมาลาโทษกับสิ่งที่ได้พลั้งเผลอล่วงล้ำลงไปทั้งกาย-วาจา-ใจ

        การเข้าร่วมพิธี ถือเป็นการน้อมนำตนเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เรียนรู้ความหลากหลายและระบบนิเวศน์ของป่าต้นน้ำ การพึ่งพากันระหว่างคนกับดิน-น้ำ-ป่า

        ผมนำวันไปปรึกษาเพื่อนชาวลาหู่ว่าวันที่กำหนดนั้นสามารถทำพิธีได้ไหม เพื่อนบอกว่าได้ จึงกำหนดวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นวันเลี้ยงผีน้ำ

        และเนื่องจากฤดูกาลผลิตใหม่กำลังจะล่วงมา เพื่อเป็นการเริ่มต้นกิจกรรมการผลิตในรอบใหม่นี้ ก็จะมีพีเลี้ยงผีไร่ไปในคราวเดียวกัน

        กำหนดการของพิธีกรรมมีดังนี้

        ช่วงบ่ายวันเสาร์ หลังจากอาหารกลางวัน หมอผีชาวลาหู่จากบ้านห้วยปลาหลด จะมาทำพิธีที่ป่าต้นน้ำตามธรรมเนียมของชาวลาหู่ หลังจากนั้นก็จะเชิญชวนผู้เข้าร่วมเดินชมความหลายหลายของพรรณพืช ฟังเรื่องเล่าที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคน ธรรมชาติ และสิ่งเหนือธรรมชาติ

        ในตอนค่ำจะมีการตั้งวงเสวนาใต้หมู่เดือนและหมู่ดาวและแสงจันทร์

        วันรุ่งขึ้นช่วงสาย ๆ ก็จะเป็นพิธีเลี้ยงผีไร่ ซึ่งพิธีกรรมนี้สามารถดำเนินการเองได้โดยไม่ต้องใช้หมอผีมาเป็นผู้นำประกอบพิธี

        ผมเขียนบันทึกนี้มาชวนกัลยาณมิตรใน G2K ที่สนใจกิจกรรมลักษณะนี้มาร่วมงาน  ใครสนใจจะมาช่วงไหนเวลาใดก็มาได้ตามสะดวก

        ขอเชิญชวนทุกท่านนะครับ...