• ผมมีโอกาสได้ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะทำงานโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนครในหลายระดับ หลายครั้ง
  • ผมได้เรียนรู้ประการหนึ่งว่า ในระยะแรกๆ คณะทำงานบางท่านไม่คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่แล้วเป็นปกติในหน้าที่นั้นเป็นการจัดการความรู้ คิดว่าจัดการความรู้มันเป็นเรื่องใหม่ ที่จะต้องศึกษาเรียนรู้กันอย่างเข้มข้น เมื่อเป็นดังนี้จึงทำให้หลายท่านเกิดความไม่มั่นใจ ต้องศึกษาอย่างเข้มข้นเสียก่อน กลัวพูดไปแล้วพลาด การทำงานจึงมีบรรยากาศเกร็งๆ ไปบ้าง ไม่ค่อยสนุก แต่ในช่วงระยะต่อไปเมื่อได้เข้าใจแล้ว ผมเชื่อว่าคงได้ทำงานกันอย่างสนุกสนานแน่นอน
  • ผมนึกถึงคำพูดของคุณธวัช หมัดเต๊ะ จาก สคส.ที่พูดไว้ในครั้งที่มา scan ภาพ km inside โครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนคร  ที่ห้องประชุมสำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ 22 มิ.ย.49 ว่า นักจัดการความรู้ต้องระวังอย่างให้ถูกความรู้จัดการเอาได้  ผมวิเคราะห์อาการของเพื่อนฝูงที่เป็นคณะทำงานแล้ว ผมว่ามันประมาณที่คุณ ธวัช ว่าไว้เลย กำลังถูกความรู้จัดการเข้าให้แล้ว ยังไม่เห็นว่า km inside ไม่เห็นว่าการจัดการความรู้กลืนหรือว่าเนียนอยู่ในเนื้องานที่ทำอยู่ 
  • เมื่อเป็นอย่างนี้  ผมคิดว่าคณะทำงานในโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนครเราอย่าคิดมาก ว่าจะต้องแม่นทฤษฎีเสียก่อน แล้วถึงค่อยทำการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แก่ครัวเรือนหรือคุณกิจที่เข้าร่วมโครงการ ผมว่าทำไป เรียนรู้ไป เรียนรู้เอาจากการกระทำ เรียนรู้ร่วมกันหลายๆคน เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร อย่างที่โครงการฯนี้แยกวงให้แล้วว่าเป็นวงเรียนรู้ของคุณเอื้อจังหวัด /อำเภอ วงเรียนรู้คุณอำนวยกลาง / อำเภอ /ตำบล /หมู่บ้าน หรือแม้แต่วงเรียนรู้คุณกิจจากครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ  เรียนรู้เอาจากการทำงานในหน้าที่ของแต่ละวงเรียนรู้นั่นแหละครับ ขนาดผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวิชม ทองสงค์  CEO มีอำนาจมากที่สุดของจังหวัด ท่านยังต้องเรียนรู้จากการกระทำเลย เข้าใจ km จากการกระทำ ซึ่งกระทำกิจกรรมหลายๆอย่าง แล้วสรุปบทเรียน หรืออถอดบทเรียนเอาไว้เป็นชุดความรู้ของท่าน ท่านไปพูดเรื่องนี้ที่ไหน จึงแจ่มชัดเข้าใจง่าย เห็นภาพ ว่า km ไม่ใช่ของใหม่ มิใช่ของยากเลย แต่ถ้าไม่ทำก็จะไม่รู้
  • ผมจึงอยากร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า ให้ทำแล้วจะรู้ว่า  km คืออะไร  อย่าเกร็งจนขยาดที่จะทำ เป็นการทำงานปกตินี่เอง อย่าได้คิดว่าเป็นระเบียบวิธี (medthodology)ที่จะผิดพลาดไม่ได้ เพียงแต่ให้ตระหนักว่าในทุกขั้นตอนการทำงานต้องใช้หรืออาศัยความรู้เป็นเครื่องมือกำกับให้งานบรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่ประมาท หรือทำงานปล่อยตามยถากรรม ไม่ต้องกลัวว่าพูดเรื่อง km แล้วจะเสียหน้าใคร ไม่มีใครถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด อย่าได้ติดยึดกับระเบียบวิธีจนเกินไป คิดเสียว่าครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการแก้จนฯ ทำงานแก้จนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ก็เป็นพอ ส่วนความหมายของ  km ขั้นสูงกว่านี้ ค่อยเรียนรู้เอา
  • ขั้นนี้รู้เท่านี้ก็สามารถนำไปใช้งานได้แล้ว พอก่อนได้แล้วครับ