อ.เรขา ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการ LLEN และนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการ ต่อคณะกรรมการกำกับทิศ เมื่อ 28-30 เมษายน 2553 ณ เกาะสมุย
      ได้รับตัวอย่างดีๆ เพื่อปรับปรุงพัฒนากิจกรรมโครงการ

      ด้านการพัฒนาเครือข่าย
      ปัจจัยความสำเร็จในการพัฒนาเครือข่าย คือการคัดเลือกเครือข่ายเพื่อมาโยงสัมพันธ์กันได้อย่างเหมาะสม ผู้ร่วมเป็นเครือข่ายเข้าใจเป้าหมายชัดเจน เข้าใจโครงการ LLEN เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าเป็นเครือข่ายกัน การประสานงานต้องเข้มแข็งสร้างสัมพันธภาพที่ดี โดยสนับสนุนให้มีเครื่อข่ายหลายรูปแบบหลายขนาดความต้องการ

      ด้านการพัฒนาศักยภาพครูเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน
      ปัจจัยความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากความตระหนักของผู้บริหาร และนักวิจัยของโครงการ LLEN เอื้อต่อครู ช่วยสร้างความรู้สึกของครูให้เห็นความจำเป็นที่แท้จริงในการพัฒนาการเรียนรู้ นักเรียนควรช่วยครูด้านความรู้เนื้อหาและช่วยให้ครูคิดออกแบบการสอนเองได้ดีขึ้น เน้นการพัฒนาการคิดของครู ภาพรวมควรร่วมมือกัน (เครือข่าย) ช่วยแก้ปัญหาให้ครู เพื่อให้ครูทำงานอาชีพครูได้อย่างภูมิใจ

      ด้านการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก
      ปัจจัยความสำเร็จ (ดูเหมือนต้องบูรณาการให้เหมาะสมจึงจะสำเร็จได้ดี) ได้แก่ การใช้แหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ เช่น ป่าชายเลน เขื่อน วัด อุทยานต่างๆ ครูต้องรู้จักเชื่อมโยงจากบริบทมาสู่การเรียนการสอน (มีหลักฐานว่าการเรียนรู้ที่มีคุณภาพต้องให้เวลานักเรียน (และครู) ซึมซับ รับรู้ และสร้างความรู้นาน (ที่เราพูดกันว่าใช้เวลามาก) ส่วนใหญ่ใช้เวลานอกเหนือจากการสอนปกติ

      ข้อสรุปข้างต้น มาจากตัวอย่างมากมายที่นักวิจัย LLEN เล่าสู่กันฟัง
      - LLEN สุราษฎร์ธานี พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก โดยความร่วมมือของเจ้าของกิจการ ชาวสวน เจ้าหน้าที่ของเขื่อน ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงโขน ผู้มีความรู้ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ ผู้ประกอบการอาชีพทำกะปิ ทำน้ำมะขามป้อม ทำเครื่องจักสาน ตลอดจนพระ มาช่วยโรงเรียนขนาดเล็ก เจ้าของกิจการบางคนไปดูโรงเรียนขนาดเล็กพร้อมนักวิจัย ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ชักชวนกิจการอื่นมาช่วย และต้องการข้อมูลเพื่อที่จะพิจารณาว่าจะช่วยอะไรที่ไหนได้อีก (มีชีวิตชีวาและน่าภูมิใจมาก) ผลที่เกิดขึ้นที่เด็ก คือเด็กได้เรียนโขน เรียนคอมพิวเตอร์ ทำโครงการน้ำพริกกะปิ ทำน้ำมะข้ามป้อม ฝึกทำเครื่องจักสาน เรียนรู้ชีววิถี จากเครือข่ายภายนอกโรงเรียน
      - LLEN กำแพงเพชร (ของเรา) ช่วง 6 เดือนแรก เน้นการพัฒนาศักยภาพครูวิทยาศาสตร์ ช่วงต้นที่ศึกษาข้อมูล พบว่า ครูต้องการพัฒนาเทคนิควิธีสอนจึงเชิญครูทองคำ มาเป็นวิทยากร ครูทำตัวเป็นผู้เรียนในกิจกรรมสร้างเมืองน่าอยู่ แยกเมล็ดพืช หาความยาวเส้นยุ่งเหยิง หาพื้นที่ผิวไข่ สร้างโครงกระดูกคน และแสดงละครวิทยาศาสตร์ ครูผู้เข้าอบรมวิเคราะห์การเรียนรู้จากกิจกรรม จากการ AAR ได้ข้อมูลว่า ครูได้ฝึกคิดเป็นระบบได้ทำงานเป็นกลุ่มมีการวางแผน ได้เทคนิคการถามให้คิด ได้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ความรู้ศึกที่เกิดขึ้น คือความรู้สึกถึงการเสียสละเพื่อสวนรวม อยากสร้างสถานการณ์ให้นักเรียนเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างสนุกสนาน
      กิจกรรม LLEN ครั้งต่อๆ มา ให้ครูเขียนอย่างอิสระว่าจากกิจกรรมครั้งก่อนได้นำความรู้และทักษะไปใช้จริงอย่างไร พบว่า มีการนำกิจกรรมสร้างเมืองน่าอยู่ไปใช้นักเรียนออกแบบและทำผลงานอย่างสวยงาม ครูสังเกตว่านักเรียนทำงานเป็นระบบมีสมาธิในการทำงาน มีการนำกิจกรรมแยกเมล็ดพืชไปประยุกต์ใช้สอนแยกสารเนื้อผสม ซึ่งสังเกตเห็นว่านักเรียนสนุก ครูบางคนนำไปใช้ในกิจกรรมชุมนุม บางคนประยุกต์และคิดโยงจนเกิดความคิดใหม่ เช่น กำหนดให้นักเรียนออกแบบการทดลองเอง บางคนได้หลักว่า จัดกิจกรรมที่ครูพูดน้อยๆ ให้นักเรียนลงมือทำมากๆ มีข้อมูลเดียวกับอุปสรรค คือครูไม่ได้ใช้กิจกรรมตามที่อบรม เพราะเวลาเรียนมีน้อยต้องเร่งสอน บางคนเขียนว่าไม่สามารถนำไปใช้ในบทเรียน เพราะใช้เวลามากเกินไป
      - LLEN แม่ฟ้าหลวง พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ จัดค่ายภาษาอังกฤษนักเรียนเรียนตามข้อมูลไปตามลำดับมีวิทยากรหลัก และครูผู้สอนภาษาอังกฤษเป็นผู้สังเกตการณ์ หรือผู้ช่วยวิทยากร
      - LLEN อุบลราชธานี พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก โดยจัดอบรมครูให้สามารถสอนโดยบูรณาการเนื้อหาสาระวิทยาศาสตร์กับภาษาอังกฤษ ใช้ความรู้และทักษะบุคลากรในชุมชน ในการทำเสื่อ ทำปลาส้ม แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ได้แก่ ผาแต้ม ป่าไม้ แหล่งน้ำจืด และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
      เทคนิคที่อาจเลือกสรรไปใช้ได้
      - การให้คนรู้จักกับบุคลากรในอบต.ช่วงพาไปอบต.
      - การเชิญบุคคลสำคัญมาร่วมรับรู้โครงการ
      - การสื่อสารกับสมาชิกเครือข่ายโดยส่งบัตรอวยพรในโอกาสต่างๆ
      - การจัดเครือข่ายครูเป็นวงเล็กๆ ก่อนขยายเครือข่าย
      - การจัดครูพี่เลี้ยงให้กลุ่มครู
      - มหาวิทยาลัยเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยง
      - แบ่งนักวิจัยดูแลช่วยเหลือครูแต่ละกลุ่ม
      - เก็บรวบรวมข้อมูล (งานวิจัย LLEN) จากพื้นที่และจากเวทีกิจกรรม
      - สื่อสารกับครู LLEN ผ่าน website ของเขตพื้นการศึกษา
      - มีการประชุมต่อเนื่องเพื่อเชื่อมโยงเครือข่าย
      - พยายามประสานงานกับตัวแทนองค์กรคนเดิม
      - จัดสัมมนาสมาชิกนอกพื้นที่ (2-3 วัน) สร้างความรู้จักกัน
      - หลายมหาวิทยาลัยร่วมมือและแลกเปลี่ยนกัน
      - ทำวารสารรวมผลงานครู
      - ใช้ช่องทางเผยแพร่ผลงานหลากหลาย เช่น หนังพิมพ์ T.V Website
      - เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมกิจกรรมกับครู
      - เชื่อมโยงกับ NGO ที่มีกิจกรรมกับครู
      - เชื่อโยงกับศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเพื่อร่วมกันพัฒนา
      - ชวนนักธุรกิจที่สนับสนุนลงพื้นที่จริง