หนังสือพิมพ์นี่นะ หนังสือพิมพ์รายวันนี้นะ พระนี่อ่านไม่ได้ เพราะว่ามีข่าวส่วนมากเป็นทางโลก ข่าวเค้าฆ่ากันยิงกันหรือว่าข่าวต่าง ๆ อะไรอะไรอย่างนี้คือมันเป็นข่าวทางโลกเค้า
มีข่าวเค้าฆ่ากัน ยิงกัน เค้าลัก เค้าขโมย เค้าประพฤติผิด พ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่ออะไรว่ากันไปอย่างนี้แหละ เผาที่โน่น เผาที่นี่อะไรอะไร มีสงครามที่โน่นที่นี่ ส่วนมากจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะเป็นมงคลเท่าไหร่ เรื่องดีเค้าไม่ค่อยเอามาลงมากส่วนมากนั่นเน๊อะ

พระอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ได้ บางทีเราจะเคยเห็นพระไปซื้อหนังสือพิมพ์ ไปซื้อหนังสืออะไรต่าง ๆ บางทีญาติโยมก็ชอบถวายหนังสือพิมพ์พระ บางทีสำนักปฏิบัติเจ้าอาวาสชอบอ่านหนังสือพิมพ์ โยมก็เห็นเค้าอ่านได้ก็ถวายทุกวัน บางทีก็วันละสองสามฉบับ

หนังสือพิมพ์ก็เจ้าอาวาสอ่าน เมื่อเจ้าอาวาสอ่านเสร็จแล้วก็ลูกวัดก็อ่านไปทั่ววัด การภาวนามันก็ไม่ไป เพราะว่าใจมันก็วกวนอยู่ในเรื่องโลก เรื่องวัฏฏะ มันก็วิพากวิจารณ์แต่ข่าวโน้นอย่างนี้อยู่นั่นแหละ การเมืองอย่างโน้น การเมืองอย่างนี้ ใครผิดใครถูกอะไรอย่างนั้นแหละ

บางทีในหนังสือนั้นมันมีทุกอย่าง มีตั้งแต่คนฆ่ากันอะไรกัน หรือว่าข่มขืน มีถึงกับเรื่องทางเซ็กส์ทางอะไรก็มีหมด ทางรูปโป๊รูปเปลือยรูปอะไรพวกนั้น ก็พระเณรไปอ่านมันก็ทำให้จิตใจสกปรกเศร้าหมองอะไรอะไรพวกนั้น บาปทั้งนั้นแหละทุกประโยค มีแต่บาปทั้งนั้นแหละ อ่านแล้วไม่เกิดปัญญามีแต่โง่ล่ะ ใช่มั๊ย

ทำท่าคือว่าจะอ่านข่าวให้ทันโลกทันอะไร ให้ทันโลกมีแต่หลงโลกพวกเนี๊ยะ
บางทีก็อ่านไม่ยึดไม่ถืออะไรอะไรอย่างนี้นะ มันไม่จริงหรอก ถ้าไม่ยึดไม่ถือแล้วมันต้องไม่อ่าน ใช่มั๊ย ถ้าใครว่าอ่านแล้วไม่ยึดไม่ถืออย่าไปเชื่อนะ จะเก่งกว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านห้ามแล้ว ว่าไม่ให้อ่านไม่ให้ยุ่งเรื่องทางโลกทางอะไรอะไร เราจะเป็นผู้วิเศษกว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้

ก็ไม่เคยเห็นในตำราที่ไหนว่าพระพุทธเจ้าให้อ่านข่าวบ้านข่าวเมืองเอาอะไรอะไรอย่างนี้ ไม่มี

หนังสือนิยาย หนังสือเรื่องอะไรพวกนี้นะ หนังสือนิยายสั้นนิยายยาวอะไรพวกนี้ อ่านไม่ได้พวกปฏิบัติ
หนังสือการ์ตูนอะไรอย่างนี้ บางทีเป็นพระเป็นเณรก็ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน พวกญาติโยมอุบาสก อุบาสิกาอะไรพวกนี้นะ การ์ตูนมันจะมาในพวกนี้ พวกอ่านหนังสือนี้

ไปที่ไหนก็เข้าห้องหนังสือ ห้องหนังสือไม่ใช่ไปเลือกหาอ่านหนังสือดี ๆ นะ ไปหาอ่านหนังสือที่ไม่ได้ประโยชน์อะไร หนังสือที่ทำให้หลง หนังสือที่บางทีมหัศจรรย์ หนังสือการ์ตูน หนังสืออะไรไปอย่างนั้น หนังสือที่ไม่มีอุดมการณ์ มีอุดมคติอะไร หนังสือธรรมะดี ๆ หนังสืออันนี้ไม่อ่านหรอก อ่านแล้วมันง่วงนอน กิเลสมันไม่ชอบพวกนี้นะ
หนังสือพิมพ์หนังสืออะไรนี่เผลอไม่ได้ หนังสืออะไรนี่ เศษนิดเดียวก็เอามาอ่าน

ก็พระนี่ถ้าจิตใจมันสบาย ๆ ถ้าไปอ่านหนังสือพิมพ์ ไปอ่านหนังสืออันนี้แหละ ถ้าไม่ใช่พระอริยะเจ้านี้ก็ไม่กี่เดือนสภาพจิตก็ตกลงเหมือนกับคนธรรมดานี่ละ “เพราะว่าสมาธิมันอ่อนกำลังเมื่อไหร่ กิเลสมันก็เข้าเหยียบคอ” เน๊อะ

เราจะไปที่ไหน เราอย่าไปอ่านหนังสือทางโลกอะไรอะไรเป็นเด็ดขาด
เห็นใครอ่าน ใครอะไรก็อย่าไปสนใจ อย่าไปสรรเสริญในอย่างนั้น

พวกหนังสือตำโหลกตำราทำให้คนเค้ามีความรู้ก็จริง แต่ว่าพระเราต้องมีความรู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ ลำพังพระไตรปิฎกอย่างนี้ แล้วก็ธรรมะของครูอาจารย์นี้ก็อ่านไม่ไหวแล้ว เน๊อะ
อ่านให้มันจบหลาย ๆ สิบครั้งก็ยิ่งดี อ่านแล้วยังไม่พอต้องนำมาปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติแล้วก็สองสามวันมันก็ลืม

ทางโลกต่าง ๆ นี้พระพุทธเจ้านี้ท่านไม่อ่านเด็ดขาด อันนี้ก็ไม่ใช่พระพุทธศาสนา

พวกคุย พวกคุยทางโลก คุยทางการเมือง การเมืองอย่างโน้น การเมืองอย่างนี้ คนโน้นเป็นอย่างนี้ คนนี้เป็นอย่างนี้ จะทำอย่างโน้น จะทำอย่างนี้พวกการเมืองนี้นะ เรื่องการเมืองมันเรื่องแก้ไขคนอื่นอะไรอย่างนี้นะ เรื่องแก้ไขส่วนรวม แก้ไขอะไรอะไร บางทีเรามันก็วิพากษ์วิจารณ์เฉย ๆ หรอก เอาไปคิดอะไรเฉย ๆ หรอกไปแก้ไขอะไรไม่ได้

คุยกันเรื่องทางบ้านทางอะไรอะไร ทำงานอะไรมา จบอะไรอะไร เคยเที่ยวเคยกินอย่างไงอย่างไง พวกนี้ไม่ให้พูด เพราะต่างคนมันก็อยากจะพูด แน่นหน้าอกกันเกือบทุกคนน่ะ แต่ว่าต้องอดต้องอันนี้ เพื่อที่จะไม่ให้มันโผล่ออกมา เน๊อะ

แม้แต่ธรรมะก็ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องพูด เอามันบ่มไว้อินทรีย์มันแก่กล้า ธรรมะนี้ก็เมาเหมือนกันนะ รู้แล้วเห็นแล้ว มันก็อยากพูดอยากคุย เห็นใครก็อยากเทศน์อยากสอนอยากอะไร


เรามันก็เป็นเด็กของสังคมพวกนี้ไม่ได้ช่วยเหลือสังคมอะไร เป็นที่พึ่งของสังคมไม่ได้ กลัวนักกลัวหนา นักบริหารกลัวศาสนาอื่นที่จะมาแย่ง มาแบ่ง มายึดมาครอง แย่งพุทธบริษัท ก็พระพุทธศาสนาเราเป็นของสูงอยู่แล้ว ของประเสริฐ ของยิ่งกว่าทุกศาสนาอยู่แล้วอะไรอย่างนี้แหละ ก็เราไม่ปฏิบัติก็ไปตกอกตกใจกลัวศาสนาต่าง ๆ ที่มายึดมาทำลายอะไรอะไร ก็เรานี่แหละทำลาย
เรานี่แหละทำลายไม่ใช่ศาสนาอื่นที่มายึดมาทำลายหรอก
ถ้าเราปฏิบัตดี ปฏิบัติชอบ บวชมาทุกคนก็ตั้งใจปฏิบัตินี้ ไม่มีใครที่จะทำลายพระพุทธศาสนาได้หรอก

ก็เราก็ได้เลยไปจะหันไปทางช่วยสังคมสงเคราะห์ ปล่อยโค ปล่อยกระบือ ซื้อโค ซื้อกระบือ ไปช่วยเหลือคนยากคนจนอะไรไปทางโลก ๆ เค้านั่นนะทุกวันนี้ สังคมสงเคราะห์อะไรไปอย่างนั้น แต่ปฏิบัติที่เดินตามรอยนี้ไม่ปฏิบัติกัน เพราะศาสนาอื่นนี้เค้าเล่นกันทางสังคมสงเคราะห์ แจกเสื้อผ้า แจกวัว แจกกระบือ แจกอะไรอะไรกัน ช่วยเหลือภัยพิบัติต่าง ๆ อะไรซะอย่างนั้นน่ะ “แต่การปฏิบัตินี้ไม่เอาไหน” ก็หาวิธีที่จะไปช่วยผูกเหนี่ยวจิตใจประชาชนไว้ด้วยอย่างนั้น
ทุกวันนี้มันก็เรียนสูงปัญญาก็มีนะ  เค้ามีการศึกษาสูงปัญญาเค้ามี แล้วก็ไม่ได้ผู้ที่อยู่ในวัด เกี่ยวข้องกับศาสนาไม่ได้สนใจเรื่องมรรคผลนิพพาน สนใจแต่เรื่องโลก ๆ เรื่องทางวัตถุอะไร อันนี้น่ะน่าเป็นห่วง

นี้เราบวชมาถึงจะบวชไม่นาน บวชถูกต้องอะไรมันก็ได้ชื่อว่าเราทำกิจพระศาสนาและช่วยดูแลพระพุทธศาสนา เป็นตัวอย่างของกุลบุตรลูกหลาน จะได้เป็นทรัพยากรของชาติของโลกต่อไปอะไรนี่นะ

เมื่อเราสิกขาลาเพศไปหรือว่าอะไร เรากลับไปเราก็ได้เห็น เราก็ได้เข้าใจหรือว่าได้เห็นพระพุทธศาสนาที่แท้จริง จิตใจของเราก็เป็นพระตลอดเวลานี่นะ ก็เข้าใจในภาคปฏิบัติ จะไปไหนมันก็ฝังอยู่ในใจของเรา ก็เค้าปฏิบัติได้ดับทุกข์ได้ นี่ก็ไม่หลง ก็ทำใจสบาย แก้ปัญหาได้ด้วยจิตใจดี จิตใจสบาย จิตใจเข้มแข็ง จิตใจที่มีธรรมะ

ศาสนาพุทธไม่ได้มีไว้เพื่อประกอบศาสนพิธี มีไว้สำหรับ มีไว้เพื่อปฏิบัติทางจิตทางใจ ปฏิบัติทางธุรกิจการงานให้มีความสุข
ศาสนาพุทธไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อที่จะประกอบศาสนพิธีต่าง ๆ หรือว่าเอาไว้สำหรับประจำชาติใดชาติหนึ่งอะไรอย่างนั้น แต่ว่ามีไว้สำหรับเรื่องจิตเรื่องใจ เรื่องปฏิบัติพ้นทุกข์ แต่ว่าเรื่องศาสนพิธีต่าง ๆ มันเรื่องที่จะเป็นพื้นฐานที่จะเข้าหาการประพฤติปฏิบัติ

เมื่อเราปฏิบัติพุทธศาสนาแล้ว ทำให้ใจของเราสบาย ทำให้เราทำงานเก่ง ทำให้เรารับผิดชอบ ทำให้เราเผชิญกับทุกอย่าง จิตใจของเราก็สบายจิตใจของเราไม่มีทุกข์ มีอะไรก็ไม่หลง เราเป็นคนมีเหตุมีผล สร้างเหตุสร้างปัจจัย ไม่ทะเลาะวิวาทกัน ไม่อะไรกัน รักสามัคคีกัน อะไรกัน ก็สะดวกสบายทั้งทางกายและทางจิตใจก็ไม่มีทุกข์อะไรพวกนี้ ผู้ปฏิบัติพุทธศาสนาจึงเป็นผู้ที่ทันสมัย ทันโลก ทันอะไรตลอดกาล

เพราะว่ากัมมัฏฐานสมัยใหม่นี้ไม่ได้เรื่อง  “กำมะเถาะ กำมาหลอกเอาของ กำมะเข่าปลาใหม่ ผู้สาวใหม่แล่นนำ” กัมมัฏฐานก็แต่ผ้าแต่ใจมันไม่ฐานให้ บาตรใหญ่ ๆ ผ้าดำ ๆ หลอกลวงเค้า แล้วก็เป็นผู้ที่ปฏิบัติลุ่มหลงอยู่ในรูป เสียง กลิ่นรสอะไรอย่างนี้นะ อย่างนี้แหละ...

องค์พ่อแม่ครูอาจารย์...