ครูดนตรีที่สอนชีวิต

                           ย้อนเวลากลับไป.....

เมื่อเกือบๆ 20 ปีที่แล้ว......

ืืืืื

.....ณ ขณะนั้นเป็นช่วงเวลา ของเด็กชายคนนึงที่ยังสับสนกับ การตัดสินใจของตนเองในขณะนั้น เขาคิดว่าการเรียนหนังสือ เป็นเรื่องที่ไม่ได้มี ความสำคัญอะไรมากมายใน ชีวิต และตัดสินใจไม่เข้าศึกษาต่อในระดับ มัธยม โดยเลือกที่จะฝึกหัด ฝีมือ ตัวเองในเชิง ช่างศิลปะ การแกะสลักไม้

      เขาใช้เวลาเป็น ปีใการฝึกหัด จนมีฝีมือในการจะทำรายได้ ให้กับตัวเอง เขาเริ่มต้น หาเงินได้เองจากการมีอาชีพ เป็นช่างแกะสลัก รายได้ตอนนั้นก็ไม่ได้ มากมายอะไรมากนัก แต่ เด็กผู้ชายคนนึงได้ทำตามความเชื่อ และศรัทธาของตัวเองนั่นคือ สิ่งที่มากกว่า เงินทองเป็นไหนๆ

 ฮะๆๆๆ

  ที่เล่ามาข้างต้นไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาที่จะพูดถึง เรื่องราวในบล็อคนี้หรอก ครับ

แต่ว่า นั่นคือจุดเริ่มต้น ของการได้ค้นพบ อะไรบางอย่างที่เป็นแรงบันดาลใจหลายๆเรื่องจนเป็นแรงผลักดันให้จิตวิญญาณ ของความมีหัวใจรักใน

ศิลปะ

นั่ น คื อ ชีวิตของผม ครับ เข้าเรื่องเลยละ กัน ผมได้พาตัวเองเข้าไปสู่การเป็นคนทำงาน ศิลปะ แล้วนี้คือการยํ้าเตือนความคิดตอนนั้น อายุพึ่งจะ 13 ขวบเอง รุ่นพี่ผมคนหนึ่งชักชวนให้ไป เล่นดนตรี พอได้ยินแบบนั้น ก็ไม่รั้งรอแต่อย่างใด รีบตอบตกลงและไปกับเขา และเขาก็พาไป พบกับ

  

"ครูเลิศ"

     นั่นเป็นการรู้จักกันครั้งแรกและ ครั้งแรกที่ได้เจอกันผมก็รู้สึกว่า ครูท่าทางจะต้อง ดุ แน่ๆ (ดนตรีที่ไปเรียนฝึกนี้เป็นดนตรีพื้นเมือง) เรียกกันติดปากก็คือ สะล้อ ซอ ซึง นั่นแหละครับ ผมได้ตำแหน่ง "ซึงเล็ก" ตอนนั้นตัวเล็กครับ เล่นชิ้นใหญ่แบกไม่ไหว เราเข้าไปเรียนกับครูจนกระทั่ง เล่นกันเป็นวงได้ เก่งจนอออกรับงานกันได้หลายงานอยู่พอควร

      ขณะที่ฝึกซ้อมกันไปล่วงเลยมาเป็นเวลาหลายปี เราได้รับวิชาความรู้จาก ครูเลิศ มามากมาย   แต่อย่างนึงที่ผมจำมาได้จนถึงทุกวันนี้และ ถ้าวันนั้นครูไม่พูดออกมาอย่างนั้น ผมคงจะเป็นคนไม่ได้ เล่าเรียนแล้วก็ได้ ครูถามว่า

ทำอะไรอยู่ ตอนนี้ ทำไมไม่เรียนหนังสือล่ะ

ผมได้ยินแบบนั้นก็ไม่รู้จะตอบกับครู ว่ายังไง ทุกครั้งที่เราซ้อมกันเสร็จ ครูจะเข้ามานั่งคุยกันแล้ว พูดเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องของดนตรีเลย ครูจะพรํ่าสอนเรื่องการวางตัวในสังคม การที่มองคนอื่นให้ความสำคัญกับคนอื่นๆให้เท่าๆกัน และที่สำคัญ การจะเป็น ศิลปิน ที่ดี นั้นอย่าได้เอาวิาความรู้ที่ได้รํ่าเรียนไป ข่มคนอื่น ว่า เราแน่ไม่มีใครสู้ได้

 ครูจะพูดกับเราทุกๆวัน จนวันนึงผมได้ ตัดสินใจไปสมัครเรียนหนังสือในระดับ มัธยม หลายๆอย่างในการเลือกทางเดืนของชีวิต ได้ถูกซุ่มซ้อม วิชามากจาก ครูเลิศ มากมายจนบางที ผมคิดว่า

ดนตรี

 

 

      ไม่ใช่เพียงแค่การเล่นแล้วจะเกิดความ สนุก ความเท่ห์ เพียงอย่างเดียว ดนตรีจาก ครู เปลี่ยนชีวิตผมมาถึงจุดๆนี้ได้แล้ว ผมเชื่อว่า ครูคงจะภูมิใจ และดีใจ ที่ในครั้งนั้นผมได้ตัดสินใจถูกต้องแล้ว

  และทั้งหมดนี้คือการเขียนเพื่อต้องการระลึกถึงสิ่งดีๆ ที่ครู มีให้ผมครับ

  ......ผมรักในเสียงดนตรี ทุกครั้งที่ผมหยิบเครื่องดนตรีมาเล่น

............ทุกครั้งที่ได้ขึ้นเวที เล่นกับ วง ผมจะนึกถึง ครู ตลอด

ครูเลิศ เป็นเหมือนแรงผลักดันทางดนตรี และแรงผลักดันของชีวิต.....

ที่มากมายเหลือเกินครับ

*****ขอเทิดทูนและเคารพยกย่องในพระคุณอันยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต....................