GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ครูพันธ์ใหม่

สรุปก็คือถ้าปล่อยให้เด็กนักเรียนเรียนกับครูไม่เก่ง สามปีติดต่อกัน จะทำให้เด็กไม่สามารถพัฒนาตนเองให้เก่งได้ เมื่อพัฒนาต่อไปในระดับสูง

              วันนี้คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดูเงียบเหงาวังเวง ไม่ค่อยจะมีผู้คน ทั้งนิสิตและอาจารย์ ต่างเดินทางกลับภูมิลำเนากันในช่วงเทศกาลสงกรานตร์  ที่จอดรถว่างจอดสะดวก แต่ถึงแม้ว่าจะใกล้วันหยุดยาว แต่คณบดีก็เชิญประชุมในวาระเร่งด่วน ในการคัดเลือกโรงเรียนสำหรับฝึกสอนในภาคเรียนต้น เพราะ ที่นี่เราเริ่มฝึกสอนในภาคเรียนปลาย และวนมาครบในภาคเรียนต้น สำหรับนิสิต 5 ปี นั้นฝึกสอนผ่านไป 1 ภาคเรียนแล้ว ส่วนนิสิต ป.บัณฑิต นั้นเพิ่งเริ่มฝึกสอนในเทอมนี้

          ปีนี้เรามีนิสิต ป.บัณฑิต มากกว่าปกติ ถึงร้อยกว่าคน ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับมอนอ แต่เห็นคณบดีแจ้งว่า ตอนนี้อาชีพครูกำลังได้รับความนิยม บางสถาบันนั้นเปิดสอน ป.บัณฑิต เป็นพันคน ผมฟังแล้วตกใจ แล้วเค้าจะทำการเรียนการสอน ฝึกประสบการณ์ นิเทศการสอนกันอย่างไรมากมายขนาดนั้น แล้วที่เราคุยกันว่าจะยกคุณภาพครูให้มีคุณภาพ แต่เล่นเปิดสอนซะเยอะแยะขนาดนี้ จะคุมเรื่องคุณภาพได้อย่างไร

          ฟังที่คณบดีเล่าแล้วไม่รู้ว่าน่าปลื้มใจหรือน่าตกใจ ว่าขณะนี้ มีคนขอมีใบประกอบวิชาชีพครู อยู่ สองแสนกว่าคน ต้องย้ำว่าสองแสน ไม่ใช่สองหมื่น และมีสถาบันที่เป็นหน่วยผลิตครู ผลิตครูออกมา ประมาณ ห้าหมื่นคน ในขณะที่ปี ๒๕๕๓ สพฐ.จะมีอัตราบรรจุครูอยู่ประมาณห้าพันกว่าอัตรา

           คณบดีเล่าให้ฟังว่า สำหรับประเทศที่มีการพัฒนา อย่างประเทศฟินแลนด์ เกาหลี และสิงคโปร นั้น เค้าจะมีการควบคุมการผลิตครู โดยสามประเทศดังกล่าว จะมีการกำกับคุณภาพการผลิตครูตั้งแต่ต้นกระบวนการ และกระบวนการผลิต กล่าวคือ ประเทศเกาหลี คนที่จะมาเป็นครูได้นั้น ต้องเป็นเด็กเก่ง ในระดับท็อป ๕ ส่วนฟินแลนด์ เป็นเด็กเก่งในระดับท็อป ๑๐

            ถามว่าทำไมเราต้องผลิตครูเก่งออกไปสอนนักเรียน ซึ่งคำตอบคงอยู่ที่ผลการศึกษาที่ดัลลัสพบว่า นักเรียนที่เรียนกับครูที่สอนเก่ง 3 คนติดต่อกัน จะมีคุณภาพการเรียนรู้สูงกว่านักเรียนที่เรียนกับครูที่สอนไม่เก่ง 3 คนติดต่อกัน ถึง 49 เปอร์เซนไทล์      

          แสดงว่านักเรียนที่มีโอกาสได้เรียนกับครูที่สอนเก่งจะมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากกว่านักเรียนที่เรียนกับครูที่สอนไม่เก่งถึง 3 เท่า

          ผมฟังไปกำลังนั่งนึกไปว่า เอ๊ะ แล้วเราปล่อยให้ลูกเราเรียนกับครูเก่งหรือ ครูไม่เก่งกันหว่า ลูกผมเรียนเข้าไป เก้าปีแล้ว แล้วนั่งนึกย้อนไปถึงตนเอง ว่าที่ผ่านมาเราเรียนกับครูเก่งหรือครูไม่เก่งหว่า แต่ก็นึกไปว่า ก็มีทั้งครูที่เก่ง ตั้งใจสอน และครูที่ขับรถมายกมือบ๊ายบาย ว่าครูไปกินเหล้าก่อนเน้อ ดูแลตัวเองกันไปก่อน แล้วเราเป็นตัวเราอย่างนี้ เป็นเพราะครูเรา หรือตัวเราเองมากกว่ากัน

            ผมลองตามเข้าไปอ่านเอกสารที่คณบดีไปบรรยายพบว่า ผลการศึกษาในประเทศอังกฤษพบว่านักเรียนอายุ 11 ปี ที่มีผลการเรียนไม่ดี มีโอกาสที่จะทำคะแนนได้ตามเกณฑ์มาตรฐานเมื่ออายุ 14 ปี เพียงร้อยละ 25 เท่านั้น และเมื่ออายุ 14 ปี โอกาสที่นักเรียนจะจบ การศึกษาโดยมีคุณสมบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดไว้เพียงร้อยละ 6
เท่านั้น

          ข้อมูลจากผลการศึกษาข้างต้นยืนยันได้ว่า นักเรียนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้อย่างมีคุณภาพตั้งแต่ช่วงแรกของการศึกษา เนื่องมากจากครูผู้สอนขาดคุณภาพ มีโอกาสน้อยมากที่จะแก้ไขสิ่งที่สูญเสียไปจากการขาดโอกาสเหล่านั้น แม้ว่าจะได้กลับมาเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพดีในภายหลังก็ตาม

          สรุปก็คือถ้าปล่อยให้เด็กนักเรียนเรียนกับครูไม่เก่ง สามปีติดต่อกัน จะทำให้เด็กไม่สามารถพัฒนาตนเองให้เก่งได้ เมื่อพัฒนาต่อไปในระดับสูง

          แป่วๆๆๆๆๆๆๆ ตายละหว่า ประเทศชาติเราจะเป็นอย่างไรกันละเนี่ย เราผลิตครูที่เป็นสาขาอันดับปลายๆ ที่นักเรียนเลือกเข้ามหาวิทยาลัยทิ้งไว้ ถ้าเรียนสาขาอื่นไม่ได้ก็มาเรียนครูกันตั้งนาน ป่านนี้ลูกหลาน เหลนโหลน รับกรรม กันไปอย่างไรบ้างล่ะเนี่ย

          เอ ! หรือที่เค้าตีกันที่สะพานผ่านฟ้านี่เป็นผลมาจากการที่เราผลิตครูไม่ดีไปสอนเค้ากันหรือเปล่าเนี่ย

         ว่าแต่ว่า แล้วเราจะหาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไรดี คณบดี เล่าแนวทางให้ฟังว่าตอนนี้เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วสำหรับการพัฒนาครูพันธ์ใหม่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 351275
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 12
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า

ความเห็น (12)

หรือที่เค้าตีกันที่สะพานผ่านฟ้านี่เป็นผลมาจากการที่เราผลิตครูไม่ดีไปสอนเค้ากันหรือเปล่า

น่าคิดๆ ว่าเกิดจากครู / หลักสูตร / แผนการศึกษาชาติ

เคยได้ยินอาจารย์ ดร.เอกวิทย์ ณ ถลางบอกว่า ครูไม่เก่งก็สอนให้นักเรียนเก่งได้นะโว๊ย (ผมไม่ได้บอกเองนะครับอาจารย์) ผมกำลังคิดว่า เรามีครูที่ไม่ได้บรรจุ เต็มทั่วประเทศ หลายคนเป็นอัตราจ้างมาไม่น้อยกว่า 5 ปี เงินเดือนไม่เคยขึ้น รัฐบาลก็ไม่บรรจุ เวรกรรม ผมมองว่ารัฐบาลไม่ได้วางแผนในการผลิตครูและการบรรจุ อาจารย์เชื่อไหมครับ ผมจบ กศบ เอกภาษาอังกฤษ แต่บรรจุก่อนเพื่อนที่จบมาจากโครงการคุรุทายาท เอกประถมศึกษา เซ็งเป็ด...

สวัสดีค่ะ

  • ป.ตรีพี่คิมไม่ได้เรียนสายครู  แต่เมื่อสอน ๆ ไปคิดได้เองว่ากลัวสอนไม่ดี
  • จึงไปเรียนประกาศนียบัตร (การสอน ฯ)เพื่ม ทุกเย็นวันศุกร์ต้องนั่งรถเข้ากรุงเทพและกลับวันอาทิตย์ตอนเย็น  เป็นเวลา ๑ ปี
  • ต่อมาเขาประกาศว่าครูต้องมีประกาศนียบัตรวิชาชีพ  แต่ก็ได้รับการพัฒนาตนเองขึ้นตามวิทยะฐานะแล้ว
  • การที่ครูเก่งหรือไม่เก่ง เป็นความจริงค่ะ ตราบใดที่ครูไม่เก่งเด็กก็ไม่เก่ง ครูที่เก่งแต่ไม่มีคุณธรรมประจำใจ ขาดความรับผิดชอบ ขาดเมตตาธรรมก็มีมากมายค่ะ เหมือนคนดีมีน้อยนั่นเองค่ะ
  • เด็กเป็นผู้ตัดสินได้นะคะ ว่าครูดีนั้นอย่างไร
  • ขอเชิญอาจารย์ไปอวยพรวันเกิดค่ะ
  • http://gotoknow.org/blog/krukim/351265
  • รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม เช่น เดิมครับ อ.ขจิต

    สวัสดีครับครูคิม  ตามเข้าไปอวยพรวันเกิดครับ

    โชคดีมีความสุขตลอดไปค่ะ

    • กราบสวัสดีวันสงกรานต์ค่ะ
    • อ่านแล้วชอบบันทึกนี้มากค่ะอาจารย์
    • ตอนนี้การเรียนครูเป็นที่นิยมมาก อีกไม่กี่วันเหมี่ยวต้องไปเป็นกรรมการสอบ นร.ที่สมัครเรียนครู ที่นี่สมัคร 3 พันกว่าคนค่ะ แต่ที่เรารับได้จริงๆ คงไม่ถึงพัน นี่ไม่รวม ป.บัณฑิต นะคะ (แม่เจ้า)
    • ที่จริงถ้ามองมุม ++++ นี่คงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้คัดคนที่เหมาะสมเข้าเรียนครู
    • แต่...ไม่รู้ในเชิงนโยบายและงบประมาณเค้าจะคิดเห็นประการใด
    • จากข้อมูลการผลิตครูที่อาจารย์เล่าในบันทึก ทำให้สนใจเรื่อง การพัฒนาครู ทั้ง Pre-service และ In-service มากๆ เลยค่ะ อาจารย์ช่วยแนะนำด้วยนะคะ

    สวัสดีค่ะอาจารย์

    อ่านเรื่องครูพันธุ์ใหม่ได้ข้อคิดนำสู่การวิเคราะห์ในหลายๆประเด็นที่สำคัญ

    • น่าคิดนะคะ...ลองเลือกนะคะ..ครูเก่งแต่ไม่ค่อยสอนวันๆวิ่งตามนายพัฒนาแต่ตัวเองแต่ไม่สนใจเด็ก
    • ครูที่เก่งน้อยกว่าแต่มีคุณธรรมคิดหาวิธีการช่วยเหลือนักเรียนอยู่อย่างต่อเนื่อง
    • เราจะเลือกครูพันธุ์ไหนดีเอ่ย...ลองให้เด็กเขาวิเคราะห์ดูบ้างดีมั้ยเอ่ย..ว่าเขาต้องการครูแบบไหน
    • ฝ่ายผลิตครูก็ควรมีต้นแบบที่ดีเหมือนกันนะคะอาจารย์...อย่าปล่อยปละละเลยผลิตออกไปแล้ว 3-5 ปี...เรียกครูคืนสู่มหาวิทยาลัย..ให้สัมมนากันบ้าง..ให้ความรู้เพิ่มเติมบ้าง..ไปพัฒนาตนมาอย่างไรบ้าง..ถ้าทำได้อย่างต่อเนื่องรับรองครูพันธุ์ใหม่ต้องดีแน่ๆ....ช่วงเวลที่เหมาะสมก็ปิดภาคไงค่ะ..จะได้ไม่สูญเปล่าทางการศึกษา..ที่น่าจะมีโครงการให้ครูได้พัฒนาตน..แล้วจึงค่อยวัดคุณภาพแถมด้วยการประเมินคุณภาพต่อยอดได้จึงให้ผลตอบแทนด้วยการทำผลงานทางวิชาการ...น่าจะมีคุณภาพกว่านะคะ...เสนอให้คิดเล่นๆแต่ถ้าทำได้จริง..รับรองยอดเยี่ยมค่ะ

    สวัสดีค่ะ อ.หนึ่ง

    ตื่นเต้นกับ "ครูพันธุ์ใหม่" ฟังแล้วเหมือนเริ่มมีความหวัง ถึงอนาคตของชาติไทยเรา

    สิ่งที่ทำให้จดจำคำสอนของครูได้ดีมากก์คือ ครูทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

    ครูที่ไม่ได้ท่อง หรือจำ จากตำรา หรือไม่ได้เปิดตำรามาพูดให้ฟัง เพราะครูแบบนี้ พอเลิกเรียนก็ลืมสิ่งที่สอนหมดแล้ว

    แต่กับครูที่สอนจากการศึกษา ค้นคว้า ทดสอบ ทดลอง แล้วจึงนำประสบการณ์ และความปรารถนาดีจากหัวใจ มาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ และทำให้เรายังจำครูแบบนั้นได้เสมอ ไม่เคยลืมเลย

    ด้วยความเคารพและระลึกถึงเสมอ

    แก้มแหม่ม

    แวะมาทักทาย สบายดีไหม

    โชคดีที่สมัยเด็กๆเราเรียนกับครูที่เก่งๆ และรู้สึกโชคดีที่ได้มาเรียนเป็นลูกศิษย์กับครูเก่งๆอย่าง ครูหนึ่ง

    สวัสดีครับ ครูไม่ต้องกังวลครับ

    ผมได้ดีทุกวันนี้..ก็ไม่ทราบว่าเรียนกับครูที่ดี หรือครูที่เก่ง

    ประเทศชาติต้องพัฒนาไปข้างหน้า

    เด็กดี ขยันเรียน มุมานะพยายาม ก็จะเป็นเด็กดี เด็กเก่งโดยธรรมชาติ

    ครูดี บางทีก็ไม่เก่ง..ครูเก่งบางทีก็ไม่ดี..เอามาตรฐานอย่างเดียวกัน แบบมาตรฐานเดียวกันมาวัดทั้งหมดไม่ได้ดอกครับ

    สรุปว่า..กระบวนการเรียนการสอนครู ต้องมีมาตรฐานที่เหมาะสม..ครูดีที่ต้องการพัฒนาตนควรได้รับโอกาส

    ครูไม่ดี..โรงเรียนต้นสังกัดอย่าเลี้ยงไว้..ให้ไปทำงานอื่น !!

    ธรรมชาติจะคัดกรองเอง