ทุกคนพูดได้ น้อยคนที่พูดเป็น

ศิลปะการเป็นพิธีกร

     ผู้เขียนได้รับเชิญจากเจ้าภาพจัดงานมงคลสมรส ในหมู่บ้าน ของชาวบ้านท่านหนึ่ง ที่ท่านแสดงความจำนงต้องการให้ผู้เขียนไปเป็นพิธีกร เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารทำให้ไม่ได้ทำหน้าที่ดังกล่าวมานาน แต่ก็ได้เรียนรู้ทักษะการพูดมาบ้าง ส่วนใหญ่จะได้กล่าวในโอกาสต่างๆ แต่ไม่ได้เป็นพิธีกร เพื่อให้การเป็นพิธีกรเป็นไปด้วยความราบรื่นและบรรลุเป้าหมาย ผู้เขียนก็หวนคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ ศิลปะการเป็นพิธีกร ท่านทองสุข  มันตาทร เขียนไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ จึงสรุปย่อเพื่อเป็นแนวทางของท่านที่จะทำหน้าที่พิธีกร ดังนี้

 

ความหมายของพิธีกร

                   พิธีกร คือ ผู้ดำเนินการในพิธี มีหน้าที่รับผิดชอบพิธีการ ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนที่เตรียมไว้

 

คุณลักษณะของพิธีกร

       ๑. ด้านบุคลิกภาพ ต้องแต่งกายสุภาพถูกกาลเทศะ มีความกระตือรือร้น มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตร มีความจำดี

       ๒. ด้านการพูด มีความรู้ด้านการพูด ไม่พูดมาด ไม่พูดพล่าม ต้องพูดให้สละสลวน ไม่มีสร้อยคำมากเกินไป ไม่พูดเหมือนการอ่าน ที่สำคัญต้องมีอารมณ์ขันแต่ต้องไม่หยาบโลน

       ๓. ด้านต้องแก้ปัปฏิภาณไหวพริบ ญหาเฉพาะหน้าได้ดี ควบคุมอารมณ์ มีสมาธิ จิตใจสุขุมเยือกเย็น เป็นนักประสานงาน

      ๔.ด้านความรู้ความสามารถ พิธีกรควรมีความรู้ในเรื่องที่ดำเนินการ มีการวางแผน ประสานงานกับบุคคลอื่นให้สนับสนุนกิจกรรม

ที่ดำเนินการ ต้องมีความรู้ ๔ ข้อ คือ ต ป ศ ก

     ต(เตรียมการ) เตรียมตนเอง เตรียมงาน เตรียมบรรยากาศของงาน

    ป(ประสานงาน)ต้องประชุมแบ่งงานให้ผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบ ว่าใครทำอะไร อย่างไร เมื่อไร ต่อจากใคร

    ศ(ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม) เรียนรู้ความเป็นมา อะไรก่อนหลังต้องรู้ขั้นตอนว่าควรทำ

    ก(แก้ไข) เมื่อทำหน้าที่แต่ละครั้งต้องมีการเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการเป็นพิธีกรครั้งต่อๆ เมื่อทำหน้าที่แต่ละครั้งต้องมีการประเมินผล เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

 

ภาษาที่ใช้ในการเป็นพิธีกร

        พิธีกรต้องพัฒนาทักษะภาษาให้ถูกต้องตามหลักภาษา ตามกาลเทศะ ตามโอกาส และตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย จะก่อให้เกิดผลดีต่อการปฏิบัติหน้าที่ จึงควรเรียนรู้ระดับของภาษา ๕ ระดับ ดังนี้

                            ๑. ภาษาระดับกันเอง ใช้ในวงสนทนาผู้ใกล้ชิด

                            ๒. ภาษาระดับสนทนา ใช้ในการสนทนากลุ่มเล็กๆ

                            ๓. ภาษาระดับกึ่งทางการ ใช้ในการประชุมกลุ่ม แสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการ

                            ๔. ภาษาระดับทางการ ใช้ในการบรรยายหรือเสนอข่าวต่อสาธารณชน อย่างเป็นทางการ ซึ่งพิธีกรทั่วไปจะอยู่ในระดับนี้

                            ๕. ภาระดับพิธีการ เช่น การเปิดประชุมรัฐสภา การกล่าวปราศรัยของบุคคลสำคัญ มักใช้ต่อสาธารณชน

 

คำบางคำที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

                            หมายกำหนดการ     เป็นการแจ้งขั้นตอนพระราชพิธี

                            กำหนดการ               เป็นการแจ้งขั้นตอนของพิธีการอื่นๆ  นอกจากหมายกำหนดการ

                            พระบรมฉายาลักษณ์    ใช้เรียกภาพถ่าย

                            พระบรมสาทิสลักษณ์  ใช้เรียกภาพวาด

                            พระคุณท่าน  ใช้เรียกพระสงฆ์ทั่วไป

                            ไว้อาลัย                      ใช้ในโอกาสไว้อาลัยผู้เสียชีวิต

                            อาลัย                           ใช้ในโอกาสอื่นๆ เช่น การย้าย

                            มหาบังสุกุล               ใช้เรียนผ้าบังสุกุล ซึ่งประธานเป็นคนทอด

                            แต่งงาน                     งานมงคลสมรส

 

การเตรียมตัวก่อนเวลาพิธีการเล็กน้อย

 

                            ๑. ศึกษากำหนดการให้ละเอียด โดยจัดทำโน้ตประจำตัวให้เข้าใจง่าย เป็นแผ่นเล็กๆ

                            ๒. ประสานกับบุคลที่รับเชิญขึ้นทำหน้าที่ต่างๆ

                            ๓. ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องแต่ละกิจกรรม

                            ๔. ทดสอบเครื่องเสียงให้มีประสิทธิภาพ

                            ๕. กำหนดความสูงของไมโครโฟนให้เหมาะกับผู้ที่จะพูด

                            ๖. สังเกตและวิเคราะห์บรรยากาศ เอกลักษณ์ของงาน เพื่อกล่าวนำก่อนเริ่มพิธีการ

                            ๗. กำหนดวิธีการแนะนำบุคคล(ถ้ามี)

                            ๘. ดำเนินการตามกำหนดการ

ความรู้ทั่วไปของพิธีกร

                             การสวมเสื้อชุดสากลของชาย สำหรับเสื้อนอกที่มีกระดุม ๒ เม็ด ถ้าจะกลัดกระดุมควรกลัดเม็ดบนเม็ดเดียว สำหรับเสื้อนอกที่มีกระดุม ๓ เม็ด ควรกลัดเม็ดกลางเม็ดเดียว ทั้งนี้เป็นไปตามแบบสากลนิยม

 

                            ผู้เขียนเคยขาดความมั่นใจในการเป็นพิธีกรในการดำเนินการกิจกรรมต่างๆ เมื่อเป็นครูสายปฏิบัติการสอน แต่ได้รับมอบหมายให้เป็นพิธีกรในงานต่างๆ ของโรงเรียนและชุมชน จึงได้เรียนรู้ สอบถามผู้รู้ บางครั้งก็สังเกตผู้ที่ได้รับการยอมรับในการเป็นพิธีกรมาเป็นต้นแบบในการทำงาน เมื่อท่านได้อ่านบันทึกนี้อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้หลายๆ ท่านประสบความสำเร็จในการเป็นพิธีกรได้บ้างครับ