...ภาพหลวงปู่ขาวกับในหลวงและพระราชินี...

มีโอกาสได้กลับบ้านและได้่ช่วยจัดเก็บห้องหนังสือของพ่อหลังจากพ่อไม่อยู่แล้วทำให้ได้พบนิตยสาร โลกทิพย์ ปี๒๕๒๖ แล้วเจอภาพหลวงปู่ขาวกับในหลวง และ พระราชินี และบทความธรรม เลยนำมาฝากทุกท่านครับ....

 

 

 

 

เย็นวันหนึ่งเมื่อปัดกวาดเสร็จ ท่านออกจากที่พักไปสรงน้ำ ได้เห็นข้าวในไร่ชาวเขากำลังสุกเหลือง ทำให้เกิดปัญญาขึ้นมาในขณะนั้นว่า



“ข้าวมันงอกขึ้นมาเพราะมีอะไรเป็นเชื้อพาให้เกิด ใจที่พาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุดก็น่าจะมีอะไรเป็นเชื้ออยูภายในเช่นเดียวกับเมล็ดข้าว”



เชื้อนั้นถ้าไม่ถูกทำลายเสียที่ใจให้สิ้นไป จะต้องพาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด ก็อะไรเป็นเชื้อของใจเล่า ถ้าไม่ใช่ กิเลส ตัณหา อุปาทาน คิดทบทวนไปมาโดยถืออวิชชาเป็นเป้าหมายแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ พิจารณาย้อนหน้าถอยหลัง อนุโลมปฏิโลมด้วยความสนใจอยากรู้ตัวจริงแห่ง อวิชชา

 

 

 

นับแต่หัวค่ำจรดดึกไม่ลดละการพิจารณาระหว่าง อวิชชากับใจ จวนสว่าง จึงตัดสินใจกันลงได้ด้วย ปัญญา อวิชชาขาดกระเด็นออกจากใจไม่มีอะไรเหลือ การพิจารณาข้าวก็มายุติกันที่ข้าวสุกหมดการงอกอีกต่อไป การพิจารณาจิตก็มายุติกันที่ อวิชชาดับ กลายเป็นจิตสุกขึ้นมาเช่นเดียวกับข้าวสุก

 

จิตหมดการก่อกำเนิดในภพต่างๆอย่างประจักษ์ใจ สิ่งที่เหลือให้ชมอย่างสมใจ คือ ความบริสุทธิ์แห่งจิตล้วนๆในกระท่อมกลางเขา มีชาวป่าเป็นผู้อุปัฏฐากดูแล ขณะที่จิตผ่านดงหนาป่ากิเลสวัฏฏ์ไปได้แล้ว เกิดความอัศจรรย์อยู่คนเดียวตอนสว่าง

 

 

 

 

พระอาทิตย์ก็เริ่มสว่างบนฟ้า ใจก็เริ่มสว่างจากอวิชชาขึ้นสู่ธรรมอัศจรรย์ ถึงวิมุตติหลุดพ้นในเวลาเดียงกันกับพระอาทิตย์อุทัย ช่างเป็นฤกษ์งามยามวิเศษเอาเสียจริงๆ

 

ที่มา : เรื่องคัดลอกจากบทความหลวงปู่ขาว อนาลโย เพชรน้ำหนึ่งของชาวไทย โดยอานนท์ เนินอุไร นิตยสาร โลกทิพย์ ฉบับที่ ๑๖ ปีที่ ๒ เดือนสิงหาคม ๒๕๒๖ / ภาพ ถ่ายจาก ปกหนังสือ และ หน้าแรกของนิตยสาร