เศรษฐกิจพอเพียง

ชายแดนด้านทิศตระวันออก นั้นเป็นพื้นที่ทำการเกษตรที่เสี่ยงภัย อันตรายจากอาวุธกับระเบิดที่ถูกฝังเอาไว้ จะเห็นผู้พิการขาขาด ,แขนขาด  แต่คนเหล่านั้น  ยังต้องเลี้ยงชีพด้วยการเกษตร เพราะรักและหวงแหนผืนแผ่นดินที่ปู่ ย่า ตาทวด ได้ทำกินเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน แม้ว่าในอดีตนั้นชายแดนด้านอำเภออรัญประเทศนั้น มีผลกระทบจากการสู้รบของเขมร 3 ฝ่าย ก็ตาม แต่ด้วยความรักผืนแผ่นดินของตนเอง คนชายแดนจึงไม่อพยพไปไหน

    กระสุนปืนใหญ่ที่หลงทิศทางเข้ามาทำลายบ้านเรือนและสังหารชีวิตพี่น้องประชาชนและทหารกล้าอย่างโหดเหี้ยม แต่สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนคนชายแดนมี คือความรักในผืนแผ่นดินและความสามัคคีในชุมชน เขาเหล่านั้นได้อพยพคนชรา,ผู้หญิงและเด็กเข้าไปอาศัยในวัดใกล้ตัวเมือง ผู้ชายจะเคียงบ่าปกป้องผืนแผ่นดินคู่ทหารกล้า สิ้นเสียงปืนก็อพยพ คนชรา ผู้หญิงและเด็ก คืนภูมิลำเนาตัวเอง

   ครูไม่มีปืนเป็นอาวุธ มีแต่การให้ความรู้กับนักเรียนและชุมชน เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่แนวหน้าเพื่อทำหน้าที่ความเป็นครู สอนเด็กให้มีความรู้ เสียงปืนใหญ่ที่มีทิศทางเข้ามาเขตโรงเรียน  ครูให้สัญญานเตือนภัย พาเด็กนักเรียนเข้าหลุมลบภัยที่ทหารทำให้ สิ้นเสียงปืนครูก็ทำหน้าที่ความสอนหนังสือตามเดิม

   ปัจจุบันนี้ชายแดนไม่มีการสู้รบ แต่มีตลาดถาวรเกิดขึ้นที่ชายแดนอำเภออรัญประเทศ มีตลาดโรงเกลือเป็นตลาดผ่อนปรนที่ใหญ่ที่สุด เศรษฐกิรุ่งเรือง มีเงินหมุนเวียนในตลาด  ผู้เขียนยังเห็นพี่น้องประชาชนคนชายแดนยังทำการเกษตรบนแผ่นดินที่นาของตนเอง เห็นครูขับขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียน ไม่เห็นทหารที่อยู่ตามชายแดนในยามที่ชายแดนเจริญรุ่งเรือง