The Columbia Senior Executive Program

หายหน้าหายตาไปนานเพราะมัวแต่ยุ่งกับงาน นานมากจริงๆเพราะเข้ามาครั้งแรกและครั้งสุดท้ายปี 2551 ตอนนี้ก็ 2553 แล้ว ขอกลับมาสารภาพบาปครับ ยังไงก็จะพยายามเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ให้ได้มากที่สุดอย่างสม่ำเสมอครับ

พอดีผมจะต้องไปเข้าอบรมหลักสูตร The Columbia Senior Executive Program (CSEP) ที่ Columbia Business School มหาวิทยาลัย Columbia นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 1 เดือน โดยจะออกเดินทางวันที่ 23 เมษายนนี้ กลับมาอีกทีก็ประมาณวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่ามี Blog อยู่ที่นี่ น่าจะนำความรู้ที่ได้มาแลกเปลี่ยนผ่าน Blog จะเป็นประโยชน์แก่ทุกคน ดีกว่าเรียนแล้วเก็บไว้คนเดียว รายละเอียดเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย (เฉพาะ Business School ดูได้ที่ www.gsb.columbia.edu)

จริงๆแล้วมหาวิทยาลัย Columbia อยู่ที่ New York City ตอนบนของ Manhattan ทีแรกก็นึกว่าจะได้เรียนที่นี่ แต่ปรากฏว่าหลักสูตรที่เรียนเป็นหลักสูตรคนแก่ (ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Senior Executive Program) มหาวิทยาลัยเลยไปจัดการเรียนการสอนอีกรัฐหนึ่ง คือ รัฐ Connecticut ซึ่งอยู่ห่างจาก New York City ไปทางเหนือประมาณ 1 ชั่วโมง โดยทางรถยนต์ ซึ่งสถานที่เรียน เท่าที่ดูก็เป็นศูนย์การประชุมสัมมนาในรีสอร์ทที่ชื่อว่า Dolce Norwalk ในเมือง Norwalk รัฐ Connecticut หรูหราพอสมควร (ดูได้จาก www.dolce-norwalk-hotel.com) ดูจากภาพใน web ก็น่าอยู่ดี แต่ห่วงเรื่องที่จะเรียนมากกว่าครับ เพราะต้องมีการเตรียมตัวมากพอสมควร คือ ต้องทำการบ้านล่วงหน้าก่อนที่จะไปเรียน

เท่าที่ดูจากหลักสูตรก็คิดว่าน่าสนใจมาก โดยเขาแบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 4 ส่วนๆละ 1 สัปดาห์

สัปดาห์ที่ 1: เน้นภาพกว้าง (The Big Picture) โดยจะมุ่งไปที่ประเด็นสำคัญหลักๆ คือ

- การเข้าใจปัญหา (Understand the Problem)

- กลยุทธ์ (Strategy)

-เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomics)

- การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมทั่วโลก (Political and Social Changes around the World)

- กระบวนการและวัฒนธรรมการเรียนรู้ (Processes and Culture of Learning in the Group)

- ทักษะในการทำงานกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ (Skills to make groups work more efficiently)

สัปดาห์ที่ 2 : เรียนรู้เรื่องราวทางธุรกิจ (The Business) โดยเจาะลึกไปที่เรื่องของหน้าที่ขององค์การ (Organizational functions) และกลยุทธ์ทางธุรกิจด้านต่างๆ คือ

- การเงิน (Finance)

- การปฏิบัติการ (Operations)

- ธรรมาภิบาล (Governance)

- การตลาด (Marketing)

- การบัญชี (Accounting)

สัปดาห์ที่ 3 : การจัดให้เข้าที่เข้าทาง (Alignment) สัปดาห์นี้เขาจะนำพวกเราไปเรียนที่ New York City ทั้งสัปดาห์เลย เพื่อให้พบกับความศิวิไลซ์บ้าง (หลังจากอยู่บ้านพักคนชรามาแล้ว 2 สัปดาห์) เท่าที่อ่านดูก็น่าจะตื่นเต้นดี เพราะอยู่กลางนครใหญ่เลยทีเดียว เป้าหมายการเรียนการสอนของสัปดาห์นี้ คือ การนำสิ่งที่เรียนรู้มาแล้วในสองสัปดาห์แรกที่มีความหลากหลาย นำมาจัดให้เข้าที่เข้าทาง โดยเน้นในเรื่องของ

- การออกแบบองค์การ (Organizational Design)

- ธรรมาภิบาลขององค์การ (Corporate Governance)

- ทักษะในการนำการเปลี่ยนแปลงสู่องค์การ (Skills for organizational Change) เช่น ทักษะการเจรจา เป็นต้น

สัปดาห์ที่ 4 : ภาวะผู้นำ (Leadership) สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการฝึกอบรม (จริงๆ มันคือการเรียนหนังสือเลยนะเนี่ย !!!) จะประกอบไปด้วยสองส่วนสำคัญ คือ

- กรณีศึกษาส่วนบุคคล (A Personal Case) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมแต่ละคนจะต้องนำปัญหาขององค์กรของตัวเองมานำเสนอ โดยนำความรู้จากการเรียนรู้ในช่วง 3 สัปดาห์แรก มาใช้แก้ปัญหาและนำเสนอต่อผู้เข้าร่วมอบรมทุกคน

- ความเชื่อในการเป็นผู้นำ (Leadership Credo) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนจะต้องนำเสนอความเชื่อเพื่อแสดงภาวะผู้นำในองค์กรของตนและแสดงให้เห็นว่าจะสามารถสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรได้อย่างไร

ก็เป็นภาพกว้างๆ นะครับ ส่วนรายละเอียดของการเรียนก็จะแยกย่อยเป็นหัวข้อต่างๆ อีกเยอะแยะ เช่น

- การจัดสรรอำนาจของโลก (The Distribution of Global Power)

- มูลค่าและกลยุทธ์ในการวัดมูลค่า (Valuation Considerations and Measuring Strategy)

- การบริหารจัดการลูกค้าหลักขององค์กร (Managing Your Major Customers)

- การสื่อสารและนวัตกรรมในทีม (Communication and Innovation in Teams)

- การคิดแบบยืดหยุ่น (Flexible Thinking)

- การจัดองค์การให้เข้าที่เข้าทาง (Organizational Alignment)

- ภาวะผู้นำโดยยึดตามมูลค่า (Value-Based Leadership)

-การเจรจา (Negotiations: Concept and Capability)

เนื่องจากเป็นการศึกษาใน Business School และผู้เรียนส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงในภาคเอกชนจากทั่วโลก ดูจากเนื้อหาแล้วจะเห็นว่าเน้นไปทางธุรกิจมากกว่าภาครัฐ แต่ผมเป็นข้าราชการที่มี Background ทางธุรกิจมาก่อนทั้งด้านการศึกษาและการทำงาน จึงคิดว่าหลักสูตรนี้น่าจะเหมาะสมกว่า และนำมาใช้ในงานของราชการได้ดี เพราะจะมีแนวคิดที่แตกต่าง

ที่ตั้งใจเอาไว้คือ ถ้าสามารถเข้ามาเขียนใน Blog ได้ทุกวันระหว่างที่เรียนอยู่ทั้ง 4 สัปดาห์ ก็จะทำเพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนและเป็นการจดบันทึกส่วนตัวไปด้วย อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเหมือนกัน เพราะดูแล้วเรียนทุกวันไม่มีวันหยุด แถมจะต้องอ่านเยอะมากแล้วก็ทำ Case Study และนำเสนอด้วย ก็ตั้งใจดีไว้ก่อนละกันเนาะ