ผมมีภารกิจในการไปเป็นผู้วิพากษ์งานวิจัยให้ กศน.นครพนม ระหว่างวันที่ 7-9 เมษายน 2553 ผมเดินทางล่วงหน้า 1 วันเพราะเที่ยวบินวันที่ 6 ยกเลิก จึงมีเวลาไปกราบพระธาตุพนม และชื่นชมความวิจิตรสวยงามขององค์พระธาตุ แต่ท่ามกลางศิลปวัฒนธรรมโบราณที่ผมชื่นชม เมื่อกลับออกมาบริเวณด้านนอกเพื่อกลับไปขึ้นรถกลับเข้าเมือง ผมเหลือบไปเห็นพ่อค้าพื้นบ้านคนหนึ่งที่นั่งซุกตัวอยู่โคนไม้ใหญ่ทางออก
ผมสะดุดตาเพราะสินค้าที่วางขายดูพื้นบ้านสุดๆ คือ น้ำตาลสดใส่กระบอกไม้ไผ่ รัดด้วยหนังยางสุดแสนธรรมดา ผมแวะเข้าไปนั่งคุยด้วย ผมชวนพ่อค้าคนนั้นคุยอย่างออกรสชาด จึงทราบความเป็นมาของสินค้าพื้นบ้านที่ผมสนใจ

หลอด คือชื่อเล่น คำจันทร์ ดวงมาลา คือชื่อตามบัตรประชาชน ผมไม่ใช่คนต่างด้าวนะ เขาทักทายกับผมและออกตัวก่อน ผมขายน้ำตาลสดจากต้นแท้ๆครับ พี่ชายสองคนเป็นคนขึ้นตาลตอนเช้า



ส่วนหลอดเป็นคนมาขายที่พระธาตุพนมแห่งนี้ เขาเล่าการแบ่งหน้าที่กันทำงานระหว่างพี่น้องสามคน พอขายได้บางวันก็ได้ 80 บาท บางวันขายดีหน่อยก็ 100 กว่าบาท ก็อยู่ได้เพราะผมไม่ฟุ่มเฟือยอะไร มีอะไรก็กินกันไป หลอด หนุ่มใหญ่อายุ กว่า 40 ปี เล่าถึงรายได้จากธุรกิจการค้าขายน้ำตาลให้ผมฟังอย่างอารมณ์ดี


การทำน้ำตาลสดหลอดเรียนรู้มาจากพ่อแม่ตั้งแต่จำความได้ เขาบอกว่าต้องสังเกตตาลที่มีจั่นหรืองวงที่จะให้น้ำตาลได้ จากนั้นขึ้นต้นและใช้มีดคมๆปาดให้น้ำตาลไหลออกมา แต่น้ำตาลจะไม่ไหลมาทันทีทันใดต้องพยายามสังเกตโคนต้นหากมีมดมารุมอยู่ที่โคนต้นแสดงว่าที่งวงหรือจั่นตาลที่ปาดไว้มีน้ำตาลแล้ว จากนั้นจึงเตรียมกระบอกไม้ไผ่รมควัน ให้เรียบร้อยแล้วนำขึ้นไปรองน้ำตาลบนต้น ส่วนการเก็บน้ำตาลทิ้งไว้ตอนเย็น เช้า 7-8 โมงเช้าจึงเก็บมาอุ่นในหม้อและนำมาจำหน่าย


ผมถามถึงราคาทั้งขายปลีกและขายส่ง เขาบอกว่า ถ้าใส่ถุง ราคาถุงละ 15 บาท ถ้าเป็นกระบอกก็แล้วแต่ขนาด มีตั้งแต่ 40-80 บาท ผมอุดหนุนมาหนึ่งกระบอก กลับเข้าเมืองนครพนมด้วยความชื่นมื้นขอรับ ปัจจุบันทุกวันหลอดยังคงนั่งขายน้ำตาลสดต่อไป โดยไม่ยินดีที่จะขยายกิจการของตัวเอง เพียงบอกกับผมก่อนจากกันว่า อาจารย์ผมรู้จักคำว่าพอครับ….


สวัสดีค่ะ
เทียบความหล่อนี่ใครจะหล่อกว่ากัน..ระหว่างหล่อแบบนักวิชาการในระบบ..กับนักวิชาการแห่งภูมิปัญญา....แต่สรุปได้ว่าทั้ง 2 ท่านมีคำว่าพออยู่ในหัวใจทั้งคู่ อีกท่านหนึ่งมีความพอใจที่จะเผยแพร่ รวบรวม ความชื่นชมของภูมิปัญญาไทยในที่ต่างๆให้ประจักษ์ว่าเมืองไทยมีดี..อีกท่านมีความพอในการพออยู่พอกินตามแนวพระราชดำรัส...
เป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกคนค่ะ..
เป็นบันทึกที่อบอุ่น อบอวลไปด้วยมิตรภาพค่ะ :-)))
ดีมากค่ะ ^^
สวัสดีค่ะ
แวะมาส่งความระลึกถึงค่ะ
และเชิญชวนร่วมสร้างหอสมุดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ด้วยกันนะคะ
http://gotoknow.org/blog/rongkham/349984
ขอบคุณค่ะ
ไปไกลนะเนี่ยเพื่อนเรา จำได้เปล่า
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณขอรับเป็นกำลังใจให้คนธรรมดาคนหนึ่ง
วันนี้ยังปฎิบัติงานที่นครพนมด้านการจัดการความรู้งานวิจัย