อัลฮัมดุลิลลาห์ ผ่านไปด้วยดีกับการประชุมวิชาการเพื่อนำเสนอผลงานวิชาการ ครั้งที่ 4 ของคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา (ถึงแม้จะมีความคลุขระบ้างในบางประการ) ส่วนตัวขอยกนิ้วโป้งให้กับทีมงานทุกท่านเลยครับ ผมรู้สึกว่า โครงการวันนี้มันสะท้อนภาพการเจริญเติบโตของคณะ ของมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดีครับ ที่สำคัญผมคิดว่ามันสร้างภาพใหม่ที่ต่างและดีกว่าภาพโครงการนี้ในครั้งที่ 1 ครับ

ในปีนี้ สัดส่วนงานวิชาการจากภายนอกตอบรับการเข้าร่วมอย่างอบอุ่นใจครับ ที่สำคัญคอมเม้นเตเตอร์แต่ละท่านในปีนี้น่าสนใจมากเลยครับ ส่วนผู้เข้าร่วมไม่ต้องพูดถึงเลยครับล้นห้องประชุม กลายเป็นข้อบกพร่องหนึ่งที่แก้ไขลำบากครับ

(ผศ.วุทธิศ ักดิ์ พิศสุวรรณ และบังยูโซ๊ะ นิมา ผอ.รร.หาดใหญ่วิทยาคาร ภาพนี้ถ่ายจากบนเวทีครับ)

งานนี้เริ่มด้วยการเปิดพิธีโดยรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมกับการบรรยายพิเศษ ประเด็นน่าสนใจครับ รัฐธรรมนูญฉบับแรกสำหรับประชาชาติที่เป็นลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของโลก เกิดขึ้นในสมัยท่านศาสนทูต (ซ.ล) ครับ เสร็จจากการบรรยายพิเศษ ก็เป็นการเสวนาเครือข่ายมุสลิมศึกษาครับ งานนี้ความจริงมีการวางแผนประเด็นนี้ไว้นานแล้วครับ ผมก็ถูกนำเสนอโดยคณบดีให้เป็นผู้ดำเนินการเสวนา แต่บ่ายเบี่ยงมาตลอดครับ เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยจะรุ่งเวลาเป็นผู้ดำเนินการเสวนา และยังหาข้อบกพร่องเพื่อการพัฒนาไม่ได้ ด้วยเหตุนี้กำหนดการฉบับแรกๆ เลยมีชื่อคณบดีเป็นผู้นำเสวนาครับ แต่สองวันสุดท้ายผมไปเผลอรับคำคณบดีเข้า เลยต้องขึ้นเวทีเป็นผู้นำการเสวนาอีกครั้งหนึ่ง

(ผู้ร่วมเสวนากลุ่มแรกครับ)

จากนั้นเป็นการนำเสนอบทความแรกของงาน โดยรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ซึ่งได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.อิสรา ศานติศาสตร์ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ให้ความเห็นครับ แล้วก็บทความวิจัยของ อ.สุกรี หลังปูเต๊ะ และบทความวิจัยของผมเป็นรายที่สาม (ไม่รู้เล่นเส้นหรือเปล่าเลยได้โอกาสมานำเสนอในเวทีใหญ่เลย ฮิฮิ) 

(นำเสนออย่างนุ่มลึก และคอมเม้นท์อย่างรอบด้าน)

แต่ผมว่าไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การบรรยายพิเศษของท่านอธิการบดีครับ ฟังแล้วสุดยอด ล้ำลึกและลึกซึ้งจริงๆ (มาชาอัลลอฮ์) ผมฟังไปวิเคราะห์ไปกับท่านคณบดีครับ ท่านให้คำนิยามของ สังคมมาดานีย์ได้ชัดเจน ครบถ้วนว่ามันเกี่ยวกับสหศาสตร์อย่างไร และอะไรคือหลักการ อะไรคือการปฏิบัติ ครึ่งชั่วโมงที่ใครพลาดแล้วก็ต้องบอกว่า เสียดายไปอีกนาน

(ร้อยคนพูดหรือจะเทียบได้กับหนึ่งปราชญ์เอ๋ยคำ)

ช่วงบ่ายแยกไปตามห้องครับ ความจริงผมอยากอยู่ห้องศึกษาศาสตร์ครับ แต่โดนบังคับ (ฮะฮา) ให้มาคอมเม้นท์บทความวิจัยของนักศึกษา ป.โท ซึ่งทำวิทยานิพนธ์เรื่องการประกันคุณภาพ เรื่องเดียวกับงานวิจัยผมเลย แต่ไปคนละแนวครับ เนื่องจากบทความศึกษาศาสตร์เยอะครับ เรื่องนี้เลยถูกโอนมาที่ห้องบริหารจัดการ

(มีคนอนุเคราะห์ เป็นตากล้องถ่ายรูปผมไว้หนึ่งรูปตลอดงานครับ ฮิฮิ)

เป็นปกติของงานสัมมนาครับ คือ ควบคุมเวลายากมาก กว่าจะได้เอ๋ยปากคอมเม้นก็สี่โมงเย็นแล้วครับ ฮิฮิ แต่ก็ดีไม่ต้องพูดมาก ดูอาการเบื้องต้นเจ้าของผลงานกลัวผมคอมเม้นท์มากๆ ครับ แต่คิดว่าหลังจากได้ฟังของจริง ก็คงโล่งอกไปได้บ้าง ใครหน่อใจร้ายไปเที่ยวปล่อยข่าวว่า ผมคอมเม้นท์โหด ทำคนน้ำตาตกมาแล้ว (ไม่จิ้งไม่จริง) ฮิฮิ

ปิดการประชุมวิชาการโดยท่านคณบดีครับ เจอกันปีหน้าครับ กับเป้าหมายว่าน่าจะไปสู่การประชุมวิชาการนานาชาติได้แล้ว ฝันนี้ไม่ไกลหรอกครับ เพราะครั้งก่อนโน้นเรามีแววความสำเร็จแล้ว จนผมรู้สึกว่า เรื่องของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันทั้งในและนอกประเทศ ท่านคณบดีทำได้อย่างโดดเด่นครับ