ไปอาบน้ำญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ บางที่ก็เรียกรดน้ำ และบางที่ก็เรียกว่าดำหัว
ในทุก ๆ ปี ของตรุษสงกรานต์ หน้าที่อีกอย่างของลูกหลานที่จะต้องถือปฏิบัติกันก็คือ ต้องไปอาบน้ำให้ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือที่นอกจากพ่อแม่ของเราแล้ว บางที่ก็เรียกว่ารดน้ำบางที่ก็เรียกว่าดำหัว แล้วแต่ว่านิยมเรียกอย่างไร และปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเราพี่น้องได้นัดกันไปทำหน้าที่ของลูกหลานที่ดี และเพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับตัวเราเองอีกด้วย
หลังจากกลับจากวัด พวกเราก็เริ่มต้นไปที่บ้านป้าและอาก่อนเพราะอยู่ใกล้กัน สิ่งที่ต้องเตรียมก็มีขันใบใหญ่พร้อมขันใบเล็ก น้ำอบ และดอกไม้หอม ปีนี้เราไม่ได้ซื้อผ้าใหม่ให้(ปรกติเราจะซื้อผ้าใหม่ให้ด้วย) แต่ครั้งนี้มอบเป็นปัจจัยแทน
ต้องจอดรถไว้ปากทาง เข้าไปไม่ได้ต้องเดินเท้าลัดเลาะไปตามถนนดินซึ่งเดิมเป็นหัวคันนาเพราะเราเดินเกือบทุกปี ตอนสมัยเด็ก ๆ ก็จะมีแม่เป็นคนนำไปอาบน้ำปู่ย่า..ตอนนี้เวลาเปลี่ยนเราต้องพากันมาเอง..แต่กลิ่นไอ..ยังคงสภาพเดิมมาก ๆ
บ้านป้าเป็นเป้าหมายแรก ปีนี้ร่างกายป้าย่ำแย่เต็มที ผู้เขียนสนิทกับป้ามากเพราะเคยมาพักอยู่ที่บ้านป้าเพื่อมาเฝ้าปรนิบัติปู่กับย่าช่วงท่านทั้งสองจะสิ้นบุญ เมื่อเจอกันก็ร้องไห้ ป้าเดินไม่ได้ต้องนอนอยู่กับที่เฉย ๆ พูดได้ดีขึ้น ปีนี้ป้าอายุประมาณ 78 ปี แก่ลงไปมากทีเดียว "ไหนขาข้างไหนไม่รักดี ตัดทิ้งดีมั้ยน้อ.." ป้าหัวเราะ.. "ข้างนี้หลุก..ตัดเลยต้อยเอ้ย"..ร้อนมั้ย..ไม่มีคำตอบ..ป้าพยักหน้าพร้อมร้องไห้.."อาบน้ำให้ป้ากันดีกว่า มันร้อนนักหนาเน๊าะ" เอ้าร้องไห้ใหญ่เลย(ป้ากับหลาน ๆ พากันร้องไห้)..
หลาน ๆ และลูกของป้ารดน้ำขอพรป้าแล้วก็อาบน้ำให้ป้าจนแต่งตัวเรียบร้อย แล้วก็พากันมอบปัจจัยให้ไว้ซื้อขนมกิน..เรามักจะชอบพูดแบบนี้กับคนแก่..ดูน่ารักดี..(ภาพถ่ายช่วงนี้เบลอค่ะ) หลังจากนั้นก็ลากัน
เป้าหมายที่สองเป็นบ้านอา(อาผู้หญิง) ลูกของอาได้ยกพระพุทธรูปมาจัดเตรียมรอเรียบร้อย อาออกมานั่งรอ(น่ารักจริง ๆ) ปีนี้อาก็แก่ลงไปมากดูจากสีผม ประทับใจสีผมของสวยนวลดีค่ะ รับพรกันไปยกใหญ่ บ้านนี้มีแจกมะขามเปียก 1 กก. จากนั้นก็ลากลับเมื่อมอบปัจจัยและรับพรแล้ว
เป้าหมายต่อไปเป็นบ้านลุง ปีนี้ลุงอายุ 82 ปี แล้ว ตั้งแต่มาถึงสังเกตุได้ว่าลุงยิ้มตลอดเวลา..เราก็เล่นกระโดดให้ลุงดูกันและให้ตัดสินว่าใครจะกระโดดได้สูงกว่ากัน..ลุงชอบใจใหญ่..ตัดสินว่าสูงเท่ากัน..เมื่อเสร็จกิจกรรมแล้วลุงกับป้าสะไภ้ให้พรมาเป็นกระบุงโกยเลย..อิ..อิ..
เป้าหมายต่อไปคือบ้านน้าสาว(น้องสาวป้าเหรียญ) ต้องเดินทางไปอีกไกลประมาณ 20 กม. พอไปถึงแบบจู่โจม น้ากำลังซักผ้าห่ม..กอดกัน..ร้องไห้..รดน้ำขอพร..ลากลับ..ร้องไห้..เฮ้อ..มีความสุขค่ะ..
ก่อนกลับก็ถ่ายรูปเก็บไว้..รักลุงป้าอาและน้าสาวนะ..รักษาสุขภาพกันเน้อ...
สวัสดีครับคุณ จำเนียรวดี
โชคดีที่ป้ายังพูด ถ้าป้าไม่เหนื่อยนัก ลองให้ป้าเล่าอะไรๆในชิวิต
หรือให้ป้านับญาติพี่น้องที่พอจำได้ที่เรายังไม่รู้จัก จะได้สืบญาติต่อโยด
วันหนึ่ง ป้าสิ้นบุญ สิ่งเหล่านี้จะมีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ.......
"สิ่งที่ต้องเตรียมก็มีขันใบใหญ่พร้อมขันใบเล็ก น้ำอบ และดอกไม้หอม ปีนี้เราไม่ได้ซื้อผ้าใหม่ให้(ปรกติเราจะซื้อผ้าใหม่ให้ด้วย) แต่ครั้งนี้มอบเป็นปัจจัยแทน" ผ้าใหม่ โดยนัยของมัน คือผ้าขอขมาผู้ใหญ่ ถือว่าสำคัญทางจิตใจมากกว่าปัจจัยครับ
ขอบคุณค่ะที่ไปอวยพรให้ที่บล็อกครูยุ
บันทึกนี้ของคุณจำเนียรวดี อบอุ่นแบบไทยแท้เลยค่ะ
มีความสุขกับญาติผู้ใหญ่ ที่ยังอยู่กับเราถึงวันนี้น่ะค่ะ
อ่านแล้วมีความสุขในบรรยากาศครับ ถ่ายทอดความน่ารักออกมาได้ดีจัง
เอ้อ ที่จริงน่าจะเขียน อสท ด้วยนะครับ
และ อิอิ เวลาจะกระโดดได้ตรวจเช็คเข็มขัดอย่างดีก่อนโดดหรือเปล่าครับ