ไม่มีบุคคล/หน่วยงาน ที่เก่งทุกด้าน หรืออ่อนทุกด้าน KM เน้นนำจุดแข็ง / ความสำเร็จ มา ลปรร. และต่อยอดความรู้/วิธีการ ซึ่งกันและกัน
KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ : 96. ตะกร้า
- ต่อไปนี้เป็นการนำเสนอ “ทฤษฎีหลายตะกร้า” • คนทำ KM ต้องเข้าใจวิธีคิดแบบ “ตะกร้าเดียว” และแบบ “หลายตะกร้า” • อาจเรียกว่า วิธีคิดแบบเหมา กับ แบบแยกแยะ
- วิธีคิดแบบ KM เน้นคิดแบบหลัง คือแบบแยกแยะ หรือแบบ “หลายตะกร้า”
- ตัวอย่าง เรามักพูดกันว่าการศึกษามีปัญหามาก คุณภาพต่ำ นี่คือวิธีคิดแบบเหมา หรือแบบ “ตะกร้าเดียว" ถ้าเราคิดแบบแยกแยะ หรือแบบ “หลายตะกร้า” เราก็จะบอกว่า แม้การศึกษามีปัญหามาก และโดยทั่วไปในภาพรวมมีคุณภาพต่ำ แต่การศึกษาในบางโรงเรียน บางวิชา มีคุณภาพสูง และมีครูบางคนเป็นผู้มีความสามารถ และทุ่มเท
- ถ้ายึดติดวิธีคิดแบบ “ตะกร้าเดียว” จะทำ KM ได้ยาก เพราะมองปัญหาที่ไรก็จะเห็นแต่ความอับจน
- แต่ถ้าฝึกคิดตาม “ทฤษฎีหลายตะกร้า” จนเป็นนิสัย เราจะทำ KM ได้ง่ายมาก ไม่มีวันอับจน
- ทฤษฎี “หลายตะกร้า” ทำให้เห็นความเข้มแข็งอยู่ในท่ามกลางความอ่อนแอ เห็นความสำเร็จ อยู่ในท่ามกลางปัญหาหรือวิกฤต
- จงมองหา เสาะหา ความสำเร็จเล็กๆ ในท่ามกลางทะเลแห่งปัญหา หาความสำเร็จจิ๋วหลากหลายแบบ โดยหลากหลายกลุ่ม เอามา ลปรร. กันด้วยเรื่องเล่า ในท่ามกลางบรรยากาศเชิงบวก เชิงชื่นชมยินดี และจดบันทึกเรื่องเล่า และขุมความรู้ สำหรับนำไปปรับประยุกต์ใช้ในบริบทของแต่ละคน/หน่วยงานย่อย นี่คือทางออกจากความอับจนในทะเลปัญหา
- สูงสุดของ “ทฤษฎีตะกร้า” แต่ละคน / หน่วยงาน อยู่ในหลาย “ตะกร้า” ในเวลาเดียวกัน เพราะในการทำ KM เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องพิจารณาขีดความสามารถ (competency) หลายด้าน หลายมิติ บางมิติหน่วยงานอาจอยู่ในตะกร้า ๕ ดาว แต่ในอีกมิติหนึ่ง หน่วยงานอาจอยู่ในตะกร้า ๒ ดาว
- จะเห็นว่า “ตารางแห่งอิสรภาพ” ในเครื่องมือธารปัญญา ใช้ “ทฤษฎีหลายตะกร้า”
- สรุปด้วยภาษาง่ายๆ ว่า ไม่มีบุคคล/หน่วยงาน ที่เก่งทุกด้าน หรืออ่อนทุกด้าน KM เน้นนำจุดแข็ง / ความสำเร็จ มา ลปรร. และต่อยอดความรู้/วิธีการ ซึ่งกันและกัน
วิจารณ์ พานิช
๒ เมย. ๔๙ วันเลือกตั้ง