ตั้งสติ นึก ตรอง ตรึก: ก่อนที่ไทยจะไม่ใช่ไทย


 

                การเผชิญหน้าทางการเมือง เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นความรุนแรงดังที่ผ่านมา ส่วนจะเกิดจากสาเหตุใด หรือชุดเหตุผลใดก็ต้องหาคำอธิบายกันเพิ่มเติมตามแต่กรณีที่เกิดขึ้น  ย้อนกลับมาในปัจจุบันเราจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อเข้าใจปัญหา และยุติปัญหาอย่างเหมาะสมกับสิ่งที่เกิดขึ้น   ในทัศนะของ ว.วชิรเมธี มองว่า  “อยาก...เรียกร้องความสงบสันติ  จากทุกฝ่าย จากทั้งรัฐบาลและผู้ชุมนุมเอง มองผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน ในส่วนของผู้ร่วมชุมนุม ต้องยึดเป้าหมายในการชุมนุมเรียกร้องตามที่ระบุว่า จะชุมนุมเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม  ให้นึกถึงความยุติธรรมเป็นหลัก  และไม่ควรที่จะใช้ความรุนแรงเข้าประหัตประหารกัน เหตุของการก่อสงครามอยู่ที่คน  ศักยภาพที่จะหยุดสงครามก็อยู่ที่คน แต่บางครั้งคนที่เข้าสงครามเพราะขาดสติ  พอขาดสติ ก็เห็นว่าผลประโยชน์มีค่ามากกว่าคน” (ข่าวสด:28/03/53) 

            ในครั้งพุทธกาล

            ๑.พระเจ้าปเสนทิโกศล ถูกย้อมแมว อัครมเหสีเป็นเพียงคนรับใช้มิใช่เจ้าหญิงจากเมืองกบิลพัสดุ์ รู้ภายหลังโกรธ ถอดยศ ให้เป็นเพียงทาสทั้งแม่และลูก พระพุทธเจ้าให้สติว่า “เลือดพ่อย่อมสำคัญกว่าเลือดแม่” ความรุนแรงในครอบครัวจึงมีทางออกและยุติ คืนฐานันดรเช่นเดิม

                ๒.เจ้าชายวิทูฑภะ จะไปล้างแค้นญาติข้างแม่ที่ดูถูก ดูแคลน พระพุทธเจ้าให้สติว่า “ร่มเงาของญาติ-ร่มเย็น”  นัยหนึ่งต้องการอธิบายว่าใครอื่นใดไหนเล่าจะสำคัญเท่ากับญาติสายโลหิต พี่น้อง เผ่าพันธุ์เดียวกัน ความรุนแรงจึงไม่เกิดขึ้นในขณะนั้น

                ๓. พระพุทธเจ้าเตือนสติประยูรญาติที่กำลังกรีฑาทัพเพื่อทำสงครามแย่งน้ำ ด้วยแนวคิดที่ว่า “เลือดสำคัญกว่าน้ำ” เลือดของญาติที่เป็นสายตระกูลเดียวกันจึงไม่นองแผ่นดิน ทุกคนได้สติ การแย่งชิงน้ำจึงยุติ สงครามสงบ

                ๔. พระพุทธเจ้าตรัสกับองคุลีมาล จอมโจร  999 ศพ ที่ก่อความเดือดร้อนไปทั่วแผ่นดินว่า “เราหยุดแล้ว” คือหยุดฆ่า หยุดทำร้าย เบียดเบียนคนอื่น องคุลิมาลได้คิดนึกถึงตัวเอง สติคืนกลับมา ทิ้งดาบ  ฟังธรรม ขอบวช ความรุนแรงยุติ

                ครั้งพุทธกาลพระพุทธเจ้าเป็นผู้ทำหน้าที่เตือนสติสังคม  เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์ท่าน สังคมไทยจึงควรปฏิบัติตนให้มีสติ และนำหลักนั้นมาเป็นสติของสังคม พร้อมส่งเป็นสัญญาณว่าเราคนไทยทุกคนไม่ต้องการความรุนแรง เพื่อช่วยกันรักษาและจรรโลงสังคมให้เป็นสังคมแห่งสันติ เพื่อยุติความขัดแย้งรุนแรงในทุก ๆ กรณี เอาสติกลับคืนมาและใช้สติ นึก ตรึก ตรอง จนก่อให้เกิดปัญญา มาเป็นตัวขับเคลื่อนสังคม เป็นเครื่องตระหนักนึกเพื่อออกจากปัญหาร่วมกัน  ปัญหาและความรุนแรงคงยุติ พร้อมทั้งยืนยันด้วยข้อเท็จจริงในอดีตว่าความรุนแรงทุกชนิดไม่สามารถแก้ปัญหาที่ถาวรได้  

         ดังนั้นให้ใช้สติ นึก ตรึก ตรองให้มาก มองผลประโยชน์แห่งชาติเป็นตัวตั้ง เพราะอย่างไรเสียเราก็คนไทยด้วยกัน สายเลือดเดียวกัน เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน  แล้วแก้ปัญหาในฐานะคนไทยร่วมกันช้าเร็วคงเกิดผล....!!!!

(WB180353)

(ภาพจากเว็บ)