ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มของตนเอง  ฝึกยิ้มอย่างมีสติ เตือนตัวเองว่า "วันนี้วันสงกรานต์" ประเพณีไทยต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง  สาย ๆ เดินออกไปนอกบ้านเห็นเด็ก ๆ รุ่นไม่ถึง ๑๐ ขวบวิ่งเล่นน้ำกันอย่างชุ่มโชก  กับแสงแดดที่ร้อนเปรี้ยง  จึงชงน้ำหวานไปแจกเด็ก ๆ คนละแก้ว บอกให้ขึ้นบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบาง ๆ จะได้ไม่ป่วย  เด็กทุกคนเชื่อแต่โดยดี  ถ้าพ่อแม่มาบอกคงไม่เชื่อลงท้ายด้วยถูกตีคนละทีสองทีจึงได้เสียงร้องไห้ขึ้นบ้าน 

        ตอนเที่ยงวันเพื่อนบ้านมาชวนไปเล่นสงกรานต์ที่วัด  และมีการสงน้ำพระด้วย ฉันปฏิเสธ  เพราะไม่ชอบที่จะเปียกปอน กลัวเจ็บป่วยภายหลัง  พระพุทธรูปที่บ้านก็มีควรจะสรงน้ำพระอยู่กับบ้าน 

       ย้อนกลับไปอ่านบันทึกในสมุดเล่มเก่า  ได้พบกับบันทึกเกี่ยวกับการเล่นสงกรานต์อยู่เล็กน้อย  แต่ความทรงจำได้ย้ำเตือนว่า

       เมื่ออายุประมาณ ๑๐ ขวบ  กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ฉันขออนุญาตคุณแม่ไปเล่นสงกรานต์ที่หน้าค่ายฯ กับเพื่อน ๆ ถ้าคุณพ่ออยู่บ้านฉันจะไม่มีวันได้ออกจากบ้านเป็นอันขาด  การเล่นก็คงสนุกสนาน  เรามีถังยางมะตอยขนาดใหญ่ไปรองน้ำ  และมีขันพลาสติก กระป๋องน้ำคนละอัน สาดคนผ่านไปผ่านมา มีเด็กหญิงและเด็กชาย ตอนนี้นับมือแล้วยังจำได้ว่ามี ๑๑ คน เหตุการณ์ที่ต้องจดจำก็คือ "มีรถทัศนาจรผ่านมา พวกเราแย่งน้ำกันสาดจนน้ำหมดถัง ไม่ทราบว่าเพื่อนคนไหน  ตักน้ำที่ห้วงอยู่บนพื้นดินสาดขึ้นไปบนรถ  ทำให้คนในรถเลอะเทอะไปด้วยดินโคลน แล้วทุกคนวิ่งหนีกระจัดกระจาย ยกเว้นฉันคนเดียวไม่ได้หนี  คนขับรถและผู้โดยสารที่เสียหาย เดินลงมาด่าว่ามากมาย แต่ท่านบอกว่า "หนูคนนี้ไม่ได้ทำ" พร้อมกับมองที่ขันน้ำในมือของฉันยังสะอาด แล้วเขาไปร้องเรียนกับทหารรักษาการณ์ที่หน้าประตู"

        เหตุการณ์ที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง คุณแม่เห็นว่าฉันโตแล้วจึงอนุญาตให้ไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อน ๆ ได้แต่ต้องกลับบ้านตามเวลาที่บอกไว้ว่าจะกลับกี่โมง  "วันนั้นฉันนำขันเงินใบขนาดใหญ่ไปเล่นสงกรานต์ แต่ไม่ทราบเหตุผลอันใด ขันเงินของฉันถูกสับเปลี่ยนเป็นขันสแตนเลสกลับบ้าน  ฉันไม่ถูกพิพากษาจากทางบ้านแต่ประการใด  แต่ก็รู้สึกผิดที่คุณแม่บอกว่ามันมีราคาและเป็นของรุ่นปู่ย่าตายายมอบให้ไว้

       แต่ที่รู้สึกผิดและเสียใจจนไม่ไปเล่นสงกรานต์อีกเลยก็คือ ฉันชอบแอบอ่านบันทึกของคุณพ่อ คุณแม่ วันหนึ่งได้อ่านพบว่า "วันสงกรานต์ที่ ๑๓ เมษายน ๒๕...นังคิมลูกสาวคนดีนำขันเงินไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อนและทำหาย ขันเงินใบนี้มีน้ำหนัก....บาทและคิดเป็นมูลค่า....บาท"

        ในบันทึกของฉันที่ปรากฏและได้อ่านอีกครั้งในวันนี้พบเพียงแต่ว่า "วันสงกรานต์ไปบ้านคุณยาย ไปทำบุญกับคุณยาย/วันสงกรานต์ปีนี้คุณปู่แจกรางวัลลูกหลานฉันได้รับ.../วันสงกรานต์ฉันอ่านหนังสือสอบบรรจุ.../วันสงกรานต์ไปเลี้ยงอาหารเพลอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ..และไม่พบการบันทึกเรื่องวันสงกรานต์อีกเลยและปีที่ผ่านมา ก็เป็นวันสงกรานต์ที่ต้องไปทำกิจกรรมของโรงเรียนร่วมกับคนในชุมชน

         สงกรานต์ที่สนุกสนานของฉันจึงไม่มี  วันนี้จึงขอให้เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่มีความสุขเล็ก ๆ มีจิตใจเข้มแข็งอยู่กับตัวเองด้วยการค้นหาตัวตนอย่างเพียรพยายาม  และขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุข สดชื่นและเบิกบาน

http://images.google.co.th/imglanding?q=